ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

แพลตฟอร์ม LEX LEPAS หนึ่งสถาปัตยกรรมที่ขับได้ทั้ง BEV และ PHEV

แพลตฟอร์ม LEX LEPAS หนึ่งสถาปัตยกรรมที่ขับได้ทั้ง BEV และ PHEV
ความสนใจ|การเลือกซื้อรถพลังงานใหม่

LEX คืออะไร และทำไมการรวม BEV กับ PHEV บนแพลตฟอร์มเดียวจึงสำคัญ

แพลตฟอร์ม LEX LEPAS คือสถาปัตยกรรมรถไฟฟ้าอัจฉริยะที่ออกแบบให้รองรับทั้งระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าแบตเตอรี่และปลั๊กอินไฮบริดบนโครงสร้างเดียวกัน เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถพัฒนารถพลังงานใหม่หลากรุ่นจากพื้นฐานเดียว ขณะเดียวกันก็เปิดทางให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะเน้นขับไฟฟ้าล้วนหรือชอบความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์เบนซินผสานมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีแนวคิดการขับขี่อันสง่างามและเทคโนโลยีที่ใช้ง่ายเป็นหัวใจของการออกแบบแพลตฟอร์มนี้ แก่นของแพลตฟอร์ม LEX LEPAS คือการรวมเทคโนโลยี BEV PHEV ไว้บนสถาปัตยกรรมเดียวอย่างมีระบบ รองรับระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าแบตเตอรี่และปลั๊กอินไฮบริด รวมถึงตัวถังหลายขนาดเพื่อการใช้งานต่างภูมิภาค นี่ไม่ใช่แค่เรื่องวิศวกรรม แต่เป็นมุมมองใหม่ต่อการเลือกซื้อรถพลังงานใหม่ LEPAS ที่ไม่บังคับให้ผู้ใช้ยึดติดกับทางเดียว หากแต่เปิดหลายทางให้เลือกตามไลฟ์สไตล์และโครงสร้างการเดินทางของแต่ละคน เมื่อพื้นฐานรถเดียวกันปรับเป็นทั้ง BEV และ PHEV ได้ แบรนด์ก็มีอิสระในการวางรุ่นและผู้ใช้ก็มีอิสระในการตัดสินใจ

แพลตฟอร์ม LEX LEPAS หนึ่งสถาปัตยกรรมที่ขับได้ทั้ง BEV และ PHEV

Elegant Technology เมื่อเทคโนโลยีล้ำควรใช้ง่ายไม่ใช่ทำให้ชีวิตยุ่งยาก

แนวคิด Elegant Technology ของ LEPAS เป็นคำประกาศจุดยืนที่น่าสนใจ แบรนด์ไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นการอัดสเปกให้ดูหวือหวา แต่ต้องการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นความนุ่มนวล หนักแน่น และความสะดวกสบายในการขับขี่ทุกวัน LEPAS ระบุว่า Elegant Technology ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าหลัก ระบบขับขี่อัจฉริยะ และสถาปัตยกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ถูกแปลเป็นการส่งกำลังที่ราบรื่น การบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ และการเบรกที่นุ่มนวล เมื่อเทคโนโลยีทำงานเบื้องหลังอย่างเป็นระบบ ผู้ขับจึงสัมผัสได้ถึงการควบคุมรถที่ง่ายมากกว่าซับซ้อน สถาปัตยกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แบบโดเมนรวมศูนย์และอีเทอร์เน็ตระดับกิกะบิตช่วยให้รถตอบสนองต่อคำสั่งได้เร็วและแม่นยำ จุดแข็งที่แท้จริงคือการใช้ความล้ำเพื่อซ่อนความยุ่งยาก ไม่ใช่ดันผู้ขับให้ต้องเรียนรู้เมนูยากๆ เพิ่ม การขับรถพลังงานใหม่ LEPAS จึงถูกออกแบบให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การเดินทางที่สง่างามไม่ว่าจะเป็นทางไกลหรือการใช้ชีวิตในเมือง

แพลตฟอร์ม LEX LEPAS หนึ่งสถาปัตยกรรมที่ขับได้ทั้ง BEV และ PHEV

เทคโนโลยี BEV PHEV บนแพลตฟอร์ม LEX และระบบช่วยขับอัจฉริยะ

ในด้านเทคโนโลยี BEV PHEV แพลตฟอร์ม LEX LEPAS ใช้ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ 12-in-1 ในรุ่นไฟฟ้าล้วน โดยระบุว่าให้ประสิทธิภาพระบบสูงถึง 90.8% พร้อมแบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นพลังงานเซลล์ 186 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม รองรับการชาร์จเร็วจากระดับ 30% ถึง 80% ภายใน 20 นาที และทำงานได้ในช่วงอุณหภูมิ -25 ถึง 55 องศาเซลเซียส ส่วนรุ่น PHEV ทำงานร่วมกับระบบ LEPAS Super Hybrid เพื่อเพิ่มระยะทางและความมั่นใจในหลายสภาพการใช้งาน แพลตฟอร์ม LEX ยังรองรับระบบช่วยขับขี่ระดับ Level 2 พร้อมการเตรียมเปิดใช้ระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง Highway NOA ภายในปีนี้ ด้านการจอดรถ LEPAS ติดตั้งระบบ Super Intelligent Valet Parking หรือ SIVP ในบางตลาด รองรับการนำทางอัตโนมัติภายในอาคารจอดรถและการเข้าจอดในพื้นที่แคบสุดขีด แนวทางนี้สะท้อนชัดว่า แพลตฟอร์ม LEX LEPAS ไม่ต้องการให้คนซื้อรถพลังงานใหม่ต้องเครียดกับการจอดหรือการขับในเมือง เพราะปล่อยให้รถช่วยรับภาระงานละเอียดเหล่านั้น

