ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทุนใหญ่ชิปโลกตั้งฐานผลิตแบ็กเอนด์ ยกระดับสู่ฮับเซมิคอนดักเตอร์

ทุนใหญ่ชิปโลกตั้งฐานผลิตแบ็กเอนด์ ยกระดับสู่ฮับเซมิคอนดักเตอร์
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อินฟินีออนตั้งโรงงานชิปใหม่ จุดเปลี่ยนสู่ฮับการผลิตแบ็กเอนด์

การลงทุนโรงงานชิปเซมิคอนดักเตอร์ของอินฟินีออนในสมุทรปราการคือการก่อสร้างฐานการผลิตขั้นปลายน้ำหรือการผลิตแบ็กเอนด์ที่รวมการประกอบ ทดสอบ และทำให้ชิปพร้อมใช้งานในระดับอุตสาหกรรม โดยโรงงานออกแบบให้ใช้เทคโนโลยีชิปสูง ห้องคลีนรูมมาตรฐานสูง และระบบอัตโนมัติ เพื่อรองรับความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นจากเมกะเทรนด์ดิจิทัลและพลังงานยุคใหม่

อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ ผู้ผลิตชิปจากเยอรมนี เปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลายแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยดำเนินการผ่านบริษัทอินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเชอริ่ง ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่ากว่า 48,000 ล้านบาทจากบีโอไอ การขยับตัวนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มกำลังการผลิต แต่คือสัญญาณว่าฐานการผลิตในภูมิภาคกำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทในห่วงโซ่ชิปโลก การตัดสินใจเลือกตั้งโรงงานใกล้กรุงเทพฯในลักษณะการผลิตแบ็กเอนด์อย่างเต็มรูปแบบ แสดงให้เห็นว่าบริษัทมองเห็นศักยภาพด้านอุตสาหกรรม บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคนี้มากกว่าคำว่าโรงงานประกอบราคาถูก

จากคลีนรูมถึงโรงงานอัตโนมัติ ฐานแบ็กเอนด์ที่ใหญ่สุดของอินฟินีออน

หัวใจของโครงการอินฟินีออนไทยคือการออกแบบโรงงานชิปเซมิคอนดักเตอร์ให้เป็นฐานการผลิตแบ็กเอนด์ที่ทันสมัยและขยายได้ โรงงานเริ่มเดินเครื่องในเฟสแรกด้วยห้องคลีนรูมขนาด 30,000 ตารางเมตร และสามารถขยายได้สูงสุดถึง 5 โมดูล รวมพื้นที่คลีนรูม 150,000 ตารางเมตร ซึ่งมากกว่าฐานที่ใหญ่ที่สุดเดิมของบริษัทราวสองเท่า และจะทำให้ที่นี่กลายเป็นฐานการประกอบและทดสอบชิปขั้นปลายน้ำที่ใหญ่ที่สุดของอินฟินีออนทั่วโลก

ความพิเศษอีกด้านคือการเป็นโรงงานอัตโนมัติที่รวมการทดสอบเวเฟอร์ การผลิต Power Module และการทดสอบวงจรรวมไว้ในที่เดียวกัน นี่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มสายการผลิต แต่คือการยกระดับสถาปัตยกรรมการผลิตแบ็กเอนด์ให้เชื่อมต่อข้อมูลและกระบวนการแบบครบวงจร ช่วยลดเวลาการผลิต เพิ่มคุณภาพการตรวจสอบ และรองรับเทคโนโลยีชิปสูงที่ต้องการมาตรฐานความแม่นยำสูง โรงงานแห่งนี้จึงมีน้ำหนักเชิงยุทธศาสตร์ต่อโครงสร้างห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ของอินฟินีออนมากกว่าฐานผลิตทั่วไป

โรงงานเขียว เทคโนโลยีชิปสูง และพิมพ์เขียวการลงทุนระยะยาว

อินฟินีออนเลือกออกแบบโรงงานชิปเซมิคอนดักเตอร์ใหม่นี้ให้สอดคล้องกับทั้งเมกะเทรนด์เทคโนโลยีและความยั่งยืน โรงงานใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียว 100% ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ระบบหมุนเวียนน้ำ และระบบกักเก็บน้ำฝน เพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินต์ในการผลิตชิป การนำแนวคิดโรงงานสีเขียวมาใช้ในโรงงานที่ตั้งเป้าจะเป็นฐานแบ็กเอนด์ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท สะท้อนว่าการผลิตแบ็กเอนด์ยุคใหม่ไม่ได้หมายถึงแค่กำลังการผลิต แต่รวมถึงความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมที่ฝังอยู่ในดีไซน์ตั้งแต่ต้น

