ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อร้านค้าปลีกกรุงเทพต้องคิดใหม่: One Bangkok พลิกเกมด้วย 40 ล้านคนและยอดขายโต 50%

เมื่อร้านค้าปลีกกรุงเทพต้องคิดใหม่: One Bangkok พลิกเกมด้วย 40 ล้านคนและยอดขายโต 50%
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากห้างเปิดใหม่สู่ Urban Lifestyle Destination ที่คนตั้งใจมา

One Bangkok Retail คือศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ในย่านใจกลางเมืองที่ผสมผสานช้อปปิ้ง ร้านอาหาร แฟชั่น และเอนเตอร์เทนเมนต์เข้ากับอาคารสำนักงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัย เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางแบบครบวงจรที่ผู้คนตั้งใจเดินทางมาใช้ชีวิตในทุกวัน ไม่ใช่เพียงแวะมาซื้อของแล้วจากไป

หัวใจของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเปิดโครงการรีเทลใหม่ แต่คือการพิสูจน์ว่าร้านค้าปลีกกรุงเทพยังเติบโตได้ หากกล้าขยับจากการขายของไปสู่การขายประสบการณ์ วัน แบงค็อก รีเทลเปิดพื้นที่หลักสองโซน Parade และ The Storeys เพื่อรองรับการช้อปปิ้ง ไดน์นิ่ง และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ภายในเวลาเพียงราวสองปี โครงการนี้ประกาศชัดว่าตัวเองไม่ใช่ห้างที่คนเดินผ่าน แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่คน “ตั้งใจ” มาถึงและอยากกลับมาอีก

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าตัวเลขสวยแค่ไหน แต่คือสิ่งที่ One Bangkok กำลังส่งสัญญาณถึงอนาคตของศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ในเมือง ว่าผู้ประกอบการรายอื่นจะยอมเปลี่ยนตาม หรือยอมรับความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เมื่อร้านค้าปลีกกรุงเทพต้องคิดใหม่: One Bangkok พลิกเกมด้วย 40 ล้านคนและยอดขายโต 50%

ตัวเลขที่คู่แข่งต้องมอง: ยอดผู้เข้าชม 40 ล้านคน อัตราการเช่า 96% ยอดขายรีเทลโต 50%

ในสมรภูมิร้านค้าปลีกกรุงเทพที่หนาแน่นไปด้วยห้างกลางเมือง ตัวเลขของวัน แบงค็อก รีเทลคือสัญญาณเตือนคู่แข่งอย่างตรงไปตรงมา โครงการนี้ดึงคนได้มากกว่า 40 ล้านคนต่อปี หรือเฉลี่ยราว 110,000 คนต่อวัน โดยปีที่สองทราฟฟิกยังเติบโตจากปีแรกถึง 30% ซึ่งสะท้อนว่าความนิยมไม่ได้แค่ฮือฮาช่วงเปิดตัวแต่มีแนวโน้มยั่งยืน

อัตราการเช่า 96% ที่ตั้งเป้าขยับขึ้นสู่ราว 98% ภายในสิ้นปี 2569 แปลชัดว่าทั้งแบรนด์แฟชั่น ร้านอาหาร และผู้เล่นไลฟ์สไตล์ยังมองเห็นศักยภาพของทำเลนี้ ในขณะที่ยอดขายรีเทลเติบโตมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ห้างดั้งเดิมในย่านเดียวกันยากจะทำได้ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน

หนึ่งในประโยคที่สะท้อนภาพรวมได้ชัดคือ “ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา One Bangkok มีทราฟฟิกพุ่งสูงกว่า 40 ล้านคนต่อปี ยอดขายรีเทลโตกว่า 50%” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของโครงการเดียว แต่เป็นบทพิสูจน์ว่ายุคของห้างแบบเดิมกำลังจะผ่านไป หากไม่อัปเกรดตัวเองสู่ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์อย่างจริงจัง

เมื่อร้านค้าปลีกกรุงเทพต้องคิดใหม่: One Bangkok พลิกเกมด้วย 40 ล้านคนและยอดขายโต 50%

กลยุทธ์เปลี่ยนห้างเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ทำให้ One Bangkok Retail แตกต่างคือการตั้งใจปั้นตัวเองเป็น Urban Lifestyle Destination ไม่ใช่แค่โครงการรีเทลอีกแห่ง โครงการนี้สร้าง Urban Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมผู้คน แบรนด์ และประสบการณ์เข้าไว้ด้วยกัน เน้นให้พื้นที่รีเทลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งคนทำงานในออฟฟิศ ผู้อยู่อาศัยในเรสซิเดนซ์ และแขกโรงแรมที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน

ลูกค้าไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อเดินห้าง แต่เพื่อทำงาน รับประทานอาหาร พบปะสังสรรค์ ออกกำลังกาย พาครอบครัวและสัตว์เลี้ยงมาใช้เวลา แนวคิด “Creating Reason to Come Back” จึงไม่ได้เป็นแค่สโลแกน แต่แปลเป็นกิจกรรม อีเวนต์ เทศกาล และคอนเสิร์ตตลอด 365 วัน ตั้งแต่ Pride ตรุษจีน สงกรานต์ ไปจนถึง Fandom Events เพื่อให้แต่ละการมาเป็นประสบการณ์ใหม่ไม่ซ้ำ

