ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ศึกสายการบินไฮซีซั่น แข่งเพิ่มเที่ยวบิน ชิงผู้โดยสารเต็มที่

ศึกสายการบินไฮซีซั่น แข่งเพิ่มเที่ยวบิน ชิงผู้โดยสารเต็มที่
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไฮซีซั่นท่องเที่ยวคือสนามรบใหม่ สายการบินเพิ่มเที่ยวบินคืออาวุธหลัก

ไฮซีซั่นท่องเที่ยว หมายถึงช่วงเวลาที่ความต้องการเดินทางของผู้โดยสารพุ่งสูงสุด ทั้งจากการท่องเที่ยว พักผ่อน และการเดินทางกลับภูมิลำเนา ทำให้สายการบินเพิ่มเที่ยวบินและความถี่เที่ยวบินใหม่ เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่หนาแน่นและรักษาส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยมและเที่ยวบินตรงที่เชื่อมศูนย์กลางการบินกับเมืองสำคัญในภูมิภาค การขยายฝูงบินและการจัดตารางบินอย่างหนาแน่นจึงกลายเป็นยุทธศาสตร์หลักในการแข่งขันในช่วงเวลาสั้นแต่มีมูลค่าสูงนี้

ประเด็นสำคัญของฤดูกาลนี้คือ สายการบินในภูมิภาคไม่ได้มองไฮซีซั่นเป็นแค่โอกาสทำยอดขายเพิ่ม แต่เป็นช่วงพิสูจน์ว่าผู้โดยสารจะเลือกใครเป็นสายการบินประจำระยะยาว การตัดสินใจเพิ่มเที่ยวบินจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าสายการบินเชื่อในศักยภาพตลาดและพร้อมรับความเสี่ยงด้านต้นทุนเพื่อแลกกับฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น การแข่งขันจึงไม่ใช่เพียงเรื่องราคา แต่เป็นเกมของความถี่ ความสะดวก และเครือข่ายเส้นทางที่ตอบโจทย์การบินตรงประเทศไทยและเชื่อมต่อข้ามภูมิภาคได้คล่องตัว

ไทยแอร์เอเชียดันเที่ยวบิน 135 ไฟลต์ต่อวัน เดิมพันศักยภาพตลาดในประเทศ

ไทยแอร์เอเชียเลือกเดินเกมรุกแรงที่สุดในตลาดภายในประเทศ ด้วยการเพิ่มความถี่เที่ยวบินภายในประเทศสูงสุดเป็น 135 เที่ยวบินต่อวันในไตรมาส 4 จากระดับเฉลี่ย 88 เที่ยวบินต่อวันในไตรมาส 3 ซึ่งหนึ่งแหล่งข่าวระบุว่าเป็นการเพิ่มมากกว่าร้อยละ 50 ขณะที่อีกแหล่งข่าวระบุว่ามากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ความต่างของตัวเลขสะท้อนว่าแม้รายละเอียดอาจต่างกัน แต่ทิศทางชัดเจนว่าแอร์เอเชียกำลังกดคันเร่งเต็มที่ในตลาดนี้

กลยุทธ์สำคัญคือการใช้สนามบินดอนเมืองเป็นฐานหลัก เพิ่มความถี่ในเส้นทางยอดนิยม เช่น ดอนเมือง–เชียงใหม่สูงสุด 17 เที่ยวบินต่อวัน ดอนเมือง–ภูเก็ต 15 เที่ยวบินต่อวัน และเส้นทางไปหาดใหญ่ ขอนแก่น อุดรธานี กระบี่ เชียงราย และอุบลราชธานี ที่ถูกเสริมความถี่อย่างมีนัยสำคัญ อีกด้านหนึ่ง การให้บริการจากสุวรรณภูมิไปเชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ช่วยขยายทางเลือกให้ผู้โดยสารในเมืองหลวง เห็นชัดว่าความถี่เที่ยวบินใหม่ถูกใช้เป็นเกราะป้องกันฐานลูกค้าและเป็นดาบรุกใส่คู่แข่งในทุกเส้นทางหลัก

ศึกสายการบินไฮซีซั่น แข่งเพิ่มเที่ยวบิน ชิงผู้โดยสารเต็มที่

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ขยายฝูงบิน รับเครื่องใหม่ 6 ลำ ปูทางสู่เป้าหมาย 50 ลำ

ในขณะที่บางสายการบินเน้นเพิ่มตารางบิน เวียตเจ็ทไทยแลนด์เลือกขยายฝูงบินอย่างจริงจัง ด้วยการรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 จำนวน 6 ลำในเดือนสิงหาคม ถือเป็นการรับมอบครั้งใหญ่ที่สุดของปีของสายการบิน ทำให้ฝูงบินรวมเพิ่มเป็น 29 ลำ โดยมีโบอิ้ง 737-8 ถึง 17 ลำ การลงทุนด้านฝูงบินเช่นนี้คือการประกาศว่าบริษัทไม่ได้มองไฮซีซั่นเป็นเพียงช่วงพีคชั่วคราว แต่เป็นจุดเริ่มของการเติบโตระยะยาว

คำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารย้ำภาพนี้ชัดเจน เมื่อระบุว่าเป้าหมายคือการขยายฝูงบินเป็น 50 ลำภายในปี 2571 และจะทยอยรับมอบ 737-8 ให้ครบ 25 ลำภายในปี 2569 เพื่อรองรับการเติบโตของเครือข่ายเส้นทาง ที่สำคัญ การท่องเที่ยวแห่งชาติคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 33 ล้านคน และการเดินทางภายในประเทศ 200 ล้านคนครั้งในปี 2569 ทำให้เวียตเจ็ทไทยแลนด์มั่นใจว่าการขยายความถี่และเส้นทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เช่น มาเลเซีย จีน อินเดีย เวียดนาม และญี่ปุ่น จะได้รับแรงหนุนจากดีมานด์ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มที่นั่งแบบเสี่ยงดวง

ศึกสายการบินไฮซีซั่น แข่งเพิ่มเที่ยวบิน ชิงผู้โดยสารเต็มที่

ความถี่เที่ยวบินใหม่บนเส้นทางยอดนิยม ศึกชิงผู้โดยสารเมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองใหญ่

เมื่อมองลึกลงไปที่ตารางบิน จะเห็นว่าศึกแย่งผู้โดยสารเกิดขึ้นชัดเจนบนเส้นทางท่องเที่ยวและหัวเมืองหลัก ไทยแอร์เอเชียเพิ่มความถี่ดอนเมือง–เชียงใหม่สูงสุด 17 เที่ยวบินต่อวัน ดอนเมือง–ภูเก็ต 15 เที่ยวบินต่อวัน และเส้นทางไปหาดใหญ่ กระบี่ เชียงราย อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี ที่ถูกเสริมขึ้นพร้อมกัน นี่คือการใช้ความถี่เที่ยวบินใหม่เป็นกลยุทธ์ปิดช่องว่างให้คู่แข่งแทรกตัว และทำให้ผู้โดยสารรู้สึกว่ามีเที่ยวให้เลือกแทบทุกช่วงเวลา

เวียตเจ็ทไทยแลนด์เองก็ไม่ยอมน้อยหน้า โดยเตรียมให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ–เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ–ภูเก็ต สูงสุด 11 เที่ยวบินต่อวัน เส้นทางกรุงเทพฯ–กระบี่ 5 เที่ยวบินต่อวัน และกรุงเทพฯ–เชียงราย กับกรุงเทพฯ–หาดใหญ่ 4 เที่ยวบินต่อวัน พร้อมทั้งเชื่อมอุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี สูงสุด 4 เที่ยวบินต่อวัน การทับซ้อนของเส้นทางแบบนี้ทำให้เมืองปลายทางหลักกลายเป็นสนามแข่งขันดุเดือด ผู้โดยสารได้ทางเลือกเพิ่ม แต่สายการบินต้องบริหารต้นทุนและอัตราบรรทุกผู้โดยสารอย่างละเอียดมากขึ้น

ศึกสายการบินไฮซีซั่น แข่งเพิ่มเที่ยวบิน ชิงผู้โดยสารเต็มที่

จากพรีไฮซีซันสู่เป้าหมายระยะยาว ใครจะครองใจผู้โดยสารได้ยั่งยืน

สิ่งที่น่าสนใจคือ สายการบินไม่ได้มองเฉพาะช่วงพีคไม่กี่เดือน แต่กำลังวางโครงสร้างเพื่อรองรับการเติบโตต่อเนื่อง การเปิดเส้นทางข้ามภาคจากภูเก็ตสู่ขอนแก่นและอุดรธานี เริ่มให้บริการวันที่ 25 ตุลาคม ด้วยความถี่สูงสุด 3 และ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ตามลำดับ สะท้อนมุมมองว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องผูกกับเมืองศูนย์กลางเสมอไป เครือข่ายบินตรงประเทศไทยที่เชื่อมเมืองรองกับเมืองท่องเที่ยวใหญ่จะเป็นตัวชี้ชะตาว่าใครเข้าใจพฤติกรรมการเดินทางยุคใหม่มากกว่า

อีกด้านหนึ่ง เวียตเจ็ทไทยแลนด์ใช้การขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่องเป็นฐานรองรับแผนเครือข่ายระดับภูมิภาค และย้ำบทบาทศูนย์กลางการบินในเอเชียแปซิฟิกผ่านเป้าหมายฝูงบิน 50 ลำภายในปี 2571 หากมองภาพรวม การแข่งขันครั้งนี้คือเกมยาว สายการบินที่ชนะจะไม่ใช่แค่ผู้ที่เพิ่มเที่ยวบินได้มากที่สุดในไฮซีซั่น แต่คือผู้ที่รักษาสมดุลระหว่างความถี่เที่ยวบินใหม่ ความตรงต่อเวลา ความปลอดภัย และประสบการณ์ผู้โดยสารได้อย่างสม่ำเสมอ ฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังมาถึงจึงเป็นบททดสอบว่ากลยุทธ์ขยายฝูงบินและเพิ่มเที่ยวบินของแต่ละสายการบินจะยั่งยืนแค่ไหนในสนามจริง

ศึกสายการบินไฮซีซั่น แข่งเพิ่มเที่ยวบิน ชิงผู้โดยสารเต็มที่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!