ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

หยุดให้มือถือจำทุกที่ที่คุณไป คู่มือปิดการติดตามตำแหน่งบน Android

หยุดให้มือถือจำทุกที่ที่คุณไป คู่มือปิดการติดตามตำแหน่งบน Android
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

ทำไมต้องสนใจการติดตามตำแหน่งบน Android

การปิดการติดตามตำแหน่ง Android คือการเข้าไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Android เพื่อหยุดไม่ให้ระบบและแอปต่างๆ ใช้ GPS และประวัติการเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อบันทึกหรือแชร์ตำแหน่งของเราโดยไม่จำเป็น ช่วยลดข้อมูลที่บอกไลฟ์สไตล์และเส้นทางเดินทางของเราออกจากมือถือ และควบคุมสิทธิ์แอปให้ใช้ตำแหน่งเฉพาะเวลาที่เราต้องการใช้งานจริง เช่น นำทางหรือดูสภาพอากาศ ไม่ปล่อยให้ติดตามตลอดเวลาเหมือนกล้องวงจรปิดส่วนตัวพกพาไปทุกที่

ถ้าเพื่อนรู้สึกว่ามือถือเริ่มรู้เรื่องชีวิตเราเยอะเกินไป แถมแบตหมดไวผิดปกติ บทความนี้คือสิ่งที่ควรอ่าน การเปิด GPS ตลอดเวลาและให้แอปขอสิทธิ์ตำแหน่งแบบไม่คิด ทำให้เครื่องตามทุกการเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น หลายแอปใช้ข้อมูลตำแหน่งไปมากกว่าที่บอกไว้ เช่น ใช้ยิงโฆษณา หรือสร้างประวัติการใช้งานเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ จุดตั้งต้นที่ต้องมีคือ รู้เส้นทางเข้าหน้าการตั้งค่าบน Android ของตัวเอง เปิดแอปการตั้งค่าได้ และพอเดาว่าบางเมนูอาจเรียกชื่อไม่เหมือนกันในแต่ละยี่ห้อ แต่แนวคิดเหมือนกันคือ เข้าไปลดสิทธิ์ให้เหลือเท่าที่จำเป็น

เช็กให้เห็นก่อนว่าแอปไหนกำลังตามตำแหน่งเรา

ก่อนจะปิดการติดตามตำแหน่ง Android ให้หมด ลองเริ่มจากดูภาพรวมก่อนว่าใครกำลังใช้ข้อมูลเราอยู่ ปกติ Android รุ่นใหม่มีส่วนของแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัว ที่ช่วยบอกเลยว่าช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แอปไหนเข้าถึงตำแหน่ง กล้อง และไมโครโฟนบ้าง ตรงนี้ช่วยให้เราไม่ต้องเดา แต่เห็นเป็นไทม์ไลน์ชัดๆ ว่าอะไรใช้อะไร เวลาไหน

  1. เปิดแอป การตั้งค่า บนเครื่อง Android ของเพื่อน
  2. เข้าเมนู ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัย หรือชื่อใกล้เคียงตามยี่ห้อ
  3. เลื่อนลงไปหา แดชบอร์ดความเป็นส่วนตัว แล้วแตะเข้าไป
  4. แตะที่รายการ ตำแหน่ง เพื่อดูว่าใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีแอปใดเรียกใช้ตำแหน่งบ้าง
  5. แตะที่ชื่อแอปที่สงสัย ระบบจะพาไปหน้าการตั้งค่าแอป และแสดงสิทธิ์ทั้งหมดที่แอปนั้นมี เราจะเริ่มเตรียมปิดสิทธิ์จากตรงนี้ได้เลย

ระหว่างไล่ดู จะเห็นว่าแอปที่ควรใช้ตำแหน่ง เช่น แอปนำทาง แอปสภาพอากาศ หรือแอปธนาคาร มีการเรียกใช้ที่ดูสมเหตุสมผล แต่บางแอปอาจไม่เกี่ยวกับที่อยู่เราเลยกลับเข้าถึงตำแหน่งบ่อยๆ เช่น แอปเกมหรือยูทิลิตีบางตัว อันนี้คือสัญญาณว่าควรระวัง เพราะมีแอปจำนวนมากที่ขอสิทธิ์ตำแหน่งโดยไม่ได้มีจุดประสงค์หลักในการใช้ตำแหน่งเกินจำเป็น และอาจนำข้อมูลนี้ไปใช้ทำโฆษณาหรือฟังก์ชันอื่นเพิ่มเติม การเห็นไทม์ไลน์ก่อนทำให้เรารู้ว่าต้องจัดการกับแอปไหนเป็นกลุ่มแรก

