จากฟิตเนสสู่ wellness ทำไมการลงทุน 200 ล้านครั้งนี้จึงสำคัญ
การเปลี่ยนฟิตเนสแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นศูนย์บริการสุขภาพองค์รวมคือการขยายบริการจากแค่เครื่องออกกำลังกายและคลาสกลุ่ม ไปสู่ประสบการณ์ดูแลสุขภาพทั้งการเคลื่อนไหว การฟื้นตัว และคุณภาพชีวิตระยะยาว เชื่อมโยงการออกกำลังกาย โภชนาการ การพักผ่อน และไลฟ์สไตล์ให้เป็นเส้นทางเดียวกันของสมาชิกคลับออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่การเข้าใช้บริการเป็นครั้งๆ แบบแยกส่วนอีกต่อไป WE Society ประกาศเดินหน้าฟิตเนส wellness ลงทุนรวม 200 ล้านบาทตลอดปี 2569 เพื่อยกระดับธุรกิจ Fitness & Lifestyle ทั้งด้านพื้นที่ บริการ และประสบการณ์ลูกค้าฟิตเนส นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนเครื่องวิ่งรุ่นใหม่ แต่คือการสื่อชัดว่าโมเดลฟิตเนสแบบเก่าเริ่มไปไม่พออีกแล้ว ผู้บริโภคต้องการคำตอบเรื่องสุขภาพแบบองค์รวม มากกว่าการนับครั้งเข้าใช้ยิม

WE Pilates: ห้องทดลองโมเดล wellness แบบเจาะลึก
จุดที่น่าสนใจที่สุดของการขยายธุรกิจ wellness ครั้งนี้คือการตั้ง WE Pilates by WE Society สตูดิโอ Private Pilates 1-on-1 ที่ Avenue Ratchayothin ด้วยเงินลงทุนเกือบ 10 ล้านบาท พูดง่ายๆ นี่คือห้องทดลองที่บริษัทใช้ทดสอบว่าผู้ใช้พร้อมจ่ายเพื่อบริการเฉพาะบุคคลแค่ไหน โครงการนี้ไม่ใช่ไอเดียจากห้องประชุม แต่เริ่มจากข้อมูลจริงที่พบว่า Pilates Reformer เป็นหนึ่งในคลาสยอดนิยมและมีที่นั่งเต็มอย่างต่อเนื่องในคลับเดิม บริษัทจึงหยิบประสบการณ์จาก Group Class มาต่อยอดเป็นสตูดิโอแบบตัวต่อตัว ภายใต้แนวคิด “A Better Life Through Better Movement” เพื่อออกแบบการฝึกที่ตรงกับสภาพร่างกายและเป้าหมายของแต่ละคนลึกขึ้น พร้อมเปิดให้คนที่ยังไม่เป็นสมาชิกคลับ เข้ามาสัมผัสแบรนด์ได้โดยตรง นี่คือการใช้ insight สมาชิกคลับออกกำลังกายมาพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่อย่างมีทิศทาง

ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าฟิตเนส สู่การดูแลยาวตลอด Healthspan
ประเด็นที่ทำให้การขยายธุรกิจ wellness ของ WE Society น่าจับตาคือมุมมองต่อเส้นทางลูกค้า อภิรดี จังจุติกุล ระบุว่า Fitness ยังเป็น Core Business แต่บริษัทกำลังขยาย Customer Journey จากการออกกำลังกายไปสู่ Better Movement การฟื้นตัว และ Wellness Experience ที่เน้นคุณภาพชีวิตระยะยาว การลงทุน 200 ล้านบาทจึงลงทั้งในด้านการปรับโฉมพื้นที่และการสร้างบริการใหม่ รองรับการขยายจาก Fitness ไปสู่ Wellness ที่กว้างขึ้น เห็นได้จากการเริ่มนำเครื่องมืออย่าง VISBODY Body Assessment มาช่วยให้คนรู้จักร่างกายตัวเองดีขึ้น และเตรียมนำ Red Light Experience Ice Bath และบริการ Recovery อื่นๆ เข้ามาเสริม ทิศทางนี้ชัดเจนว่าบริษัทกำลังตอบโจทย์แนวคิด Healthspan ดูแลช่วงชีวิตที่ยังมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตดี ไม่ใช่แค่ยืดอายุ

คุ้มไหมสำหรับผู้บริโภค และเสี่ยงแค่ไหนสำหรับผู้ประกอบการ
ในมุมของสมาชิกคลับออกกำลังกาย การเปลี่ยนจากยิมเน้นกล้ามเนื้อไปเป็นศูนย์บริการสุขภาพองค์รวม หมายถึงตัวเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น ใครที่เคยใช้ฟิตเนสเฉพาะช่วงฟิตหุ่นสั้นๆ จะเริ่มเห็นทางเลือกการดูแลตัวเองแบบต่อเนื่อง ทั้งคอร์ส Pilates แบบเจาะลึก โปรแกรม Recovery และประสบการณ์ wellness อื่นๆ ที่เชื่อมกับไลฟ์สไตล์ประจำวัน ในมุมธุรกิจ การลงทุนเกือบ 10 ล้านบาทใน WE Pilates สาขาแรก พร้อมเป้าหมายคืนทุนภายในประมาณ 6 เดือน และแผนศึกษาขยายเพิ่มอีก 2–5 แห่งในปี 2570 แสดงให้เห็นว่าบริษัทมองตลาดนี้อย่างจริงจัง ข้อดีคือช่วยเพิ่ม Customer Lifetime Value ของสมาชิกเดิม และกลายเป็นประตูรับลูกค้าใหม่จากภายนอก แต่ความเสี่ยงคือการรักษามาตรฐานการบริการเฉพาะบุคคล ซึ่งต้องใช้ทั้งบุคลากรและองค์ความรู้ระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

บทสรุป: ฟิตเนส wellness ลงทุนวันนี้ คือเดิมพันอนาคตทั้งตลาด
เมื่อมองภาพรวม การทุ่มงบยกระดับฟิตเนสสู่บริการสุขภาพองค์รวมไม่ใช่แค่กลยุทธ์แต่งหน้าร้าน แต่คือการยอมรับความจริงว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป คนไม่สนใจแค่กล้ามเนื้อหรือรูปร่างชั่วคราว แต่หันมาให้ค่ากับคุณภาพการเคลื่อนไหว การฟื้นตัว และการยืดอายุการใช้ร่างกายให้นานที่สุด สำหรับผู้เล่นรายใหญ่ การขยายธุรกิจ wellness วันนี้คือการจองพื้นที่ในอนาคตของตลาดสุขภาพ หากทำได้ดี แบรนด์จะกลายเป็นศูนย์กลางการดูแลตัวเองระยะยาว ไม่ใช่แค่สถานที่สแกนบัตรเข้าออก ส่วนในมุมผู้บริโภค การเปลี่ยนผ่านนี้คือโอกาสจะเปลี่ยนจากการเป็น “คนซื้อแพ็กเกจ” มาเป็น “เจ้าของเส้นทางสุขภาพของตัวเอง” ที่มีทางเลือกและข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น







