ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่ง บีบกำไรสายการบินเอเชียท่ามกลางคลื่นท่องเที่ยว

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่ง บีบกำไรสายการบินเอเชียท่ามกลางคลื่นท่องเที่ยว
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาวะ “โตแต่ไม่รวย” ของสายการบินเอเชียคืออะไร

ภาวะโตแต่ไม่รวยของสายการบินเอเชีย คือช่วงเวลาที่รายได้จากการเดินทางและขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเส้นทางระหว่างประเทศ แต่กำไรกลับหดตัวเพราะต้นทุนหลักอย่างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินสูงขึ้นรวดเร็วจนกินส่วนต่างกำไรเดิม ผู้ประกอบการจึงเห็นตัวเลขรายได้เติบโตแต่ผลประกอบการสายการบินด้านกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความเปราะบางของโมเดลธุรกิจที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและค่าโดยสารเป็นหลักในขณะที่ต้องแข่งขันดุเดือดกับสายการบินเอเชียรายอื่น

สัญญาณสำคัญคือหลายสายการบินทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติการณ์ แต่กำไรจากการดำเนินงานกลับลดฮวบลง เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ความต้องการเดินทางลดลง ตรงกันข้ามผู้โดยสารยังเพิ่มขึ้น แต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายรวมขยายเร็วกว่ารายได้ เหมือนเครื่องบินที่เร่งเครื่องเต็มที่แต่ดันเจอแรงต้านลมแรง ทำให้ไต่ระดับกำไรได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่ง บีบกำไรสายการบินเอเชียท่ามกลางคลื่นท่องเที่ยว

กรณีศึกษาใหญ่ การบินไทยและแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมัน

ภาพชัดที่สุดของความย้อนแย้งนี้อยู่ที่ผลประกอบการของการบินไทยที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 99,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดฮวบเหลือ 11,645 ล้านบาท หดตัวถึง 47 เปอร์เซ็นต์จากระดับ 21,973 ล้านบาท ประโยคที่ควรจดคือ การบินไทยมีรายได้สูงถึง 99,650 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลงเหลือ 11,645 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ตัวเลขต้นทุนน้ำมันสะท้อนแรงกดดันอย่างตรงไปตรงมา ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินของการบินไทยเพิ่มขึ้นถึง 6,829 ล้านบาท หรือ 28.5 เปอร์เซ็นต์ ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งขึ้น 49.7 เปอร์เซ็นต์ ผลคือส่วนต่างกำไรหายไปทั้งที่รายได้ยังโต การบินไทยจึงต้องขยายเพดานการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันให้ไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ และทยอยปรับค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและราคาบัตรโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง แต่อย่าลืมว่าการผลักภาระไปยังผู้โดยสารมากเกินไปย่อมเสี่ยงกระทบความสามารถในการแข่งขันในตลาดสายการบินเอเชียที่แข่งขันด้านราคาอย่างหนัก

ที่น่าจับตาคือ แม้เผชิญแรงกดดันต้นทุน การบินไทยยังเดินหน้าแผนเสริมฝูงบินด้วยการรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 787-8 เพิ่มเติมในเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและลดต้นทุนต่อที่นั่งในระยะยาว แผนลงทุนดังกล่าวสะท้อนว่าบริษัทเลือกมองเกมยาว หวังชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผันผวนด้วยเครื่องบินประหยัดพลังงานมากขึ้น มากกว่ารัดเข็มขัดเฉพาะระยะสั้น

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่ง บีบกำไรสายการบินเอเชียท่ามกลางคลื่นท่องเที่ยว

สัญญาณจากเพื่อนบ้าน Korean Air และ Singapore Airlines

ปรากฏการณ์กำไรหดไม่ใช่เรื่องเฉพาะรายของสายการบินในภูมิภาคนี้ Korean Air รายงานว่ารายได้ไตรมาสสองเพิ่มขึ้น 26 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับสูงสุดสำหรับไตรมาสที่สองของบริษัท แต่กำไรจากการดำเนินงานกลับลดลง 34 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน สาเหตุหลักคือค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นแม้รายได้ผู้โดยสารและรายได้ขนส่งสินค้าจะเติบโตอย่างแข็งแรง โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์และผลิตภัณฑ์ความงามของเกาหลี

ในอีกด้านหนึ่ง Singapore Airlines กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของความเสี่ยงด้านต้นทุนแม้รายได้จะทำสถิติสูงสุด บริษัทบันทึกผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสแรกของปีงบประมาณล่าสุด ทั้งที่รายได้เติบโต 19.3 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับ 5.7 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ รายได้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 18.6 เปอร์เซ็นต์ และรายได้ขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 33.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ค่าใช้จ่ายรวมกลับเพิ่มขึ้น 27.9 เปอร์เซ็นต์ โดยต้นทุนเชื้อเพลิงสุทธิเพิ่มขึ้น 78.5 เปอร์เซ็นต์ เป็น 2.3 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

กรณีของสายการบินเหล่านี้ชี้ชัดว่า ต่อให้สายการบินเอเชียปรับตัวเชิงพาณิชย์ได้ดี ไม่ว่าจะเพิ่มรายได้จากขนส่งสินค้า ขยายเส้นทาง หรือบริหารราคา ตราบใดที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังพุ่งสูงและผันผวน ส่วนต่างกำไรก็พร้อมถูกกลืนหายทันที และบังคับให้ผู้ประกอบการต้องถ่วงดุลระหว่างการรักษารายได้ การควบคุมต้นทุน และการไม่ทำร้ายผู้โดยสารด้วยค่าโดยสารที่สูงเกินไป

กำไรที่หายไปสะท้อนอะไรต่ออนาคตสายการบินเอเชีย

ภาพรวมแล้ว ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นคือศัตรูตัวจริงของผลประกอบการสายการบิน ไม่ใช่การขาดแคลนผู้โดยสารหรือการฟื้นตัวของท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ล่าช้า หลายบริษัทพิสูจน์แล้วว่ามีความยืดหยุ่นเชิงปฏิบัติการ สามารถเพิ่มรายได้จากค่าโดยสารและขนส่งสินค้า แต่เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ กำไรย่อมหดเป็นธรรมดา การที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวและส่งผลให้กำไรสายการบินบางรายลดลงเกือบ 87 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือสัญญาณโครงสร้างต้นทุนที่ไม่ปลอดภัย

ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ สายการบินเอเชียที่มองไกลจำเป็นต้องขยับเกินกว่านโยบาย Fuel Surcharge หรือการทำประกันความเสี่ยง เพราะนั่นเป็นเพียงการซื้อเวลา สิ่งที่ต้องเร่งคือการลงทุนในเครื่องบินประหยัดพลังงาน การจัดตารางบินให้ใช้เครื่องบินได้คุ้มค่าที่สุด การเพิ่มรายได้เสริมบนพื้นฐานที่ไม่กดดันผู้โดยสารเกินไป และการบริหารความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจทำให้เส้นทางบินและต้นทุนผันผวนอย่างกะทันหัน หากทำได้ ภูมิภาคนี้ยังมีโอกาสเปลี่ยนจากภาวะโตแต่ไม่รวย ไปสู่การเติบโตที่มีความยั่งยืนทั้งรายได้และกำไรในระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!