ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

บริษัทสื่อเอเชียหันทิศสู่สตรีมมิ่งเซิร์ฟิส หนีรายได้โฆษณาทีวีร่วง

บริษัทสื่อเอเชียหันทิศสู่สตรีมมิ่งเซิร์ฟิส หนีรายได้โฆษณาทีวีร่วง
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ยุคทีวีหายใจรวยาก จุดเปลี่ยนที่บังคับให้บริษัทสื่อคิดใหม่ทำใหม่

การเปลี่ยนผ่านสู่สตรีมมิ่งเซิร์ฟิสคือกระบวนการที่บริษัทสื่อเอเชียหันโฟกัสจากช่องทีวีแบบดั้งเดิมไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์แบบสมัครสมาชิกหรือรับชมผ่านอินเทอร์เน็ต โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้ยั่งยืนจากค่าบริการ คอนเทนต์บนคลาวด์ และการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา แทนการพึ่งพารายได้โฆษณาทีวีเพียงแหล่งเดียว เพื่อรับมือพฤติกรรมผู้ชมที่ย้ายไปอยู่บนจอมือถือและสมาร์ตทีวี

เมื่อพฤติกรรมผู้ชมไหลออกจากจอ Broadcast ไปอยู่บนสตรีมมิ่งมากขึ้น ขณะที่รายได้โฆษณาทีวีไม่เติบโตเหมือนเดิม ผู้ประกอบการจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสร้างโมเดลธุรกิจดิจิทัลของตัวเอง นี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มช่องทาง แต่คือการกลับด้านโครงสร้างรายได้จากการขายเวลาโฆษณา ไปสู่การถือครองแพลตฟอร์มและข้อมูลลูกค้า

ในภาพใหญ่ เรากำลังเห็นบริษัทสื่อเอเชียที่เคยผูกชีวิตกับทีวี เริ่มเลิกยึดติดกับเรตติ้งและสปอตโฆษณา หันมาโฟกัสคอนเทนต์แบบดูเมื่อไรก็ได้ การบริหาร IP และรายได้ต่างประเทศ ที่สำคัญคือใครเดินช้า ความภักดีของผู้ชมจะถูกสตรีมมิ่งระดับโลกดึงออกไปจนยากจะดึงกลับ

บริษัทสื่อเอเชียหันทิศสู่สตรีมมิ่งเซิร์ฟิส หนีรายได้โฆษณาทีวีร่วง

MONO พลิกเรือทีวีให้เป็นสตรีมมิ่ง MONOMAX คือหัวใจใหม่ของธุรกิจ

MONO คือกรณีตัวอย่างของการยอมรับความจริงว่าทีวีไม่ใช่พระเอกอีกต่อไป ซีอีโอประกาศชัดว่ายุทธศาสตร์ปี 2569 จะหันทั้งองค์กรสู่แนวคิด Streaming First แทนการยึดดิจิทัลทีวีเป็นศูนย์กลาง โดยดัน MONOMAX ขึ้นมาเป็นหัวหอกหลัก และวันนี้แพลตฟอร์มนี้มีฐานผู้ใช้งานสะสมแล้วมากกว่า 3.5 ล้านราย

คำว่า Streaming First ในแบบ MONO คือการกลับด้านวิธีคิดจากเดิมที่เอาคอนเทนต์จากช่องทีวีไปลงออนไลน์ กลายเป็นการเริ่มจากความต้องการผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม แล้วค่อยต่อยอดไปช่องทางอื่น เนื้อหาหลักของ MONOMAX ไม่ได้มีแค่ซีรีส์หรือหนัง แต่ใช้กีฬาระดับโลกอย่าง Premier League และฟุตบอลโลกเป็นแม่เหล็ก ดึงผู้ชมเข้าระบบ ก่อนจะผลักดูดไปสู่ Original Content แบบเอ็กซ์คลูซีฟและคอนเทนต์ประเภทอื่น

สิ่งที่น่าสนใจคือ MONO ไม่ได้มองสตรีมมิ่งแค่เป็นท่อปล่อยคอนเทนต์ แต่ยกเครื่องการบริหารครอบคลุมทั้งคอนเทนต์ เทคโนโลยี ประสบการณ์ผู้ใช้ การเติบโต รายได้ และพันธมิตร พร้อมแนวคิด 72 Hours Content ที่พยายามยืดความสัมพันธ์กับผู้ใช้ให้ยาวกว่าช่วงเวลาถ่ายทอดสด ถ้าทำสำเร็จ MONOMAX จะกลายเป็นธุรกิจดิจิทัลที่ไม่ต้องพึ่งเรตติ้งทีวีเป็นตัวชี้ชะตาอีกต่อไป

