ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ศึกท่องเที่ยวอาเซียน: ทำไมเวียดนามกำลังแซงหน้า

ศึกท่องเที่ยวอาเซียน: ทำไมเวียดนามกำลังแซงหน้า
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เวียดนามผงาดในศึกท่องเที่ยวอาเซียน ความหมายที่ใหญ่กว่าตัวเลข

การที่เวียดนามสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวจีนได้มากกว่าไทย คือจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของท่องเที่ยวอาเซียน สะท้อนว่าประเทศที่เคยเป็นรองสามารถใช้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การตลาดเชิงรุก และการสร้างภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย พลิกสถานะตัวเองขึ้นมาเป็นผู้เล่นนำในตลาดท่องเที่ยวภูมิภาค และส่งสัญญาณตรงไปยังเศรษฐกิจอาเซียนว่าการแข่งขันท่องเที่ยวกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของศักยภาพเชิงเศรษฐกิจระยะยาว

หัวใจของเรื่องนี้คือ เวียดนามไม่ได้แค่ฟื้นตัวจากยุคโรคระบาด แต่กำลังเข้าสู่ “ยุคทอง” ของท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขึ้นไปถึง 21.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 20% และถือเป็นตัวเลขสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ ความสำเร็จเช่นนี้ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่จากการเลือกทางยุทธศาสตร์ด้านท่องเที่ยวที่ชัดเจน ขณะที่ไทยซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นแชมป์ท่องเที่ยวอาเซียนกลับเริ่มเสียโมเมนตัมลงอย่างน่ากังวล

ศึกท่องเที่ยวอาเซียน: ทำไมเวียดนามกำลังแซงหน้า

นักท่องเที่ยวจีนเทใจท่องเที่ยวเวียดนาม: สัญญาณตลาดที่ไทยมองข้ามไม่ได้

ในเกมแข่งขันท่องเที่ยวอาเซียน ตลาดนักท่องเที่ยวจีนคือรางวัลใหญ่ และเวียดนามกำลังเป็นฝ่ายนำอย่างเห็นได้ชัด เวียดนามต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน 5.3 ล้านคน กลายเป็นตลาดต่างชาติขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ในขณะที่ไทยรับนักท่องเที่ยวจีนเพียงประมาณ 4.5 ล้านคน ทำให้ปลายทางยอดนิยมของชาวจีนในภูมิภาคนี้ขยับจากไทยไปอยู่ที่เวียดนามแล้ว นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวเลข แต่คือการเปลี่ยนความรู้สึกและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีอำนาจใช้จ่ายสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลก

ผู้เดินทางชาวจีนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะระดับกลางถึงบน เริ่มหันมาเน้นท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ใช้จ่ายต่อทริปในระดับหลายหมื่นบาท เพื่อแลกกับการพักในโรงแรมหรู อาหารระดับดี และบริการด้าน Wellness ซึ่งท่องเที่ยวเวียดนามสามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วน ขณะเดียวกัน การขยายเส้นทางบินตรงจากเมืองใหญ่ของจีนสู่ดานัง ญาจาง และฟูโกว๊ก ทำให้การเดินทางสะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น เมื่อรวมกับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยที่สูงกว่า ภาพลักษณ์ปลายทางท่องเที่ยวในสายตานักท่องเที่ยวจีนจึงเริ่มโน้มไปทางเวียดนามอย่างชัดเจน

ศึกท่องเที่ยวอาเซียน: ทำไมเวียดนามกำลังแซงหน้า

ทรัพยากรคล้ายกัน แต่ยุทธศาสตร์ต่างกัน: ทำไมเวียดนามพลิกเกมได้

หากดูผิวเผิน ไทยและเวียดนามมีจุดขายด้านการท่องเที่ยวไม่ต่างกันมาก ทั้งชายทะเลสวย เมืองมรดก วัฒนธรรมอาหาร และบริการท่องเที่ยวครบวงจร แต่สิ่งที่แยกทั้งสองออกจากกันคือวิธีจัดการทรัพยากรเหล่านั้น เวียดนามเลือกเดินหน้าอย่างเป็นระบบ ใช้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนำหน้า ทั้งสนามบินใหม่และระบบขนส่งทางรางในภาคเหนือควบคู่กับการตลาดเชิงรุกเพื่อดึงนักลงทุนและสายการบินต่างชาติ ผลคือเมืองท่องเที่ยวอย่างดานัง ญาจาง และฟูโกว๊กถูกยกระดับให้เป็นแพ็กเกจ “ครบจบในเมืองเดียว” ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่