หากมองจากมุมผู้บริโภค ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์แบบนี้ตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการใช้พื้นที่เดียวทำทุกอย่าง ตั้งแต่มาทำงาน กิน ดื่ม พบเพื่อน ไปจนถึงพาครอบครัวเดินเล่น เมื่อชีวิตรายวันเชื่อมกับพื้นที่รีเทลได้แนบเนียน ความถี่ในการกลับมาใช้บริการก็เพิ่มตามอย่างเป็นธรรมชาติ และนี่คือสิ่งที่ทำให้ยอดผู้เข้าชม 40 ล้านคนไม่ใช่ตัวเลขอุบัติเหตุ แต่เป็นผลจากยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

เมื่อร้านค้าปลีกกรุงเทพต้องคิดใหม่: One Bangkok พลิกเกมด้วย 40 ล้านคนและยอดขายโต 50%

คิวเรตแบรนด์และประสบการณ์: จาก Flagship Store ถึง Nightlife Zone

อีกเหตุผลที่ทำให้ One Bangkok โดดเด่นในตลาดร้านค้าปลีกกรุงเทพคือการคิวเรตแบรนด์แบบแพลตฟอร์มแฟลกชิป ไม่ใช่เพียงปล่อยให้พื้นที่เช่าถูกเติมให้เต็ม รายชื่อแบรนด์นาฬิกาหรู แฟชั่น และร้านคอนเซ็ปต์อย่าง Rolex Patek Philippe BOSS On Store Carnival ไปจนถึง Tsutaya Bookstore TECHHOUSE by Dotlife One Ultra Screens และ MITSUKOSHI DEPACHIKA สื่อสารชัดเจนว่าที่นี่ต้องการเป็นเวทีที่แบรนด์นำสิ่งที่ดีที่สุดของตัวเองมานำเสนอ

แผน The Next Chapter ยังเพิ่มจุดขายใหม่ผ่านแบรนด์ระดับโลกที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศและในเอเชีย เช่น Tsutaya Bookstore สาขาแรกในประเทศ Edikted แบรนด์สตรีทแวร์จากอเมริกาที่เปิดสาขาแรกในเอเชีย และ HarborLand Island สวนน้ำในร่มและเอนเตอร์เทนเมนต์สำหรับครอบครัว ทั้งหมดเตรียมเปิดช่วงตุลาคม 2569 ซึ่งจะยิ่งขยายฐานลูกค้ากลุ่มแฟมิลี่และสายประสบการณ์

จุดหักมุมที่สำคัญคือการเสริม Nightlife Entertainment Zone โดยกลุ่ม Tic Tac Toe กับสามคอนเซ็ปต์ Yoru Checkmate และ Hotline บนพื้นที่เกือบ 1,000 ตารางเมตร รองรับทั้งคนทำงานที่มองหาพื้นที่แฮงก์เอาต์หลังเลิกงานและกลุ่มลูกค้าทั่วไป นี่คือความแตกต่างจากห้างดั้งเดิมที่ยังเน้นเวลาทำการกลางวัน และเป็นคำตอบว่าทำไมศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ต้องกล้าขยายเวลาและประเภทประสบการณ์เพื่อแย่งเวลาในชีวิตผู้บริโภค

เมื่อร้านค้าปลีกกรุงเทพต้องคิดใหม่: One Bangkok พลิกเกมด้วย 40 ล้านคนและยอดขายโต 50%

เกมยาวของการดึง Gen Z และลูกค้าซ้ำผ่าน Membership และอีเวนต์

ด้านที่มองไม่เห็นจากตัวเลขยอดขาย แต่สำคัญต่ออนาคต คือการสร้างฐานลูกค้าประจำและจับใจคนรุ่นใหม่ One Bangkok สร้างระบบสมาชิก One Bangkok Membership จนมีฐานเมมเบอร์กว่า 300,000 คน แล้วขยับจากเป้าหมาย Growth ไปสู่ Deeper Engagement ผ่านสิทธิพิเศษ แคมเปญ Cross Platform และโปรโมชันที่ออกแบบร่วมกับร้านค้าพันธมิตร เพื่อให้ทุกการใช้จ่ายรู้สึกคุ้มและมีความหมายมากกว่าแค่สะสมแต้ม

ความท้าทายที่ผู้บริหารยอมรับตรงๆ คือการคิดแคมเปญและอีเวนต์ใหม่อยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการซ้ำและสร้างทราฟฟิกหมุนเวียนไม่ขาดสาย กลยุทธ์นี้ตอบโจทย์พฤติกรรม Gen Z และคนเมืองยุคใหม่ที่เสพประสบการณ์เป็นหลัก มากกว่าการสะสมของใช้ ความต่อเนื่องของกิจกรรมตามฤดูกาลและ Signature Events จึงทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าใหม่ ในขณะที่โปรแกรมสมาชิกทำหน้าที่เหนี่ยวรั้งลูกค้าเดิม

หากมองไปข้างหน้า ศูนย์การค้าใดที่ยังมองตัวเองเป็นแค่พื้นที่ขายของโดยไม่ลงทุนกับคอมมูนิตี้ สมาชิก และประสบการณ์ ก็อาจต้องเตรียมรับความเสี่ยงจากการที่คนจะย้ายเวลาและเงินไปใช้ในศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ที่เข้าใจชีวิตเขามากกว่า One Bangkok แสดงให้เห็นแล้วว่าในตลาดที่แข่งขันดุเดือด การชนะเกมรีเทลกลางเมืองไม่ใช่การมีห้างใหญ่ที่สุด แต่คือการเป็นสถานที่ที่คนอยากอยู่ให้นานและกลับมาให้บ่อยที่สุด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!