จากโมเดลสู่การใช้งานจริง นิยามใหม่ของความร่วมมือ AI ขององค์กร
ความร่วมมือ AI ขององค์กร คือการที่ธุรกิจขนาดใหญ่จับมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีเพื่อวางแผนระยะยาวในการนำ AI และระบบคลาวด์เข้าไปอยู่ในกระบวนการทำงานจริง ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานหลังบ้านไปจนถึงประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมผูกแผนพัฒนาเทคโนโลยีเข้ากับการพัฒนาทักษะบุคลากรในวงกว้าง เพื่อให้ AI ไม่หยุดอยู่ที่การทดลอง แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจที่วัดผลได้เชื่อมกันทั้งคน ข้อมูล และแพลตฟอร์มคลาวด์ AWS
กรณีศึกษาที่น่าจับตาคือความร่วมมือระยะยาว 5 ปี ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ร่วมกับ Arise Ventures Group True Corporation และ Amazon ซึ่งประกาศแผนเร่งนำ AI และ Cloud ไปใช้ในหลายธุรกิจของเครือ พร้อมตั้งเป้าพัฒนาทักษะด้าน AI ให้คนจำนวน 3 ล้านคนทั่วประเทศ สิ่งนี้สะท้อนว่าเกม AI รอบใหม่ไม่ได้แข่งกันที่ใครมีโมเดลเก่งกว่า แต่แข่งกันที่ใครนำ AI ไปใช้งานจริงในสเกลใหญ่ได้มากกว่า

พันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแพลตฟอร์มคลาวด์ AWS จากวิสัยทัศน์สู่ Execution
จุดต่างของความร่วมมือ AI ขององค์กรรอบนี้คือการมอง AI เป็นภารกิจร่วม ไม่ใช่โปรเจกต์ของฝ่ายไอที เมื่อเครือเจริญโภคภัณฑ์เลือกแพลตฟอร์มคลาวด์ AWS เป็นแกนกลางด้าน Cloud และ AI เพื่อเชื่อมเข้ากับธุรกิจและฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของเครือ การออกแบบจึงเน้นโมเดลพันธมิตรที่เชื่อมคน ไอเดีย และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “Shaping the Future, Together: Connecting People, Ideas and Technology” ที่ถูกใช้ในกิจกรรม Day 2 Program – Internal Kick Off ณ True Digital Park
แกนนำของแนวคิดนี้คือการทำให้ AI เดินหน้าไปตามลำดับชัดเจน ตั้งแต่ Adoption → Proven Value → Scale → Replicate โดยไม่ปล่อยให้โครงการหยุดเป็นเพียง Pilot หรือ Prototype คำกล่าวที่น่าจดจำคือประโยคที่ว่า “วันนี้เราไม่ได้ต้องการเพียง Prototype แต่ต้องการ Adoption ต้องพิสูจน์ให้เห็น Value จากนั้นจึง Scale และท้ายที่สุดต้องสามารถ Replicate ไปยัง Business Unit อื่นได้” นี่คือกรอบคิดที่บังคับให้ทุกโครงการ AI ต้องมี Milestone KPI และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้ในทุก 3 เดือนก่อนขยายผลในวงกว้าง

การใช้งาน AI จริงใน Telecom Finance Retail จาก True Ascend Money และ 7-Eleven
หากมองระดับอุตสาหกรรม การใช้งาน AI จริงในความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นชัดว่าแพลตฟอร์มคลาวด์ AWS ไม่ได้อยู่แค่ในดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ลงไปถึงเคาน์เตอร์หน้าร้านและแอปในมือผู้ใช้ ในฝั่งโทรคมนาคม True ตั้งเป้าขยับสู่การเป็น AI-First Organization โดยใช้ AI กับช่องทางบริการลูกค้าดิจิทัล งาน Predictive Maintenance และการจัดการเครือข่ายแบบ Real-time เพื่อแก้ปัญหาระบบโดยลดภาระงานที่ต้องใช้คนลง