ในมุมเทคโนโลยี โรงงานนี้ถูกวางตัวเป็นฐานผลิตระบบชิปควบคุมพลังงานหรือ Power Module แห่งที่สามของอินฟินีออน ต่อจากฐานในเยอรมนีและจีน โดยมีพื้นที่คลีนรูมที่สามารถขยายจาก 30,000 เป็น 150,000 ตารางเมตรในอนาคต การลงทุนแบบแบ่ง 5 เฟสจึงไม่ใช่แค่แผนขยายโรงงาน แต่เป็นแถลงการณ์การลงทุนระยะยาวต่อระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน อเล็กซานเดอร์ กอร์สกี ระบุว่าเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อรองรับการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต

ห่วงโซ่ชิปโลกกำลังขยับ จุดยืนใหม่ของภูมิภาคในเกมเซมิคอนดักเตอร์

เหตุผลที่อินฟินีออนเร่งตั้งฐานการผลิตแบ็กเอนด์ในภูมิภาคนี้เกี่ยวพันกับภาพใหญ่ของตลาดชิปโลก ยอดจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกถูกคาดการณ์ว่าจะเพิ่มจากระดับประมาณหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีปัจจุบันไปเป็นสองล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 โดยแรงขับหลักมาจากศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI พร้อมกันนั้น บริษัทต้องรองรับเมกะเทรนด์ Digitalization Electrification และ Energy Transition ที่ต้องใช้เทคโนโลยีชิปสูงในระบบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานใหม่

การตั้งโรงงานอินฟินีออนไทยในลักษณะ dual sourcing ช่วยกระจายความเสี่ยงจากฐานผลิตเดิม หากโรงงานในมาเลเซียมีปัญหา บริษัทสามารถรองรับลูกค้าผ่านฐานใหม่ได้ทันที สิ่งนี้สะท้อนบทบาทใหม่ของภูมิภาคในห่วงโซ่ซัพพลายชิปโลก จากเดิมที่มองเป็นฐานประกอบราคาต่ำ กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับการผลิตแบ็กเอนด์ระดับสูงที่เชื่อมต่อกับตลาดสำคัญอย่างจีนและเอเชีย ทั้งยังสอดรับกับเป้าหมายดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้ได้ราว 600,000 ล้านบาทภายในปี 2030

จากฐานประกอบสู่ศูนย์กลางชิป วิสัยทัศน์ชิปเมดอินไทยแลนด์

การมาของอินฟินีออนทำให้คำว่าอินฟินีออนไทยไม่ได้เป็นเพียงชื่อบริษัทลูก แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการย้ายฐานเทคโนโลยีชิปสูงเข้าสู่ภูมิภาค โรงงานนี้จะจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 5,000 คน หากขยายครบทุกเฟส โดยเน้นวิศวกรและช่างเทคนิค พร้อมแผนถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาหลักสูตรมหาวิทยาลัย และส่งบุคลากรไปฝึกอบรมต่างประเทศ แนวทางนี้ทำให้โรงงานชิปเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงโรงงานผลิต แต่เป็นโรงเรียนเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ยกระดับทักษะคนในประเทศไปพร้อมกัน

เลขาธิการบีโอไอย้ำว่า เป้าหมายของการดึงดูดโครงการนี้ไม่ใช่แค่การเป็นฐานผลิต แต่เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์สู่เป้าหมายชิปเมดอินไทยแลนด์ในอนาคต หากแผนนี้เดินต่อเนื่อง อินฟินีออนไทยอาจกลายเป็นต้นแบบว่าประเทศหนึ่งจะก้าวจากฐานประกอบไปสู่ศูนย์กลางการผลิตแบ็กเอนด์ที่ผสานโรงงานอัตโนมัติ โรงงานเขียว และระบบการพัฒนาคนได้อย่างไร และหากสำเร็จ นี่จะเป็นบทพิสูจน์ว่าภูมิภาคอาเซียนสามารถยืนแถวหน้าบนเวทีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกได้ ไม่ใช่เพียงผู้เล่นรายย่อยในปลายห่วงโซ่มูลค่า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!