ขั้นตอนทีละข้อ ปิด GPS และลบประวัติ Wi-Fi ที่ไม่จำเป็น

มาถึงส่วนลงมือจริงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือปิด GPS เพื่อลดการติดตามแบบเรียลไทม์ และลบประวัติ Wi-Fi ที่ไม่จำเป็นออกจากเครื่อง การปิด GPS เป็นทางลัดที่สุดในการหยุดการตามตำแหน่งละเอียด แต่ต้องยอมรับว่าบางช่วงเวลาจะเสียความสะดวก เช่น ใช้นำทางไม่ได้แม่น หรือเรียกรถได้ไม่ตรงพิกัด อย่างไรก็ตาม การใช้แบบเปิดเฉพาะเวลาต้องใช้ แล้วปิดอีกครั้งหลังใช้งาน จะช่วยให้มือถือไม่ตามทุกการเคลื่อนไหวระหว่างวัน

  1. ปิด GPS ทั้งระบบชั่วคราว เปิดแอป การตั้งค่า แล้วค้นหาหรือแตะเมนู ตำแหน่ง จากนั้นสวิตช์ ตำแหน่ง ให้เป็นปิด เพื่อหยุดบริการ GPS บนเครื่องทั้งหมดชั่วคราว ระวังว่าระหว่างปิดจะใช้แผนที่และบริการที่ต้องพิกัดได้ไม่ตรง
  2. ลบประวัติ Wi-Fi ที่ไม่ใช้แล้ว บนเครื่องบางรุ่น เช่น สายตระกูลหนึ่ง ให้เข้า การตั้งค่า แล้วเข้า เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต ต่อด้วย อินเทอร์เน็ต แตะไอคอนเฟืองที่ Wi-Fi แล้วเข้า รายการเครือข่ายที่บันทึกไว้ จากนั้นเลือกลบเครือข่ายที่ไม่คิดว่าจะกลับไปใช้อีก เช่น Wi-Fi บ้านเก่า โรงแรม หรือร้านที่ไม่ค่อยไป การล้างรายชื่อเครือข่ายที่บันทึกไว้ช่วยลดโอกาสที่คนอื่นจะใช้ชื่อเครือข่ายในการเดาเส้นทางหรือที่อยู่เราได้ และแทบไม่ทำให้การใช้งานพังอะไรเลย
  3. ในเครื่องบางยี่ห้อ ให้มองหาเมนูคล้ายๆ กัน เช่น การตั้งค่า แล้วเข้า การเชื่อมต่อ จากนั้นเข้า Wi-Fi แตะเมนูเพิ่มเติม เช่น ไอคอนจุดสามจุด แล้วเข้า จัดการเครือข่าย เพื่อเลือกลบรายการเครือข่ายที่ไม่จำเป็น คล้ายแนวทางข้างบน
  4. หลังจากล้างรายการ Wi-Fi และปิด GPS ลองใช้งานมือถือสักพัก เพื่อดูว่าประสบการณ์ใช้งานกระทบน้อยกว่าที่คิดหรือไม่ ส่วนใหญ่จะเสียสะดวกเฉพาะตอนต้องนำทางหรือหาร้านใกล้ตัว แต่ชีวิตประจำวันจะปลอดภัยขึ้นเพราะข้อมูลการเคลื่อนไหวถูกเก็บน้อยลง

ตามคำบอกเล่าจากผู้เชี่ยวชาญ การเคลียร์รายชื่อ Wi-Fi ที่บันทึกไว้ใช้เวลาไม่กี่นาที แทบไม่ทำอะไรเสียหาย และช่วยเอาวิธีง่ายที่สุดที่ให้คนแปลกหน้าสร้างภาพการเดินทางของเราออกจากเครื่องได้ ส่วนการปิด GPS แม้จะเป็นทางลัดที่สุด แต่ต้องชั่งน้ำหนักกับการใช้งานในชีวิตจริง ถ้าต้องใช้แผนที่บ่อย อาจเปลี่ยนมาเป็นเปิดเฉพาะเวลานำทาง แล้วปิดหลังใช้งานแทน

จัดการสิทธิ์แอปทีละตัว ปิดการติดตามตำแหน่ง Android อย่างได้ผล

ขั้นตอนสำคัญต่อไปคือเข้าไปจัดการสิทธิ์แอปโดยตรง เพื่อควบคุมว่าแอปไหนบ้างที่มีสิทธิ์ใช้ตำแหน่งเรา การทำตรงนี้จะมีผลทันที และช่วยทั้งด้านความเป็นส่วนตัวและแบตเตอรี่ เพราะแอปที่ไม่ได้รับสิทธิ์จะไม่สามารถเปิด GPS เบื้องหลังมาดึงตำแหน่งเราได้อีก การปิด GPS ทั้งระบบเหมาะกับช่วงเวลาต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ส่วนการจัดสิทธิ์แอปคือการตั้งค่าระยะยาวที่ทำครั้งเดียวแล้วอยู่ตัว

