ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

CJ MORE เร่งขยายสาขาและแผน IPO ตลาดหุ้นระหว่างประเทศเพื่อโตยกกลุ่ม

CJ MORE เร่งขยายสาขาและแผน IPO ตลาดหุ้นระหว่างประเทศเพื่อโตยกกลุ่ม
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

CJ MORE คืออะไร และกำลังวางหมากโตแบบไหน

CJ MORE คือธุรกิจค้าปลีกเสถียรภายใต้กลุ่มบริษัทไทยคาราบาวกรุ๊ปที่เน้นร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดย่อม ใช้กลยุทธ์การขยายสาขาค้าปลีกเชิงรุกควบคู่การบริหารต้นทุนและการสร้างแบรนด์ในระดับภูมิภาค เป้าหมายคือเพิ่มยอดขาย สมาชิก และฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมเตรียมระดมทุนผ่าน IPO ตลาดหุ้นระหว่างประเทศเพื่อรองรับการขยายเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว

ประเด็นสำคัญของ CJ MORE ไม่ได้อยู่แค่ยอดขายที่ตั้งเป้าเติบโตจาก 80,000 ล้านบาทในปี 2569 ไปสู่ 100,000 ล้านบาทในปี 2570 แต่คือวิธีคิดที่กล้าต่อสายตรงเข้าตลาดทุนหลายแห่งพร้อมกัน ทั้งตลาดหุ้นในประเทศ ตลาดหุ้นฮ่องกง สิงคโปร์ และการศึกษาความเป็นไปได้ของ Nasdaq เพื่อออกแบบโครงสร้างทุนที่ยืดหยุ่น รองรับการขยายสาขาระดับหลายพันแห่งในไม่กี่ปีข้างหน้า

สิ่งนี้สะท้อนชัดว่าผู้บริหารอย่างเสถียร เสถียรธรรมะไม่ได้มอง CJ MORE เป็นแค่ร้านค้าปลีก แต่เป็นแพลตฟอร์มกระแสเงินสดขนาดใหญ่ของกลุ่มคาราบาว ที่ต้องมีเงินทุนหลากแหล่งและต้นทุนต่ำพอจะทนพายุเศรษฐกิจที่กำลังยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน

แผนขยายสาขาค้าปลีก: โตแรงแต่ต้องถามว่าโตเพื่อใคร

ตัวเลขเป้าหมายของ CJ MORE ไม่ธรรมดา บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 80,000 ล้านบาท และดันขึ้นเป็น 100,000 ล้านบาทในปี 2570 จากการเร่งเปิดสาขาใหม่ 500 สาขาในปี 2569 และเพิ่มอีก 700 สาขาในปี 2570 ถ้าวางหมากได้ตามนี้ เครือข่ายจะพุ่งขึ้นราว 2,500 สาขาในระยะสั้น ก่อนเดินหน้าสู่เป้าหมาย 5,000 สาขาในปี 2572

จากมุมผู้บริโภค การขยายสาขาอย่างดุเดือดหมายถึงร้านใกล้บ้านมากขึ้น โปรโมชั่นถี่ขึ้น และทางเลือกสินค้าที่หลากหลายกว่าเดิม ปัจจุบัน CJ MORE มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 100,000 คนต่อวันต่อสาขา และมีฐานสมาชิกประมาณ 12-13 ล้านคน การขยายเครือข่ายจึงไม่ใช่แค่การปักหมุดสาขาใหม่ แต่คือการขยายระบบสมาชิกและข้อมูลผู้บริโภคที่ทรงพลัง

แต่ด้านกลับคือคำถามว่า การขยายสาขาเร็วมากในภาวะเศรษฐกิจชะลอ กำลังซื้อหด และต้นทุนราคาน้ำมันที่กดดันต้นทุนขนส่ง แม้จะกระทบเพียงราว 0.5% ของกลุ่มคาราบาวและ CJ MORE ในวันนี้ จะยังคุมเกมได้อยู่หรือไม่ หากเศรษฐกิจยืดเยื้อกว่าที่คาด

