Berwick 1707 คืออะไร และทำไมการเปิดสโตร์แรกจึงสำคัญ
Berwick 1707 คือแบรนด์รองเท้าหนังพรีเมียมจากสเปนที่เน้นงานฝีมือ โครงสร้างรองเท้าแบบทนทาน และดีไซน์ที่ผสมความคลาสสิกกับแฟชั่น เพื่อให้รองเท้าหนังแฟชั่นสามารถสวมได้ทั้งในโอกาสทางการและชีวิตประจำวัน แบรนด์วางตำแหน่งตัวเองในกลุ่มลักชัวรี่ที่เอื้อมถึง เน้นคุณภาพและมูลค่าการใช้งานมากกว่าการขายภาพลักษณ์หรูอย่างเดียว การเปิด Official Store แห่งแรกที่ศูนย์การค้า Central Embassy เป็นจุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ของตลาดรองเท้าหนังพรีเมียม เพราะนี่คือการขยับแบรนด์รองเท้าสเปนให้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าในสมรภูมิรองเท้าหนังพรีเมียมที่แข่งขันสูง และเลือกเดินเส้นทางลักชัวรี่ที่เอื้อมถึงแทนการขึ้นราคาไปยืนเทียบเคียงแบรนด์เนมระดับบน การลงทุนพื้นที่ 70 ตารางเมตรด้วยงบประมาณ 20 ล้านบาทบอกชัดว่าแบรนด์ไม่ได้มาแบบทดลองตลาด แต่ตั้งใจปักธงระยะยาวในกลุ่มลูกค้าฐานรายได้สูงที่ต้องการรองเท้าหนังคุณภาพดีในราคาที่ไม่สุดโต่ง

Accessible Luxury กลยุทธ์รองเท้าหนังพรีเมียมที่ไม่ต้องเป็นแบรนด์เนม
จุดเด่นเชิงกลยุทธ์ของ Berwick 1707 คือการยืนในตำแหน่ง Accessible Luxury อย่างชัดเจน รองเท้าหนังพรีเมียมของแบรนด์ใช้โครงสร้างแบบ Goodyear Welted ผลิตผ่านขั้นตอนมากกว่า 200 กระบวนการ และใช้ชิ้นส่วนจากโรงงานตัวเองในสเปนเพื่อรักษามาตรฐาน แต่กลับตั้งราคาเฉลี่ยอยู่ราว 7,000–12,000 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าระดับแบรนด์เนมทั่วไปหลายแบรนด์ ประโยคที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัดคือ “การทำการตลาดของ Berwick 1707 คือการรักษาราคาให้ยังจับต้องได้ ด้วยราคาเฉลี่ยของสินค้าอยู่ที่ไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท โดยเริ่มตั้งแต่ 7,000 ไปจนถึง 12,000” นั่นแปลว่ากลยุทธ์ไม่ได้แข่งกันที่ถูก แต่แข่งกันที่ความคุ้มค่าต่อบาทที่จ่าย ลูกค้าที่มองหารองเท้าหนังแฟชั่นคุณภาพสูงแต่ยังไม่อยากจ่ายแบบแบรนด์เนม มีทางเลือกใหม่ที่ผสมระหว่างงานฝีมือยุโรปกับราคาที่ซื้อซ้ำได้ การทำให้ลักชัวรี่ที่เอื้อมถึงจึงไม่ใช่คำสวยหรู แต่สะท้อนผ่านโครงสร้างต้นทุนและการผลิตที่คิดมาแล้ว

จากรองเท้าชุดสูทสู่รองเท้าหนังแฟชั่นในชีวิตประจำวัน
Berwick 1707 เลือกโจมตีภาพจำเดิมๆ ที่ว่ารองเท้าหนังคือรองเท้าทางการเท่านั้น แนวคิดของแบรนด์คือรองเท้าหนังไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะกับชุดสูทหรือโอกาสทางการ แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การทำงานแบบ Smart Casual ไปจนถึงโอกาสพิเศษ จึงออกแบบไลน์รองเท้าให้หลากหลายตั้งแต่ Oxford Derby Monk Strap Loafers ถึง Chelsea Boots เพื่อให้รองเท้าหนังพรีเมียมเดินออกจากห้องประชุมไปสู่คาเฟ่ได้อย่างธรรมชาติ การวางตำแหน่งเช่นนี้ตอบรับเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มองการแต่งตัวเป็นการสร้างภาพลักษณ์มากกว่าการตามแฟชั่น และต้องการไอเท็มที่ใช้ได้หลายโอกาส Berwick 1707 พยายามแปลงรองเท้าหนังแฟชั่นให้เป็นของใช้ประจำวัน แทนที่จะเป็น “ของออกงาน” ปีละครั้ง ผลคือรองเท้าหนังพรีเมียมถูกตีความใหม่ให้เทียบเท่ากับสนีกเกอร์ดีๆ หนึ่งคู่ที่ใส่ได้ทุกวันแต่ให้ภาพลักษณ์ที่โตและมั่นใจมากกว่า