ในทางกลับกัน ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยนอกภาคท่องเที่ยว ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในและปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านที่กระทบภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยในสายตานักท่องเที่ยว รายงานยอดนักท่องเที่ยวรวมลดลงเหลือ 32.9 ล้านคน หดตัว 7.2% และนับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบทศวรรษหากไม่รวมช่วงโรคระบาด โควตประโยคดูดีก็คือ “เวียดนามแซงหน้าไทยขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยดึงดูดนักท่องเที่ยว 5.3 ล้านคน เทียบกับไทยที่มี 4.47 ล้านคน” ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาดไม่ได้ตอบสนองแค่ทรัพยากรท่องเที่ยว แต่ตอบสนองยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนกว่าด้วย

ศึกท่องเที่ยวอาเซียน: ทำไมเวียดนามกำลังแซงหน้า

จากท่องเที่ยวสู่การแข่งขันเศรษฐกิจ: อาเซียนกำลังเห็นการเปลี่ยนขั้ว

ความสำเร็จของท่องเที่ยวเวียดนามไม่ได้หยุดอยู่ที่จำนวนผู้เดินทาง แต่มันต่อยอดไปสู่ความได้เปรียบเชิงเศรษฐกิจวงกว้าง ภาคการผลิต การส่งออก และการค้าระหว่างประเทศของเวียดนามกำลังแสดงศักยภาพแซงหน้าคู่แข่งในอาเซียน โดยมูลค่าการส่งออกคาดว่าจะขึ้นไปถึงระดับสูงกว่า 400 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการค้ารวมทะลุ 930 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จนติดอันดับ 25 ประเทศที่มีเศรษฐกิจการค้าใหญ่ที่สุดในโลก สัญญาณเหล่านี้บอกชัดว่า ท่องเที่ยวไม่ใช่แค่รายได้สั้นๆ แต่คือฐานสร้างแบรนด์ประเทศและความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน

ด้านการเติบโต เวียดนามขยับอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นไปที่ 8.02% ทำให้ GDP ประเมินอยู่ราว 514 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมตั้งเป้าการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ระหว่างปี 2026–2030 ในขณะที่เศรษฐกิจไทยถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตเพียงประมาณ 2% ต่อปี เมื่อประเทศหนึ่งเดินด้วยจังหวะ 8% อีกประเทศเดินที่ 2% การแซงหน้าในตารางเศรษฐกิจโลกจึงเป็นเรื่องของเวลาอย่างแท้จริง ไม่ใช่คำถามว่ามันจะเกิดหรือไม่ แต่คือจะเกิดเมื่อไร

ศึกท่องเที่ยวอาเซียน: ทำไมเวียดนามกำลังแซงหน้า

ข้อสรุป: ศึกแข่งขันท่องเที่ยวไม่ใช่เกมศักดิ์ศรี แต่คือเกมอนาคต

ภาพรวมแล้ว เรื่องนักท่องเที่ยวจีนเทใจท่องเที่ยวเวียดนามมากกว่าไทยไม่ใช่รายละเอียดเล็กๆ ในข่าวท่องเที่ยว แต่มันคือสัญญาณว่าอำนาจดึงดูดของประเทศในอาเซียนกำลังเปลี่ยนมือ เมื่อเวียดนามตั้งเป้ารับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 25 ล้านคนในปี 2026 และไปให้ถึง 50 ล้านคนในปี 2030 ขณะที่ไทยตั้งเป้าต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนกลับมาให้ได้ 6.7 ล้านคน เรากำลังเห็นสองยุทธศาสตร์ที่ต่างกันอย่างชัดเจนต่อหน้าตา

สิ่งที่บทเรียนนี้พูดกับทั้งภูมิภาคคือ การแข่งขันท่องเที่ยวอาเซียนจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ใครสร้างภาพลักษณ์ปลอดภัย เชื่อมต่อสะดวก และยกระดับคุณภาพบริการได้ต่อเนื่อง จะไม่เพียงชนะในสนามท่องเที่ยวแต่จะได้ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการลงทุนเป็นของแถม ในมุมนี้ เวียดนามได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวสามารถเปลี่ยนสถานะจากผู้ตามเป็นผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนไทยและประเทศอื่นๆ ในอาเซียนต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ในเกมแข่งขันท่องเที่ยวครั้งใหม่ พวกเขาอยากอยู่ตรงจุดไหนของเวที

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!