ด้านการเงิน Ascend Money เตรียมใช้ AWS เป็นฐานสำหรับระบบวิเคราะห์และประเมินเครดิตด้วย AI รวมถึงกระบวนการ Loan Origination เพื่อช่วยให้ผู้ที่เข้าถึงบริการทางการเงินยากมีโอกาสมากขึ้น พร้อมต่อยอดไปสู่ระบบ e-KYC การตรวจจับการทุจริต และบริการบริหารการเงินที่ปรับตามลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ละเอียดขึ้น ส่วนค้าปลีก CP ตั้งเป้าเปลี่ยนจุดให้บริการกว่า 19,000 แห่งของ 7-Eleven Lotus’s และ Makro เป็นพื้นที่ทดลองใช้งาน AI ตั้งแต่ Demand Forecasting การบริหารสต็อก Personalization Retail Media จนถึงการใช้ Computer Vision ในร้านค้า
การพัฒนาทักษะ AI เป็นเสาหลัก ไม่ใช่ภาคผนวกของแผนเทคโนโลยี
หัวใจสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือ AI ขององค์กรครั้งนี้โดดเด่น คือการผูกการพัฒนาทักษะ AI เข้ากับแผนเทคโนโลยีตั้งแต่ต้น ไม่ใช่คิดภายหลัง CP เลือก AWS เป็นพันธมิตรด้านการพัฒนาบุคลากร ตั้งเป้าเตรียมความพร้อมด้าน Cloud และ AI ให้คนไทย 3 ล้านคน ผ่านการเรียนรู้ การอบรม และการนำความรู้ไปใช้จริง โดยใช้ทั้งระบบฝึกอบรมของ AWS ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงสาย Developer และ AI Engineer รวมถึงแพลตฟอร์ม AWS Skill Builder ที่มีแหล่งเรียนรู้ด้าน Cloud และ AI ฟรีมากกว่า 1,000 รายการ
ตัวเลขจากการศึกษาที่ AWS เผยแพร่ระบุว่า 47% ของธุรกิจในประเทศนี้มองว่าการขาดทักษะดิจิทัลเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดต่อการนำ AI มาใช้ และความรู้ด้าน AI จะจำเป็นสำหรับ 61% ของงานในอนาคตใกล้ นั่นทำให้การ Upskill บุคลากรในวงกว้างประมาณ 3 ล้านคนกลายเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่กิจกรรมเสริม ดังที่มีการย้ำว่า “นี่ไม่ใช่เพียง AI Project แต่เป็นการสร้าง Capability และ Future Leaders ของเรา” การฝึกอบรมจึงถูกออกแบบควบคู่กับโครงการใช้งานจริง เช่นการแข่งขัน AI Innovation Hackathon เพื่อให้คนได้ทดลองพัฒนา Generative AI กับปัญหาสาธารณสุข เกษตร และการศึกษา
บทสรุป โมเดลความร่วมมือ AI ที่เชื่อมข้อมูล คน และธุรกิจให้เดินไปพร้อมกัน
บทเรียนจากความร่วมมือระยะยาว 5 ปีระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์และแพลตฟอร์มคลาวด์ AWS คือการพิสูจน์ว่าการใช้งาน AI จริงในองค์กรขนาดใหญ่ต้องอาศัยสามเสาหลักที่เดินพร้อมกัน คือโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และ Data ที่เชื่อมโยงกัน การมีกรอบ Execution ที่บังคับให้ทุกโครงการเดินจาก Adoption สู่การวัด Value และ Scale รวมถึงการพัฒนาทักษะคนเป็นเสาหลักในระดับเดียวกับเทคโนโลยี
เมื่อ CP Innovation Center of Excellence ถูกวางเป็นสนามกลางให้ทีมจากหลายธุรกิจมาร่วมกับทีมเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากพันธมิตร โอกาสในการสร้าง Use Case ใหม่ ๆ ในเกษตร อาหาร ค้าปลีก และโทรคมนาคมจึงเปิดกว้าง การที่ Data ถูกจัดระบบและเชื่อมกันอย่างมีมาตรฐานและคำนึงถึง Data Governance ทำให้ AI สามารถคืนมูลค่าให้ทั้งองค์กรและผู้บริโภคได้มากขึ้น ในมุมมองเชิงความคิดเห็น โมเดลแบบนี้ชี้ทางให้องค์กรอื่นเห็นว่าอนาคตของ AI ไม่ได้เริ่มด้วยคำถามว่าจะซื้อเทคโนโลยีอะไร แต่เริ่มจากคำถามว่าจะเชื่อมคน ข้อมูล และแพลตฟอร์มเข้าหากันอย่างไรให้กลายเป็นพิมพ์เขียว AI ที่ใช้งานได้จริงในทุกวัน






