ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อ Excel COPILOT ฟังก์ชันถูกถอดออก แล้วอนาคตการวิเคราะห์ข้อมูลจะเดินต่ออย่างไร

เมื่อ Excel COPILOT ฟังก์ชันถูกถอดออก แล้วอนาคตการวิเคราะห์ข้อมูลจะเดินต่ออย่างไร
ความสนใจ|อุปกรณ์ช่วยงานออฟฟิศ

COPILOT() ใน Excel คืออะไร และเพราะอะไรถึงถูกถอดออก

Excel COPILOT ฟังก์ชัน คือฟังก์ชันใน Excel ที่เปิดให้ผู้ใช้พิมพ์คำสั่งภาษาธรรมชาติลงในสูตรเพื่อให้ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ สร้างเนื้อหา และแปลงข้อมูลเป็นผลลัพธ์ที่ต้องการโดยตรงในตารางข้อมูล ช่วยลดขั้นตอนคิดสูตรซับซ้อนและทำให้การทำงานกับข้อมูลเป็นมิตรขึ้นสำหรับคนที่ไม่ชำนาญสูตร Excel แบบดั้งเดิม ไมโครซอฟท์ประกาศถอดฟังก์ชัน COPILOT() ออกจาก Excel หลังเปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2025 และอยู่ในสถานะพรีวิวตลอด ฟังก์ชันนี้ทำงานในรูปแบบสูตร Excel อัตโนมัติ เช่น =COPILOT("List airport codes from major airports in", E3) เพื่อให้ Copilot คืนค่ารหัสสนามบินกลับมาในเซลล์ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพราะแนวคิดผิดทาง แต่เพราะมันไปทับซ้อนกับฟีเจอร์ไมโครซอฟท์ Excel AI แบบอื่นที่มีอยู่แล้ว ทำให้ฟังก์ชันเฉพาะดูเกินจำเป็นในระยะยาว

COPILOT() ซ้ำซ้อนกับอะไรใน Excel และส่งผลอย่างไรต่อผู้ใช้

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงรอบนี้คือคำว่า ซ้ำซ้อน ไมโครซอฟท์อธิบายชัดว่าผู้ใช้สามารถทำงานแบบเดียวกับ Excel COPILOT ฟังก์ชัน ได้ผ่านปุ่ม Copilot หรือแถบ sidebar ใน Excel อยู่แล้ว กล่าวคือ แทนที่จะเขียน =COPILOT() ลงในเซลล์ ผู้ใช้สามารถกดปุ่ม Copilot ให้ไมโครซอฟท์ Excel AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล Excel หรือสร้างสูตร Excel อัตโนมัติจากคำอธิบายภาษาคนได้โดยตรง ในมุมผู้ใช้ทั่วไป ผลกระทบจึงเป็นเรื่องของวิธีทำงานมากกว่าความสามารถที่หายไป งานวิเคราะห์ข้อมูล Excel ที่เคยสั่งผ่านสูตร COPILOT() จะย้ายไปอยู่ในหน้าต่าง Copilot หรือ sidebar แทน ผู้ใช้ที่เคยชินกับการพิมพ์สูตรต้องปรับมาโต้ตอบกับอินเทอร์เฟซสนทนา แต่ข้อดีคือพื้นที่ทำงานชัดเจนขึ้น ไม่ต้องมีสูตรยาวอ่านยากในเซลล์ และการขอให้ AI ปรับ วิเคราะห์ หรือสรุปข้อมูลหลายขั้นตอนก็ทำในประสบการณ์เดียวต่อเนื่องได้

เส้นตาย COPILOT() และสัญญาณจากการปิดฟีเจอร์ข้อมูลองค์กร

ไมโครซอฟท์ระบุว่าฟังก์ชัน COPILOT() จะใช้งานได้ถึงวันที่ 14 กันยายน 2026 แล้วถูกถอดออกถาวรจาก Excel หากคุณยังพึ่งพาสูตรนี้อยู่ นี่คือช่วงเวลาสำคัญในการย้ายเวิร์กโฟลว์ไปใช้ปุ่ม Copilot และเครื่องมือไมโครซอฟท์ Excel AI ตัวอื่น น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นคู่กับการประกาศยกเลิกฟีเจอร์ประเภทข้อมูลองค์กรใน Excel บนทุกแพลตฟอร์มตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ฟีเจอร์นั้นถูกอธิบายว่ามีต้นทุนพัฒนาและบำรุงรักษาสูง และมีจำนวนผู้ใช้จริงน้อย ทำให้ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจจะลงทุนต่อ สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ ไมโครซอฟท์แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ฟีเจอร์นำเข้าข้อมูลจาก Power BI ผ่านเมนู Get Data > From Power BI บนแท็บข้อมูลของ Excel ภาพรวมจึงชัดว่าบริษัทกำลังคัดกรองฟีเจอร์เฉพาะทาง แล้วผลักให้ผู้ใช้ไปอยู่บนเครื่องมือหลักที่ดูแลง่ายกว่า

ผู้ใช้ควรปรับตัวอย่างไรเมื่อ AI ใน Excel เปลี่ยนรูปแบบ

ในเชิงปฏิบัติ ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนจากแนวคิดว่า AI คือฟังก์ชันหนึ่งในสูตร มาเป็นว่า AI คือผู้ช่วยประจำในแถบเครื่องมือ การสร้างสูตร Excel อัตโนมัติสำหรับวิเคราะห์ข้อมูล Excel ควรเริ่มจากปุ่ม Copilot ให้ระบบเสนอสูตร แก้ไข และอธิบายตรรกะให้ก่อน จากนั้นค่อยเลือกนำไปใช้ในตารางตามต้องการ การทำแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงเขียนสูตรผิด และเปิดโอกาสให้เห็นหลายแนวทางวิเคราะห์มากขึ้น สำหรับองค์กรที่เคยต่อกับประเภทข้อมูลองค์กร การย้ายไปใช้ Power BI ตามที่ไมโครซอฟท์แนะนำ จะทำให้โครงสร้างข้อมูลยืดหยุ่นและทันสมัยกว่า แม้ต้องลงทุนเรียนรู้เพิ่ม แต่ผลคือเวิร์กโฟลว์ข้อมูลชัดเจนขึ้น ระหว่างชั้นสรุปใน Excel กับชั้นเก็บข้อมูลใน Power BI ผู้ใช้รายบุคคลจึงควรใช้ช่วงเวลา ก่อนเส้นตาย COPILOT() และประเภทข้อมูลองค์กร มาทบทวนไฟล์สำคัญทั้งหมด ปรับสูตร และทดสอบงานวิเคราะห์ผ่าน Copilot ให้มั่นใจก่อนวันที่ฟีเจอร์เหล่านี้หายไป

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!