  1. เปิดแอป การตั้งค่า แล้วเข้าเมนู ตำแหน่ง จากนั้นหาเมนู สิทธิ์ของแอป หรือ App permissions แล้วแตะเข้าไป
  2. ในหน้าสิทธิ์ของแอป จะเห็นรายชื่อแอปที่ได้รับอนุญาตตำแหน่ง แบ่งกลุ่ม เช่น อนุญาตตลอดเวลา อนุญาตเฉพาะขณะใช้งาน หรือถูกปฏิเสธ เลือกแอปที่ไม่จำเป็นต้องรู้ตำแหน่งเรา เช่น เกม แอปแต่งภาพ หรือยูทิลิตีที่ไม่เกี่ยวกับที่อยู่ แล้วเปลี่ยนสถานะจาก อนุญาตตลอดเวลา เป็น เฉพาะเวลาที่ใช้ หรือ ปฏิเสธ ตามความเหมาะสม
  3. หากต้องการตัดสิทธิ์บางแอปอย่างเด็ดขาด สามารถกลับไปที่รายชื่อแอปในแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัว แตะชื่อแอป ระบบจะพาไปหน้าการตั้งค่าแอป แล้วเข้าเมนูสิทธิ์เพื่อเอาการเข้าถึงตำแหน่งออกจากแอปนั้นได้โดยตรง
  4. ตั้งกติกาส่วนตัวให้มือถือ เช่น แอปนำทางหรือเรียกรถ ให้ใช้ตำแหน่งเฉพาะขณะใช้งาน แอปธนาคารและความปลอดภัยอนุญาตเฉพาะจำเป็น ส่วนแอปอื่นให้ปฏิเสธทั้งหมด วิธีนี้ช่วยลดการใช้ GPS ในเบื้องหลัง ทำให้แบตอยู่ได้นานขึ้น และข้อมูลตำแหน่งไม่ถูกใช้เกินกว่าหน้าที่หลักของแอป

หลายแอปที่ตามตำแหน่งผู้ใช้ไม่มีจุดประสงค์ที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง อาจใช้ข้อมูลเพื่อโฆษณาหรือฟังก์ชันอื่นที่ไม่ใช่งานหลักของแอป การตรวจสอบและลดสิทธิ์เหล่านี้ลงจึงเป็นการป้องกันข้อมูลละเอียดอย่างตำแหน่งบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่ที่ไปบ่อยไม่ให้ถูกใช้เกินความจำเป็น และลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวลงด้วย ผลพลอยได้คือมือถือไม่ต้องเปิด GPS และส่งข้อมูลตำแหน่งขึ้นลงบ่อยๆ ทำให้แบตเตอรี่หมดช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

เก็บประวัติบนแผนที่ให้เท่าที่จำเป็น แล้วปิดเมื่อไม่ใช้

สุดท้ายมาดูส่วนของแผนที่และบริการที่เก็บไทม์ไลน์การเดินทางของเรา บางคนชอบใช้ฟีเจอร์ไทม์ไลน์บนแผนที่ เพราะย้อนดูได้ว่าที่ผ่านมาขับไปไหน เดินเส้นทางใด แต่สำหรับคนที่ห่วงความเป็นส่วนตัว การปล่อยให้ฟีเจอร์นี้ทำงานตลอดเวลาเท่ากับให้โทรศัพท์บันทึกรายละเอียดการเดินทางทุกวันแบบต่อเนื่อง โชคดีที่เราสามารถปิดทั้งการบันทึกใหม่และลบข้อมูลเก่าได้ภายในไม่กี่ขั้น

  1. เปิดแอปแผนที่บน Android
  2. แตะรูปโปรไฟล์มุมขวาบน แล้วเลือกเมนู ไทม์ไลน์ ของคุณ
  3. ในหน้าดูไทม์ไลน์ แตะเมนูจุดสามจุด แล้วเลือก การตั้งค่าตำแหน่งและความเป็นส่วนตัว
  4. ปิดการติดตามไทม์ไลน์ เพื่อหยุดไม่ให้แอปเก็บประวัติสถานที่และเส้นทางการเดินทางในอนาคต
  5. หากต้องการลบประวัติเดิม เลือก ลบข้อมูลไทม์ไลน์ทั้งหมด เพื่อเคลียร์ข้อมูลตำแหน่งที่ถูกเก็บไว้ก่อนหน้าแบบถาวร

การปิดไทม์ไลน์ช่วยให้มือถือไม่เก็บร่องรอยการเดินทางละเอียดไว้ตลอด และเรายังสามารถใช้ฟีเจอร์นำทางตามปกติเมื่อเปิดตำแหน่งกลับขึ้นมาเฉพาะเวลาต้องใช้ได้ ตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หากปรับพฤติกรรมเล็กน้อย เช่น เปิดตำแหน่งเฉพาะช่วงใช้งาน จำกัดสิทธิ์แอป และปิดการเก็บไทม์ไลน์ ก็สามารถหยุดไม่ให้เครื่องตามทุกก้าวเดิน แต่ยังใช้งานฟังก์ชันที่ต้องพิกัดได้เมื่อจำเป็น สรุปแล้วการลงแรงปรับตั้งค่าไม่กี่นาทีให้ผลคุ้มค่ามาก ทั้งด้านความเป็นส่วนตัวและอายุการใช้งานแบต เพื่อนควรกลับมาเช็กสิทธิ์และประวัติตำแหน่งพวกนี้ทุกๆ สักสองสามเดือน เพื่อให้มือถือทำงานอย่างที่เรายอมให้ทำ ไม่เกินกว่านั้น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!