ดิจิทัลอินโนเวชันและมาร์เก็ตติงรายพื้นที่ เติมพลังนักท่องเที่ยวจีน

ดิจิทัลอินโนเวชันและมาร์เก็ตติงรายพื้นที่ เติมพลังนักท่องเที่ยวจีน
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เป้าหมายนักท่องเที่ยวจีน 5.3 ล้านคน: การท่องเที่ยวไทยต้องคิดใหม่

ยุทธศาสตร์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนในบริบทการท่องเที่ยวไทยยุคดิจิทัล คือแนวทางผสมผสานระหว่างดิจิทัลมาร์เก็ตติง ความร่วมมือกับแพลตฟอร์มเทคโนโลยี และการตลาดรายพื้นที่ที่เจาะพฤติกรรมเฉพาะของนักเดินทางแบบ FITs เพื่อเพิ่มทั้งจำนวนและคุณภาพของนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งขยายรายได้สู่ผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่มอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการใช้นักท่องเที่ยวจีนเป็นกลไกฟื้นฟูและยกระดับระบบการท่องเที่ยวโดยรวมให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลและความต้องการประสบการณ์เฉพาะบุคคล

เป้าหมายสำคัญที่วางไว้คือการดึงนักท่องเที่ยวจีนราว 5.28-5.39 ล้านคนในปี 2570 โดยตั้งใจให้แตะระดับประมาณ 5.3 ล้านคน พร้อมคาดหวังรายได้จากการท่องเที่ยวราว 297,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงแรงหวัง แต่คือแรงกดดันให้การท่องเที่ยวไทยต้องปรับตัวสู่เกมคุณภาพเต็มตัว นักท่องเที่ยวจีนกลายเป็นแกนกลางของการท่องเที่ยวไทยเพราะค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายตลาดในภูมิภาค เงินที่ใช้จ่ายไม่หยุดอยู่ในโรงแรมหรือทัวร์ แต่กระจายไปถึงร้านอาหาร ร้านค้าปลีก สายการบิน และผู้ประกอบการท้องถิ่น นี่คือเหตุผลว่าทำไมการออกแบบนโยบายต้องมองลึกกว่าจำนวนหัวนักท่องเที่ยว

ดิจิทัลอินโนเวชันและมาร์เก็ตติงรายพื้นที่ เติมพลังนักท่องเที่ยวจีน

สยามพิวรรธน์และ Huawei HarmonyOS: ดิจิทัลมาร์เก็ตติงเพื่อมัดใจนักท่องเที่ยวจีน

ในยุคที่นักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนมาเป็นกลุ่ม FITs วางแผนเอง เดินทางเอง และเลือกประสบการณ์ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง การท่องเที่ยวไทยจะยังคิดแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป กลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติงจึงกลายเป็นหัวใจ และความร่วมมือระหว่างสยามพิวรรธน์กับ Huawei เป็นตัวอย่างชัดเจนของการลงมือปรับเกมอย่างจริงจัง การเปิดตัว ONESIAM Global Visitor Card บนระบบ Huawei HarmonyOS ที่มีฐานผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนกว่า 400 ล้านเครื่องในจีน ไม่ใช่แค่ดีลเทคโนโลยี แต่คือการฝังประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยเข้าไปในชีวิตดิจิทัลของนักเดินทางจีนโดยตรง

ONESIAM Global Visitor Card ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เหมือน “ดิจิทัลมาสเตอร์คีย์” เชื่อมต่อเข้าสู่ Global Partner Ecosystem และปลดล็อกสิทธิพิเศษจากพันธมิตรกว่า 150 ราย ตั้งแต่โรงแรม 4-5 ดาว สายการบิน ร้านค้า ร้านอาหาร บริการขนส่ง การเงิน สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ สิ่งที่น่าสนใจคือการออกแบบ Customer Journey แบบครบวงจร ก่อนเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถรับข้อมูลข่าวสาร แพ็กเกจ และสิทธิพิเศษ ระหว่างทริปสามารถใช้สิทธิและรับโปรโมชั่นทันทีในปลายทาง หลังเดินทางยังได้รับข่าวสารเพื่อเตรียมทริปครั้งต่อไป นี่คือดิจิทัลมาร์เก็ตติงที่ไม่หยุดอยู่แค่การโฆษณา แต่สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับนักท่องเที่ยวจีนอย่างเป็นระบบ

ดิจิทัลอินโนเวชันและมาร์เก็ตติงรายพื้นที่ เติมพลังนักท่องเที่ยวจีน

มาร์เก็ตติงรายภูมิภาคในจีน: จาก Wellness ถึง Sport Tourism

การตั้งเป้านักท่องเที่ยวจีนระดับหลายล้านคนจะล้มเหลวทันทีถ้ายังมองจีนเป็นตลาดเดียวใหญ่ ๆ โดยไม่เห็นความแตกต่างภายใน การทำการตลาดรายภูมิภาคที่การท่องเที่ยวไทยเริ่มขับเคลื่อนคือการยอมรับความจริงว่าความสนใจและกำลังซื้อของนักเดินทางเมืองเซี่ยงไฮ้ไม่เหมือนนักเดินทางจากเฉิงตู หรือปักกิ่ง การแบ่งภูมิภาคออกเป็นจีนตะวันออก ตะวันตก และตอนเหนือ แล้วออกแบบสินค้าท่องเที่ยวและสื่อสารแบรนด์ให้ตรงกับแต่ละกลุ่มจึงเป็นก้าวที่ถูกทาง และสะท้อนว่าการท่องเที่ยวไทยเริ่มใช้ข้อมูลและความเข้าใจเชิงลึกมากกว่าการหว่านโฆษณาแบบกว้าง ๆ

