จาก YOLK สู่เส้นพาณิช นิยามใหม่ของการขยายแบรนด์อาหาร
กลยุทธ์ขยายแบรนด์อาหารของ The Holiday Group คือการต่อยอดจากความสำเร็จของขนมหวานพรีเมียมอย่างทาร์ตไข่ YOLK ไปสู่ตลาดอาหารคาวผ่านแบรนด์ใหม่เส้นพาณิช โดยใช้สูตรก๋วยเตี๋ยวต้มยำดั้งเดิมของครอบครัวมาสร้างประสบการณ์การกินรูปแบบใหม่ที่ตั้งใจให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทั้งยังวางตำแหน่งให้ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มพรีเมียมไปจนถึงระดับแมสเพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น
แก่นของเรื่องนี้คือการไม่ทิ้งจุดแข็งเดิม แต่ใช้แบรนด์ของหวานที่สร้างชื่ออย่าง HOLIDAY PASTRY และ YOLK ซึ่งเคยทำยอดทาร์ตไข่แตะหลักร้อยล้านภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี เป็นฐานความน่าเชื่อถือก่อนขยับเข้าสู่เมนูก๋วยเตี๋ยวต้มยำภายใต้ชื่อแบรนด์ใหม่เส้นพาณิช การเคลื่อนจากของหวานไปของคาวจึงไม่ใช่การเริ่มจากศูนย์ แต่เป็นการต่อจิ๊กซอว์ให้พอร์ตอาหารและเครื่องดื่มของกลุ่มครบวงจรมากขึ้น

เส้นพาณิช ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตร 80 ปีที่ถูกรีแบรนด์ให้ทันยุค
หัวใจของแบรนด์ใหม่เส้นพาณิชคือการหยิบสูตรก๋วยเตี๋ยวต้มยำของตระกูลจิ่นไถ่เฮงที่สืบทอดมากว่า 80 ปีมาพัฒนาเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำสมัยใหม่ เรื่องเล่าจาก “ก๋วยเตี๋ยวร้านทอง” ที่อาม่าทำให้คนในครอบครัวและลูกค้าร้านทองกินจนติดใจ ถูกยกระดับให้กลายเป็นแบรนด์ที่มีตัวตนชัด ทั้งชื่อ โลโก้ และคอนเซ็ปต์ที่ผูกกับคำว่า “พาณิช” ในความหมายของพ่อค้าที่ดี รู้จริง ซื่อสัตย์ต่อวัตถุดิบและลูกค้า
ในเชิงเมนู เส้นพาณิชวางตัวเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่เน้นรายละเอียดทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่เส้นที่ต้องเลือกให้เหมาะกับแต่ละชาม น้ำซุปกระดูกหมูคอลลาเจนที่เคี่ยวนานกว่า 12 ชั่วโมง ไปจนถึงเครื่องก๋วยเตี๋ยวอย่างหมูสับบะช่อชิ้นใหญ่ สันคอหมูย่าง และหมูกรอบสไตล์ฮ่องกงที่เตรียมสดใหม่ทุกวัน ราคาเริ่มต้นชามละ 99 บาท พร้อมเมนูให้เลือก 5 แบบ ทำให้ภาพรวมดูจับต้องได้มากกว่าขนมหวานพรีเมียมแต่ยังคงภาพคุณภาพอยู่

บุกตลาดก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ทำไมต้องเริ่มที่เมนูบ้านๆ
การเลือกก๋วยเตี๋ยวต้มยำเป็นด่านแรกของการขยายแบรนด์อาหารคาวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการคำนวณเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน เพราะก๋วยเตี๋ยวคือเมนูที่คนคุ้นเคย กินได้บ่อย และมีโอกาสซื้อซ้ำสูง The Holiday Group จึงมองว่าหากต้องการให้แบรนด์ในเครือเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน การเริ่มจากเมนูที่ไม่ต้องอธิบายมากอย่างก๋วยเตี๋ยวต้มยำคือทางเลือกที่ฉลาด
ในมุมกลยุทธ์ นี่คือการใช้เมนูบ้านๆ เป็นประตูสู่การสร้างฐานลูกค้าประจำระยะยาว เมื่อรสชาติและคุณภาพถูกออกแบบให้สม่ำเสมอ เส้นพาณิชจึงมีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์หลักของกลุ่มตามเป้าที่วางไว้ การประกาศชัดว่าต้องการให้พอร์ตครอบคลุมทั้งคาวหวาน ตั้งแต่พรีเมียมถึงแมส แสดงให้เห็นว่ากลุ่มไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ร้านขนม แต่กำลังสร้างอาณาจักรอาหารครบมื้อ

เปิดสาขาแรกที่สยามพารากอน และเป้ารายได้ 70 ล้านในปีแรก
การเปิดตัวเส้นพาณิชสาขาแรกที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น G โซน Gourmet Eats ในวันที่ 25 ตุลาคม ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่ากลุ่มต้องการวางแบรนด์ให้อยู่ในทำเลที่มีทราฟฟิกสูงและภาพลักษณ์ทันสมัย การเลือกโลเกชั่นระดับแลนด์มาร์กตั้งแต่วันแรกสะท้อนความมั่นใจในสูตร 80 ปีและพลังของชื่อเสียงจาก YOLK ที่จะช่วยดึงคนให้มาลองชิม
ในเชิงตัวเลข แผนธุรกิจของเส้นพาณิชชัดเจนและกล้าท้าทาย เป้าหมายคือขยายให้ครบ 5 สาขาภายในปีหน้า และทำรายได้ราว 70 ล้านบาทจากแบรนด์นี้เพียงแบรนด์เดียว ประโยคที่น่าจับตาคือ การประกาศว่าจะผลักดันให้เส้นพาณิชกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์หลักของกลุ่ม ซึ่งหมายความว่ารายได้จากอาหารคาวจะมีบทบาทมากขึ้น ไม่ใช่แค่รายได้เสริมจากพอร์ตขนมหวานอีกต่อไป
เดินคู่ไม่ทับทาง รักษา YOLK แล้วปั้นเส้นพาณิชให้เติบโตขนานกัน
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในกลยุทธ์นี้คือ The Holiday Group ไม่ได้ทิ้งหรือกลบภาพจำของ YOLK แต่เลือกให้เส้นพาณิชเดินขนานไปกับแบรนด์ของหวานเดิม การขยายแบรนด์อาหารจึงไม่ได้ทำให้ตัวตนเดิมจางหาย กลับกัน ทั้งสองแบรนด์ช่วยกันเติมเต็มภาพของเครือให้ครบทั้งคาวและหวาน ตั้งแต่เมนูทาร์ตไข่ที่สร้างรายได้หลักร้อยล้าน ไปจนถึงก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ตั้งใจให้เป็นมื้อประจำวัน
หากมองในระยะยาว นี่คือการวางรากฐานให้กลุ่มมีหลายเสาหลัก ไม่ผูกชะตากับสินค้าเดียว และเปิดทางให้ต่อยอดแบรนด์ใหม่ในอนาคตได้ง่ายขึ้น บทเรียนสำคัญจากเคสนี้คือ ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดที่อยากเติบโตเป็นธุรกิจจริงจัง อาจต้องคิดแบบเดียวกัน คือใช้จุดแข็งเดิมเป็นฐาน แล้วแตกไลน์อย่างมีเรื่องเล่า มีตัวตน และมีแผนตัวเลขที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่เพิ่มเมนูตามกระแส






