ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตลาดสมาร์ทโฟนวิกฤต ทำไม Apple และ Samsung ยังครองเกม

ตลาดสมาร์ทโฟนวิกฤต ทำไม Apple และ Samsung ยังครองเกม
ความสนใจ|การเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือ

ตลาดสมาร์ทโฟนวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุด และภาพรวมที่ต้องยอมรับ

ตลาดสมาร์ทโฟนวิกฤต คือภาวะที่ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลงอย่างรุนแรงต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องเผชิญต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น การแข่งขันด้านราคาอย่างดุเดือด และการตัดสินใจลดจำนวนรุ่นหรือยกเลิกสมาร์ทโฟนระดับประหยัด ขณะเดียวกันผู้บริโภคจำนวนมากชะลอการซื้อเครื่องใหม่ ทำให้วงจรการเปลี่ยนเครื่องยืดออกไปและกดดันรายได้ของทั้งแบรนด์และผู้ให้บริการเครือข่าย ตัวเลขล่าสุดสะท้อนชัดว่าตลาดสมาร์ทโฟนวิกฤตไม่ใช่คำพูดเกินจริง ยอดจัดส่งทั่วโลกในไตรมาส 3 ปี 2026 ลดลงถึง 22 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการหดตัวรายไตรมาสลึกที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ ข้อมูลอีกสำนักชี้ว่าการลดลงอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ และเป็นระดับต่ำสุดของไตรมาส 3 นับตั้งแต่ปี 2012 นี่คือสัญญาณว่าอุตสาหกรรมที่เคยเติบโตไม่หยุด กำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานยาวนาน ไม่ใช่แค่สะดุดชั่วคราว

ตลาดสมาร์ทโฟนวิกฤต ทำไม Apple และ Samsung ยังครองเกม

ทำไมยอดจัดส่งลดลงแรง: เมื่อ AI แย่งทรัพยากรจากมือถือ

หัวใจของวิกฤตครั้งนี้อยู่ที่ต้นทุน ไม่ใช่ความต้องการเพียงอย่างเดียว การเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ทำให้ชิปหน่วยความจำกลายเป็นทรัพยากรหายาก ธุรกิจหันไปทุ่มงบให้ศูนย์ข้อมูล AI จนกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของการผลิตชิปหน่วยความจำทั่วโลกถูกส่งไปยังศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ ผลคือสมาร์ทโฟนต้องแย่งชิ้นส่วนกับเซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กร เมื่ออุปทานตึง ราคาหน่วยความจำอย่าง DRAM และ NAND จึงพุ่งขึ้นประมาณ 350 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน แรงกดดันนี้ถูกส่งต่อมาที่ผู้ผลิตมือถือเต็มๆ ทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้อัตราการขึ้นราคาหน่วยความจำเริ่มชะลอ แต่ชิ้นส่วนสำคัญอื่นก็ยังแพงอยู่ ส่งผลให้ยอดจัดส่งลดลงเป็นประวัติการณ์ 22 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสเดียว ตามคำเตือนของนักวิเคราะห์ที่บอกชัดว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอาจยังมาไม่ถึง

ตลาดสมาร์ทโฟนวิกฤต ทำไม Apple และ Samsung ยังครองเกม

ผู้ซื้อไม่อัปเกรด เพราะมือถือเดิมยังดีและเครื่องใหม่แพงขึ้น

ในฝั่งผู้บริโภค ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีตัวเลือก แต่อยู่ที่ไม่มีเหตุผลพอจะควักเงินเพิ่ม ราคาสมาร์ทโฟนเฉลี่ยทั่วโลกถูกปรับขึ้นแล้วประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ เพราะผู้ผลิตต้องชดเชยต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนที่สูงขึ้น บางรายลดสเปกหรือถึงขั้นยกเลิกรุ่นราคาประหยัดไปเลย ทำให้ผู้ใช้ที่เคยเข้าถึงสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นต้องเจอทางเลือกที่แพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลสำรวจในตลาดหลักหลายแห่งพบว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ และถึง 56 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่ม Gen Z มีแนวโน้มเลื่อนการอัปเกรดไปจนถึงช่วงลดราคาปลายปี คำอธิบายตรงไปตรงมาที่สุดคือ โทรศัพท์ที่อยู่ในมือยังตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดี ดีไซน์ใหม่อย่างหน้าจอพับได้อาจสร้างความตื่นเต้น แต่ราคาที่สูงทำให้ยากจะโน้มน้าวคนส่วนใหญ่ ผู้ผลิตจึงต้องหันมาเน้นโปรแกรมเครื่องมือสอง การแลกเปลี่ยนเครื่องเก่า และแผนผ่อนระยะยาวเพื่อกระตุ้นยอด