บริษัทสื่อเอเชียหันทิศสู่สตรีมมิ่งเซิร์ฟิส หนีรายได้โฆษณาทีวีร่วง

GDH เลิกพึ่งตลาดในประเทศ ลุยรายได้ต่างประเทศและธุรกิจ IP เต็มตัว

ในขณะที่ MONO ใช้สตรีมมิ่งเซิร์ฟิสเป็นแพลตฟอร์มหลัก GDH เลือกเส้นทางอีกแบบ คือยกระดับคอนเทนต์ให้กลายเป็นสินค้าส่งออกและขยายรายได้ต่างประเทศอย่างจริงจัง ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศของบริษัทกระโดดขึ้นมาถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และตั้งเป้าเพิ่มอีก 100 เปอร์เซ็นต์ภายใน 3 ปีข้างหน้า นี่คือคำประกาศว่าจะไม่ยอมเป็นสตูดิโอที่มีรายได้ผูกกับบ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศเพียงอย่างเดียว

ทิศทางใหม่ของ GDH คือการสร้างเรื่องเล่าที่ทั้งสดใหม่และมีศักยภาพสากล ตั้งแต่หนังรักสาย Genderfluid อย่างโปรเจกต์เพื่อนสาว ไปจนถึงหนังแนวกีฬา ดรามา สยองขวัญ และรีเมกจากผลงานต่างประเทศควบคู่กัน พร้อมเปิดไลน์ซีรีส์และแอนิเมชันอย่าง Return of True Love Next Door และ Joy Market เพื่อจับทั้งกระแสความคิดถึงและตลาดครอบครัว

สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ GDH เริ่มวางธุรกิจ IP เป็นเครื่องยนต์ใหม่ ทั้งการขายสิทธิ์รีเมกอย่างหลานม่าไปยังสตูดิโอระดับโลก การพัฒนาเกมและบอร์ดเกมจากหนัง และการต่อยอดสู่สินค้าและการศึกษา ทิศทางนี้สะท้อนชัดว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่รายได้ครั้งเดียวจากโรงหนัง แต่คือการรีดคุณค่าจากทรัพย์สินทางปัญญาให้ได้นานที่สุดในทุกตลาด

บริษัทสื่อเอเชียหันทิศสู่สตรีมมิ่งเซิร์ฟิส หนีรายได้โฆษณาทีวีร่วง

จากทีวีเป็นธุรกิจดิจิทัล สัญญาณร่วมของบริษัทสื่อเอเชีย

เมื่อวาง MONO และ GDH ไว้ข้างกัน สิ่งที่เห็นชัดคือภาพสะท้อนทิศทางใหม่ของบริษัทสื่อเอเชียยุคสตรีมมิ่งเซิร์ฟิส โมเดลเดิมที่ผูกชีวิตกับรายได้โฆษณาทีวีหรือบ็อกซ์ออฟฟิศเดียวเริ่มอยู่ยาก ทุกองค์กรต้องเลือกว่าจะเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือเจ้าของ IP ที่แข็งแรง หรือทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน

MONO เลือกสร้างแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของตัวเอง ปรับวิธีคิดและการลงทุนให้เน้นเทคโนโลยีและประสบการณ์ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ในขณะที่ GDH เลือกสร้างจักรวาลคอนเทนต์ที่ขายได้ทั้งในโรง บนสตรีมมิ่ง และในตลาดต่างประเทศ พร้อมวางธุรกิจ IP เป็นแกนกลาง แนวทางต่างกันแต่ยึดหลักร่วมกันคือการไม่ปล่อยให้คุณค่าอยู่แค่ในจอทีวีหรือการฉายครั้งแรก

บทสรุปคือ ยุคนี้บริษัทสื่อที่รอดไม่ใช่คนที่ถือช่องทีวีมากที่สุด แต่คือคนที่เข้าใจผู้ชมบนโลกธุรกิจดิจิทัล รู้จักสร้าง IP ให้ข้ามแพลตฟอร์ม และกล้าลงทุนในสตรีมมิ่งเซิร์ฟิสของตัวเอง ใครยังยึดติดกับอดีตและรอเม็ดเงินโฆษณาทีวีกลับมา มีแนวโน้มสูงว่าจะถูกผู้เล่นใหม่และแพลตฟอร์มระดับโลกกลืนพื้นที่ไปจนไม่เหลือที่ยืน

บริษัทสื่อเอเชียหันทิศสู่สตรีมมิ่งเซิร์ฟิส หนีรายได้โฆษณาทีวีร่วง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!