ในภูมิภาคจีนตะวันออกซึ่งมีกำลังซื้อสูง สำนักงานเซี่ยงไฮ้นำเสนอการท่องเที่ยวไทยผ่านมุม Wellness และ Experiential Tourism เจาะกลุ่มพรีเมียมด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ร่วมกับแพลตฟอร์มอย่าง LANN Space และ OTA อย่าง Tuniu.com พร้อมแคมเปญ “Healing is the New Luxury” ที่พาไปสัมผัสสมาธิและการเจริญสติในพื้นที่สระบุรีและเขาใหญ่ ขณะเดียวกัน สำนักงานเซี่ยงไฮ้เผยแพร่วิดีโอประชาสัมพันธ์แบรนด์ “Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads” ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำกว่า 2,500 รอบ และขยายสื่อไปถึงมณฑลเจียงซูผ่านรายการของสถานีโทรทัศน์นานาชาตินานจิง เพื่อแนะนำเมืองอย่างระยองและหัวหินสู่ผู้ชมราว 5 ล้านคน นี่คือการตลาดที่ผสมผสานคอนเทนต์ประสบการณ์และช่องทางสื่ออย่างตั้งใจ

ดิจิทัลอินโนเวชันและมาร์เก็ตติงรายพื้นที่ เติมพลังนักท่องเที่ยวจีน

เพิ่มเส้นทางบินและสร้างโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวจีน

ต่อให้ดิจิทัลมาร์เก็ตติงและแคมเปญสวยงามแค่ไหน ถ้าเส้นทางการเดินทางไม่สะดวก ความตั้งใจของนักท่องเที่ยวก็อาจกลายเป็นแค่ความฝัน หนึ่งในจุดแข็งของยุทธศาสตร์ดึงนักท่องเที่ยวจีนคือการยอมรับว่า “เที่ยวบินคือคอขวด” และต้องแก้ที่ต้นเหตุ การท่องเที่ยวไทยจึงหารือกับสายการบิน Sichuan Airlines เพื่อเพิ่มเที่ยวบินและฟื้นเส้นทางสำคัญอย่าง เฉิงตู-กระบี่ เฉิงตู-เชียงใหม่ และเฉิงตู-เชียงราย รวมถึงผลักดันเที่ยวบินตรงไปยังหัวหินและอู่ตะเภา การเปิดเส้นทางสู่เมืองรองเช่นนี้ไม่เพียงช่วยกระจายรายได้การท่องเที่ยว แต่ยังลดความแออัดของเมืองหลัก และทำให้ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวจีนหลากหลายขึ้น

ในภาพใหญ่ การท่องเที่ยวไทยยังใช้มาร์เก็ตติงรายภูมิภาคเสริมกับการพัฒนาเส้นทางบิน ภูมิภาคจีนตะวันตกนำโดยสำนักงานเฉิงตูมุ่งเจาะตลาด Sport Tourism และปลุกพลัง Content Creator ให้ช่วยปั้นภาพปลายทางเชิงกีฬาของไทย ส่วนภูมิภาคจีนตอนเหนือ สำนักงานปักกิ่งเน้นเจาะกลุ่มครอบครัวในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน และกระตุ้นตลาดในมณฑลระดับรอง เมื่อมองรวมกับตัวเลขการเดินทางที่ฟื้นแล้วกว่า 3,149,889 คนระหว่างวันที่ 1 มกราคม-5 สิงหาคม 2569 จะเห็นว่า การเพิ่มเที่ยวบินและขยายโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางไม่ได้เป็นแค่ยุทธศาสตร์เชิงตัวเลข แต่คือการวางเส้นทางให้กับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวจีนในระยะยาว

ดิจิทัลอินโนเวชันและมาร์เก็ตติงรายพื้นที่ เติมพลังนักท่องเที่ยวจีน

สรุป: หากอยากได้มากกว่า 5.3 ล้านคน ต้องโฟกัสที่ประสบการณ์ไม่ใช่แค่ตัวเลข

เมื่อรวบรวมทุกชิ้นส่วน ตั้งแต่เป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวจีน 5.3 ล้านคนพร้อมรายได้ราว 297,000 ล้านบาท ความร่วมมือด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติงอย่าง ONESIAM Global Visitor Card บน Huawei HarmonyOS ที่เชื่อมถึงผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านเครื่อง ไปจนถึงกลยุทธ์มาร์เก็ตติงรายภูมิภาคและการเพิ่มเที่ยวบินที่เจาะความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่ จะเห็นชัดว่าทิศทางสำคัญคือการย้ายโฟกัสจาก “ปริมาณ” ไปสู่ “ประสบการณ์” การทำให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนสะดวกขึ้น ส่วนบุคคลมากขึ้น และเต็มไปด้วยทางเลือกที่มีคุณภาพ จะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้มากกว่าการเพิ่มจำนวนนักเดินทางแบบไร้ทิศทาง

คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าจะทำได้ตามตัวเลขเป้าหมายหรือไม่ แต่คือจะทำให้ทุกการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนกลายเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่อยากกลับมาและอยากบอกต่อแค่ไหน ดิจิทัลมาร์เก็ตติงที่เชื่อมต่อกับชีวิตออนไลน์ของนักเดินทาง การตลาดรายพื้นที่ที่เคารพในความแตกต่าง และโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางที่สะดวกและหลากหลาย คือสามเสาหลักที่ต้องเดินไปพร้อมกัน หากการท่องเที่ยวไทยกล้าทบทวนและปรับนโยบายให้ยึดประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวจีนเป็นศูนย์กลาง เป้าหมาย 5.3 ล้านคนจะไม่ใช่ยอดฝัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับทั้งระบบการท่องเที่ยวให้แข็งแรงกว่าเดิม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!