แพลตฟอร์ม LEX LEPAS หนึ่งสถาปัตยกรรมที่ขับได้ทั้ง BEV และ PHEV

ความปลอดภัยและการอัปเกรด ที่ถูกฝังอยู่ในสถาปัตยกรรมรถไฟฟ้า LEX

ถ้าเทคโนโลยีคือหัวใจ ความปลอดภัยก็เปรียบเหมือนระบบไหลเวียนเลือดของแพลตฟอร์ม LEX LEPAS แพลตฟอร์มนี้ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย Euro NCAP ปี 2026 และระบบ ADAS ผ่านการทดสอบในสถานการณ์จำลองกว่า 1,200 รูปแบบ ครอบคลุมทั้งการเปลี่ยนเลน การตัดผ่านการจราจร และการขับในสภาพทัศนวิสัยต่ำ นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับผู้ขับขี่ DMS ที่ยกระดับสู่ 25 จุดตรวจจับ และระบบปลดล็อคสำรอง 4 ชั้นในกรณีอุบัติเหตุรุนแรง โครงสร้างแบตเตอรี่ก็ไม่ถูกมองข้าม แบตเตอรี่ขับเคลื่อนได้มาตรฐานการป้องกันระดับ IP68 และ IPX9K พร้อมระบบป้องกันการลุกลามความร้อนที่ถูกออกแบบให้รองรับสภาพอากาศร้อนและความชื้นสูง อีกจุดที่สะท้อนวิธีคิดแพลตฟอร์มยุคใหม่คือการรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอากาศแบบเต็มโดเมน Full-domain OTA ซึ่งช่วยให้รถพลังงานใหม่ LEPAS สามารถเพิ่มฟีเจอร์ ปรับปรุงสมรรถนะ และอัปเดตความปลอดภัยได้ตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดว่ารถจะเป็น BEV หรือ PHEV ทั้งหมดเชื่อมโยงอยู่บนสถาปัตยกรรมรถไฟฟ้าชุดเดียวกัน

แพลตฟอร์ม LEX LEPAS หนึ่งสถาปัตยกรรมที่ขับได้ทั้ง BEV และ PHEV

ทางเลือกของผู้ใช้บนแพลตฟอร์มเดียว และบทเรียนจากรุ่น LEPAS L6 EV

เหตุผลที่แพลตฟอร์ม LEX LEPAS น่าสนใจสำหรับคนมองหารถพลังงานใหม่ ไม่ได้มีแค่ตัวเลขเทคโนโลยี แต่คือแนวคิดเรื่องทางเลือกที่ถูกฝังในสถาปัตยกรรมรถไฟฟ้าเดียวกัน เมื่อพื้นฐานรองรับทั้ง BEV และ PHEV ผู้ซื้อจึงเอาความต้องการจริงมาวางบนตัวเลือกที่หลากหลาย เช่น คนที่มั่นใจในโครงสร้างชาร์จไฟและอยากลดการใช้น้ำมันก็เลือก BEV ส่วนคนที่ยังต้องขับไกลในพื้นที่ที่สถานีชาร์จยังไม่แน่นหนาอาจเลือก PHEV โดยที่ยังได้บุคลิกการขับและระบบช่วยขับเหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน ตัวอย่างในตลาดปัจจุบันคือการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% สไตล์ C-SUV รุ่น LEPAS L6 EV บนแพลตฟอร์ม LEX พร้อมตัวเลือกย่อย Comfort FWD และ Premium FWD ที่ตั้งราคาไว้ที่ 769,900 และ 799,900 บาทตามลำดับ นี่แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มเดียวกันสามารถรองรับรุ่นย่อยที่แตกต่างทั้งด้านสมรรถนะและอุปกรณ์ได้อย่างยืดหยุ่น เมื่อมองยาวๆ ถ้าวันหนึ่งดีมานด์ BEV ชะลอตัว แพลตฟอร์มนี้ก็ยังพร้อมให้แบรนด์ปล่อยรุ่น PHEV เข้ามาเติมโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งสุดท้ายแล้วส่งผลดีต่อผู้ใช้เพราะมีตัวเลือกมากขึ้นบนพื้นฐานที่พิสูจน์แล้ว

แพลตฟอร์ม LEX LEPAS หนึ่งสถาปัตยกรรมที่ขับได้ทั้ง BEV และ PHEV

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!