ประสบการณ์ในร้านและการขยายสาขา สร้างฐานแฟนรองเท้าหนังระยะยาว
การเปิด Official Store ไม่ใช่แค่การมีร้าน แต่เป็นการสร้างประสบการณ์เต็มรูปแบบให้ลูกค้า Berwick 1707 มีบริการ Professional Fitting ช่วยวัดและเลือกทรงรองเท้าที่เหมาะสม บริการดูแลรักษา และ Berwick Repair Center ศูนย์ซ่อมบำรุงรองเท้าอย่างเป็นทางการ ที่ทำให้รองเท้าหนังพรีเมียมไม่จบแค่ช่วงขาย แต่มีวงจรบริการหลังการขายชัดเจน ยังมี Berwick Thailand Membership ระบบสะสมคะแนน สินค้าพิเศษ และกิจกรรมสำหรับสมาชิก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ในเชิงขยายตลาด แบรนด์วางเป้าหมายเปิด 7 สาขาภายในปี 2572 พร้อมกำหนดสาขาที่ 2 ที่ EmQuartier ในเดือนตุลาคม และอีกสาขาภายในเดือนเมษายน 2570 นี่คือการส่งสัญญาณว่าตลาดรองเท้าหนังพรีเมียมยังมีที่ว่างสำหรับแบรนด์ที่เล่นเกมประสบการณ์และการดูแลรองเท้าให้ใช้ได้นาน การซ่อมและเปลี่ยนพื้นรองเท้าจึงไม่ใช่บริการเสริม แต่คือหัวใจของคำว่าคุ้มค่าในสายตาลูกค้าที่มองรองเท้าเป็นการลงทุน

ทำเล Central Embassy และการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ฐานรายได้สูง
การเลือก Central Embassy เป็นทำเลแรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ศูนย์การค้าแห่งนี้มีภาพลักษณ์ระดับลักชัวรี รายล้อมด้วยแบรนด์ Fashion & Lifestyle ระดับพรีเมียม และมีลูกค้าทั้งคนในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้สอดคล้องกับทิศทางการวางตำแหน่งของ Berwick 1707 ที่ต้องการยืนในกลุ่มลักชัวรี่ที่เอื้อมถึงแต่ยังอยู่ในพื้นที่ค้าปลีกฐานรายได้สูง แบรนด์โฟกัสกลุ่มคนยุคใหม่อายุประมาณ 25–40 ปี คนทำงานรุ่นใหม่ สายแฟชั่น และกลุ่ม Wedding ที่ต้องการรองเท้าหนังพรีเมียมสะท้อนตัวตน โดยในตลาดนี้พบว่าผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้นจนสัดส่วนสินค้าชายต่อหญิงอยู่ราว 60:40 ไม่ใช่ 80:20 แบบตลาดในประเทศอื่น การปรับภาพลักษณ์จากรองเท้าหนังสไตล์คลาสสิกไปสู่ Fashion & Lifestyle ที่ทันสมัยมากขึ้นจึงเป็นการตอบรับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่อยากลงทุนกับรองเท้าหนังแฟชั่นคุณภาพดี แต่ยังต้องการความหลากหลายทั้งทรงสนีกเกอร์และรองเท้าในชีวิตประจำวัน สรุปแล้ว Berwick 1707 เข้ามาเติมช่องว่างระหว่างรองเท้าหนังราคาย่อมเยาและรองเท้าลักชัวรี่ราคาแรง ด้วยกลยุทธ์ Accessible Luxury ทำเลที่จับกลุ่มรายได้สูง และการเน้นประสบการณ์กับการดูแลรองเท้าแบบระยะยาว หากตลาดรองเท้าหนังพรีเมียมยังโตได้ต่อเนื่อง แบรนด์รองเท้าสเปนรายนี้มีศักยภาพจะกลายเป็นชื่อแรกๆ ที่คนคิดถึงเมื่อพูดถึงรองเท้าหนังแฟชั่นที่ทั้งสวยและคุ้มค่าต่อการลงทุน