แผน IPO ตลาดหุ้นระหว่างประเทศ: กระจายความเสี่ยงหรือเพิ่มความซับซ้อน

การที่ CJ MORE เตรียมความพร้อมเพื่อนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2572 พร้อมพิจารณาทั้งตลาดในประเทศและ IPO ตลาดหุ้นระหว่างประเทศ เป็นสัญญาณชัดว่าบริษัทต้องการแหล่งเงินทุนที่หลากหลายมากกว่าแค่พึ่งพาตลาดทุนเพียงแห่งเดียว

บริษัทเปิดเผยว่ามีการหารือกับตลาดหุ้นฮ่องกงและสิงคโปร์ พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ของการเชื่อมโยงกับ Nasdaq เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ คำพูดที่ควรถูกหยิบไปอ้างอิงคือ "บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยตั้งเป้าหมายดำเนินการภายในปี 2572" เพราะนี่ไม่ใช่แค่ข่าวดี แต่มันสะท้อนความมั่นใจว่าธุรกิจค้าปลีกเสถียรของกลุ่มบริษัทไทยรายนี้สามารถยืนบนเวทีทุนระดับโลก

อย่างไรก็ตาม แผนจดทะเบียนหลายตลาดไม่ได้แปลว่าปลอดความเสี่ยง การต้องสร้างการรับรู้แบรนด์ CJ MORE ในสายตานักลงทุนต่างประเทศทั่วไปที่ยังไม่คุ้นชื่อ แม้นักลงทุนสถาบันบางส่วนรู้จักแล้ว คือการบ้านก้อนใหญ่ และการบริหารสารพัดกฎเกณฑ์ของแต่ละตลาดก็อาจเพิ่มทั้งต้นทุนและความซับซ้อน หากผู้บริหารอ่านเกมผิดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ดีลระดมทุนชะงักได้

CJ MORE กับบทบาทฟันเฟืองใหม่ของกลุ่มคาราบาวกรุ๊ป

CJ MORE อยู่ภายใต้เครือกลุ่มบริษัทคาราบาวกรุ๊ปที่เคยถูกมองเป็นผู้เล่นหลักในตลาดเครื่องดื่มพลังงาน แต่วันนี้บริษัทกำลังสร้างขาใหม่ในธุรกิจค้าปลีกเสถียร เพื่อทำให้โครงสร้างรายได้ทั้งกลุ่มกว้างขึ้นและไม่ผูกกับสินค้าเดียว การบริหารต้นทุนอย่างระมัดระวัง ทั้งใน CBG ที่ไม่มีหนี้ และ CJ MORE ที่มีภาระหนี้ไม่สูง ถือเป็นฐานที่ทำให้การเร่งขยายตัวดูมีวินัยมากกว่าการเสี่ยงเกินตัว

อีกด้านที่น่าสนใจคือโครงการ CJ STAR ของดีติดดาว ซึ่งดึงสินค้าชุมชนและผู้ประกอบการรายเล็กเข้ามาในเครือข่ายสาขามากกว่า 2,100 แห่ง ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัด และคัดเลือกแล้ว 14 ราย รวม 21 รายการสินค้า นี่คือการใช้แพลตฟอร์มค้าปลีกขนาดใหญ่ช่วยยกระดับผู้ผลิตรายเล็ก ให้เข้าถึงตลาดกว้างขึ้นและมีโอกาสต่อยอดไปต่างประเทศในอนาคต

หากมองในภาพรวม CJ MORE กำลังถูกปั้นให้เป็นฟันเฟืองค้าปลีกหลักของกลุ่มคาราบาว ขณะที่ธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชายังคงเดินหน้าโดยไม่มีแผนถอนการลงทุนในตอนนี้ นี่คือกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงทั้งด้านสินค้า พื้นที่ และช่องทางระดมทุน ซึ่งจะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อนักลงทุนและผู้บริโภคได้ประโยชน์จากการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!