จากโครงการเดี่ยวสู่ระบบนิเวศความภักดีข้ามแดน
ความร่วมมือโรงแรมข้ามพรมแดนคือกลยุทธ์ที่กลุ่มโรงแรมและพันธมิตรบริการท่องเที่ยวจับมือกันเชื่อมสิทธิประโยชน์สมาชิกจากหลายแบรนด์หลายประเทศเข้าเป็นระบบนิเวศเดียว เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวหรูหราที่ต่อเนื่องตั้งแต่การเข้าพัก การเดินทาง ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ของแขกกลุ่มมีรายได้สูง โดยใช้โปรแกรมสะสมคะแนนและบริการเสริมต่าง ๆ เป็นตัวเชื่อมให้ผู้พักได้รับคุณค่าเพิ่มขึ้นทุกจุดสัมผัสของการเดินทาง มุมมองสำคัญคือ โรงแรมไม่ได้แข่งกันด้วยห้องพักอีกต่อไป แต่แข่งกันด้วยโครงข่ายสิทธิประโยชน์ที่ตามแขกไปทั่วโลก ความร่วมมือล่าสุดของโรงแรมเซ็นทารากับพลาซ่า พรีเมียม และของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ปกับ SP Group จึงไม่ใช่ดีลสวยหรูบนกระดาษ แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่แบรนด์ต้องอยู่ในทุกช่วงของทริป และต้องตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบายและความยั่งยืนควบคู่กัน
โรงแรมเซ็นทารา x พลาซ่า พรีเมียม ยกระดับสิทธิประโยชน์สมาชิกให้เริ่มตั้งแต่หน้าประตูสนามบิน
การจับมือกันระหว่างโรงแรมเซ็นทาราและพลาซ่า พรีเมียม กรุ๊ปคือภาพชัดของการขยายโปรแกรมสมาชิกให้หลุดจากกรอบตัวโรงแรม เซ็นทารานำ CentaraThe1 ซึ่งมีสมาชิกเกือบ 9 ล้านคนทั่วโลกไปผูกกับบริการเลานจ์สนามบินระดับพรีเมียมของพลาซ่า พรีเมียม เพื่อให้คะแนนจากการเข้าพักถูกเปลี่ยนเป็นเวลาพักผ่อนก่อนขึ้นเครื่องแทนการนั่งรอหน้าเกตเฉย ๆ สมาชิก CentaraThe1 สามารถนำคะแนนมาแลกรับสิทธิ์เข้าใช้ Plaza Premium First และ Plaza Premium Lounge ในสนามบินหลายภูมิภาคทั่วโลก ข้อได้เปรียบคือ โรงแรมเซ็นทาราไม่ต้องลงทุนสร้างเลานจ์เอง แต่ใช้ความเชี่ยวชาญของพลาซ่า พรีเมียมในการให้บริการรับรองภายในสนามบินแบบครบวงจร ในทางกลับกัน พลาซ่า พรีเมียมได้เข้าถึงฐานสมาชิกจำนวนมากของ CentaraThe1 ผ่านสิทธิประโยชน์ร่วมอย่างส่วนลดและข้อเสนอพิเศษสำหรับทั้งการเข้าพักและการใช้บริการเลานจ์สนามบิน กลยุทธ์นี้ยืนยันว่าการท่องเที่ยวหรูหราเริ่มวัดกันตั้งแต่ความสบายบนเก้าอี้ในเลานจ์ ไม่ใช่แค่บนเตียงในห้องพักอีกต่อไป

จากคะแนนสะสมสู่ ecosystem การเดินทางครบวงจรของเซ็นทารา
หัวใจที่น่าสนใจของดีลนี้คือแนวคิดที่จะผลัก CentaraThe1 ให้กลายเป็นระบบ ecosystem ด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่เพียงโปรแกรมสะสมคะแนนธรรมดา เซ็นทาราแสดงเจตนาชัดว่าต้องการเป็นส่วนหนึ่งในทุกช่วงของการเดินทาง ทั้งก่อนขึ้นเครื่อง ระหว่างทริป และหลังกลับถึงบ้านผ่านสิทธิประโยชน์สมาชิกที่เชื่อมโยงกัน นี่คือการตอบโจทย์นักเดินทางสายท่องเที่ยวหรูหราที่มองหาประสบการณ์ลื่นไหลมากกว่าดีลลดราคาเป็นครั้งคราว ในทางยุทธศาสตร์ เซ็นทารากำลังเลื่อนตำแหน่งตัวเองจากแบรนด์โรงแรมไปเป็นแพลตฟอร์มการเดินทาง ผู้เข้าพักไม่เพียงได้ห้องดีในจุดหมาย แต่ได้แพ็กเกจความสะดวกสบายทั้งทริป การให้สมาชิกซื้อสิทธิ์เข้าใช้ Plaza Premium Lounge แห่งใหม่ที่สุวรรณภูมิในราคาพิเศษช่วยตอกย้ำว่าโปรแกรมสมาชิกถูกใช้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกโรงแรมและโลกการบินอย่างตั้งใจ

ออนิกซ์ x SP Group เมื่อความหรูหราต้องเดินคู่ความยั่งยืน
ขณะที่เซ็นทาราเน้นสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ปเลือกจับมือกับ SP Group เพื่อยกระดับการดำเนินงานโรงแรมอย่างยั่งยืน การร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้อยู่ภายใต้ Sustainability Framework ของออนิกซ์ โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันศึกษาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานยั่งยืน เช่น Cooling-as-a-Service และพลังงานหมุนเวียนกับโรงแรมในเครือ เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว ตัวอย่างที่จับต้องได้คือโครงการ Cooling-as-a-Service แห่งแรกที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ซึ่งเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็นเดิมเป็นอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบบริหารจัดการ Chiller Plant อัตโนมัติ ระบบใหม่นี้มีกำลังการทำความเย็น 1,195 ตันความเย็น และคาดว่าจะช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 40% หรือประมาณ 900,000 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ลดการปล่อยคาร์บอน 449 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ข้อมูลนี้แสดงชัดว่า ความร่วมมือด้านพลังงานไม่ได้เป็นแค่ภาพลักษณ์สีเขียว แต่ส่งผลต่อทั้งต้นทุนและรอยเท้าคาร์บอนของธุรกิจหรูโดยตรง

จุดร่วมของดีลใหญ่ เหนือห้องพักคือประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและมีความหมาย
หากมองภาพรวม ดีลของโรงแรมเซ็นทารากับพลาซ่า พรีเมียม และของออนิกซ์กับ SP Group ส่องให้เห็นทิศทางเดียวกันคือการสร้างคุณค่าให้แขกกลุ่มท่องเที่ยวหรูหราที่ต้องการทั้งความสะดวกและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เซ็นทาราเน้นสิทธิประโยชน์สมาชิกที่ตามไปถึงเลานจ์สนามบิน ส่วนออนิกซ์เน้นการจัดการพลังงานที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรโดยไม่ลดทอนความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก สำหรับนักเดินทางที่ใส่ใจทั้งประสบการณ์และผลกระทบ การเลือกแบรนด์ในยุคนี้จึงไม่ใช่ถามแค่ว่าห้องสวยไหม แต่ต้องถามว่าแบรนด์ดูแลความต่อเนื่องของทริปและโลกที่เราเดินทางไปอย่างไร บทสรุปคือ ความร่วมมือโรงแรมข้ามพรมแดนกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่างในตลาดท่องเที่ยวหรูหรา ใครสร้าง ecosystem ได้ครบและยั่งยืนกว่าจะกลายเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจและอยู่ในทริปของแขกไปอีกนาน






