ไมซ์และการลงทุน: จากท่องเที่ยวธุรกิจสู่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ
ไมซ์และการลงทุน คือการใช้กิจกรรมประชุม สัมมนา งานแสดงสินค้า และการเดินทางจูงใจ เพื่อสร้างโอกาสจับคู่ธุรกิจ ขยายเครือข่าย และดึงเงินลงทุนเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจเป้าหมาย ไม่ได้มองผู้เข้าร่วมงานเป็นเพียงนักเดินทางท่องเที่ยวธุรกิจ แต่เห็นเป็นว่าที่นักลงทุน หุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ และต้นทางของโครงการเศรษฐกิจใหม่ในระยะยาว ที่เชื่อมทั้งภาครัฐ เอกชน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าด้วยกัน มุมมองใหม่นี้สะท้อนชัดเมื่อไมซ์ถูกผลักดันให้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการค้า การลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม และการศึกษา โดยใช้เส้นทางและงานประชุมต่างๆ ในเขตพัฒนาพิเศษเป็นฐานสร้างโอกาส ไม่ใช่เพียงการสร้างรายได้ระยะสั้นจากนักเดินทาง แต่ตั้งเป้าจะเปลี่ยนผู้ร่วมงานให้กลายเป็นผู้ลงทุนและคู่ค้าในระบบเศรษฐกิจในอนาคต
EEC MICE Gateway to Growth: เชื่อมธุรกิจประชุมกับ 5 อุตสาหกรรมอนาคต
หัวใจของการพลิกบทบาทไมซ์ให้เป็นเครื่องจักรลงทุน คือการดึงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเข้ามาอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ EEC ธุรกิจประชุมโดยตรง สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการได้เดินหน้าพัฒนาแนวคิด EEC MICE Gateway to Growth และเส้นทาง EEC MICE Growth Industry Route ที่ผสานการประชุมองค์กรกับการศึกษาดูงานสถานประกอบการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ เส้นทางนี้ไม่ใช่ทัวร์ชมโรงงานธรรมดา แต่ตั้งใจเชื่อมผู้จัดงานไมซ์ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานรัฐเข้ากับฐานอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 ด้าน ได้แก่ การแพทย์และสุขภาพ ดิจิทัล ยานยนต์สมัยใหม่ BCG และบริการ เนื้อหาของงานประชุมถูกออกแบบให้สอดรับกับสิ่งที่ผู้ร่วมงานจะเห็นในพื้นที่จริง ทำให้การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย และการเจรจาความร่วมมือสามารถต่อยอดเป็นดีลลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากผู้ร่วมงานสู่คู่ค้าและนักลงทุน: เส้นทาง EEC MICE Growth Industry Route
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการออกแบบเส้นทางที่ตั้งใจเปลี่ยนนักเดินทางไมซ์ให้เป็นนักลงทุน เส้นทาง EEC MICE Growth Industry Route ถูกใช้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างห้องประชุมกับไซต์งานอุตสาหกรรมในชลบุรีและระยอง ผ่านการพาผู้แทนองค์กรไปสัมผัสความสามารถจริงของผู้ประกอบการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก แนวคิดนี้ชัดเจนเมื่อมีการระบุว่า EEC เป็นหัวใจของการลงทุนทางธุรกิจ และการจัดงานไมซ์ในพื้นที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ระดับพันล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าไมซ์ในพื้นที่นี้ไม่ได้ถูกวัดด้วยจำนวนงานหรือค่าใช้จ่ายหน้างานเท่านั้น แต่ถูกประเมินจากการจับคู่ธุรกิจ การสร้างเครือข่ายผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยี และการต่อยอดไปสู่การผลิต การบริการ และการลงทุนในอนาคต การจัด Media FAM Trip สำรวจศักยภาพเส้นทางไมซ์ในสองจังหวัดก็เป็นอีกก้าวหนึ่งที่เตรียมข้อมูลเพื่อจัดทำคู่มือแนะนำเส้นทาง ให้ผู้จัดงานสามารถออกแบบโปรแกรมที่ตอบโจทย์ด้านการพัฒนาบุคลากรและการลงทุนได้ตรงจุดหลังจบกิจกรรม
บุกตลาดจีน: ใช้ไมซ์เป็นเวทีจับคู่ลงทุนและเชื่อม BOI–EEC
หากไมซ์จะเป็นเครื่องจักรลงทุนระดับภูมิภาค การเปิดประตูสู่ตลาดจีนคือโจทย์หลีกเลี่ยงไม่ได้ การจัดงาน MEET Thai Plus 2026 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการเซินเจิ้น ระหว่างวันที่ 9–10 กันยายน เป็นตัวอย่างของการยกไมซ์ออกจากภาพทัวร์โรดโชว์มาเป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ เชื่อมศักยภาพเขตพัฒนาพิเศษและนโยบายส่งเสริมการลงทุนเข้ากับนักธุรกิจจีน ในบริบทที่จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง และนักเดินทางจากจีนคิดเป็นราว 30% ของผู้เดินทางต่างชาติที่เข้าไทย การใช้เวทีไมซ์เพื่อเจรจาธุรกิจ การลงทุน และการต่อยอดสู่โครงการที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของ BOI และเขตพัฒนาพิเศษจึงเป็นการใช้พฤติกรรมการเดินทางที่มีอยู่แล้วให้กลายเป็นท่อส่งเม็ดเงินลงทุนอย่างมีแผน ตามคำอธิบายของผู้บริหารไมซ์ งานนี้ตั้งเป้าให้เกิดการจับคู่ธุรกิจถึง 800 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน และหวังผลทางเศรษฐกิจมูลค่านับพันล้าน
สรุป: อัพเกรดท่องเที่ยวธุรกิจให้เป็นแพลตฟอร์มลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษ
ภาพรวมแล้ว แนวทางใหม่ของไมซ์ในเขตพัฒนาพิเศษไม่ได้ถามว่าแต่ละงานมีนักเดินทางกี่คน แต่มองว่าผู้ร่วมงานกลายเป็นนักลงทุนและพันธมิตรระยะยาวได้มากแค่ไหน การพัฒนา EEC ธุรกิจประชุมผ่านแนวคิด EEC MICE Gateway to Growth และเส้นทาง EEC MICE Growth Industry Route ทำให้การประชุมและท่องเที่ยวธุรกิจถูกผูกกับอุตสาหกรรมอนาคตอย่างเป็นระบบ เมื่อจับคู่กับการบุกตลาดจีนผ่านงานในเซินเจิ้นและการดึงภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและเขตพัฒนาพิเศษเข้ามาอยู่ในเวทีเดียวกัน ไมซ์จึงเริ่มทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มลงทุนข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง แน่นอนว่าความสำเร็จจะขึ้นกับการต่อยอดหลังงานจบ ตั้งแต่การทำคู่มือเส้นทาง ไปจนถึงการติดตามดีลลงทุน แต่ทิศทางตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าไมซ์และการลงทุนกำลังเดินคู่กัน และเขตพัฒนาพิเศษถูกวางให้เป็นเวทีหลักของเกมเศรษฐกิจรอบใหม่