Apple Samsung ครองตลาด: เมื่อพรีเมียมรอด แต่มิดเรนจ์เจ็บหนัก

ท่ามกลางยอดจัดส่งลดลงอย่างหนัก ภาพที่ชัดเจนคือ Apple Samsung ครองตลาดได้ดีกว่าแบรนด์อื่นอย่างเห็นได้ชัด ซัมซุงครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่งที่ 23 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มจาก 19 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อน ขณะที่อีกข้อมูลระบุยอดจัดส่ง 57.8 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่ง 22.6 เปอร์เซ็นต์ แม้ยอดจัดส่งของซัมซุงเองจะลดลง 5.8 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แรงหนุนสำคัญมาจากมือถือจอพับรุ่นใหม่อย่าง Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8 โดยเฉพาะ Fold8 ที่ได้รับความนิยมสูง ฝั่ง Apple ก็ไล่จี้ไม่ห่าง ส่วนแบ่งตลาดแตะ 22 เปอร์เซ็นต์ ทะลุ 20 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 3 เป็นครั้งแรก แม้ยอดจัดส่ง iPhone จะลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ แต่ส่วนแบ่งกลับเพิ่มขึ้นเป็น 23.1 เปอร์เซ็นต์ เพราะตลาดโดยรวมหดตัวแรงกว่า และ Apple ตามหลังซัมซุงเพียง 500,000 เครื่องเท่านั้น นี่คือข้อพิสูจน์ว่ากลุ่มพรีเมียมยังทนทานกว่ากลุ่มอื่นในภาวะวิกฤต

ตลาดสมาร์ทโฟนวิกฤต ทำไม Apple และ Samsung ยังครองเกม

อนาคตสมาร์ทโฟน: พรีเมียมเป็นทางรอด แต่ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้น

แบรนด์ที่พึ่งพาตลาดระดับกลางและระดับประหยัดอย่าง Xiaomi และ Oppo คือผู้รับแรงกระแทกหนักที่สุด ขณะที่สองยักษ์ใหญ่ที่มีพอร์ตสินค้าระดับไฮเอนด์จำนวนมากกลับรักษาฐานได้ดีกว่า รายงานยังชี้ว่าความต้องการสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมยังทรงตัว แต่ตลาดรุ่นราคาประหยัดถูกบีบจากต้นทุนหน่วยความจำที่แพงขึ้นเรื่อยๆ แนวโน้มต่อจากนี้ ผู้ผลิตจะให้ความสำคัญกับกำไรมากกว่ายอดจัดส่ง ลดกำลังการผลิต ตัดจำนวนรุ่น และมุ่งไปที่สินค้าพรีเมียมต่อเนื่อง คำเตือนที่น่าคิดคือ ตลาดอาจไม่ฟื้นตัวก่อนปี 2028 ตามการประเมินของนักวิเคราะห์ แปลว่าผู้บริโภคต้องชินกับมือถือที่แพงขึ้นและตัวเลือกน้อยลง ขณะที่ผู้ผลิตต้องหาทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้สมาร์ทโฟนพรีเมียมมากพอจะทำให้คนยอมอัปเกรด ในโลกที่มือถือเครื่องเดิมยังใช้งานได้ดี การขายเครื่องใหม่จะยากขึ้นทุกปี และมีเพียงแบรนด์ที่เข้าใจทั้งต้นทุนและความรู้สึกผู้ใช้เท่านั้นที่จะอยู่รอด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!