เศรษฐกิจเวียดนามคืออะไร และทำไมกำลังจะจีดีพีเทียบเท่าเพื่อนบ้าน
เศรษฐกิจเวียดนาม คือโครงสร้างการผลิต การค้า การลงทุน และการจ้างงานของเวียดนามที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก การผลิตอุตสาหกรรม การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และตลาดภายในประเทศกำลังขยายตัว เศรษฐกิจเวียดนามถูกใช้เป็นตัวอย่างของประเทศกำลังพัฒนาที่ใช้ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและเครือข่ายความตกลงการค้าเสรีเพื่อเร่งการเติบโตและดึงดูดการย้ายฐานการผลิตจากบริษัทข้ามชาติ
ปัจจุบันการเติบโตอาเซียนกำลังเข้าสู่จุดหักเห รายงานร่วมของที่ปรึกษาและสถาบันการเงินระบุว่า 6 เศรษฐกิจหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ยปีละ 4.8% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า แต่ทิศทางเริ่มแยกขั้วชัดเจน เวียดนามถูกคาดหมายว่าจะเป็นประเทศที่เติบโตโดดเด่นที่สุด ขณะที่อีกประเทศหนึ่งในกลุ่มเดียวกันมีแนวโน้มเติบโตช้าที่สุด นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่คือสัญญาณว่าเศรษฐกิจเวียดนามกำลังไล่จีดีพีเทียบเท่าเพื่อนบ้านรายใหญ่ในภูมิภาคในเวลาไม่นาน
การเติบโตอาเซียนแบบแยกขั้ว และบทบาทใหม่ของเวียดนาม
รายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจอาเซียนล่าสุดชี้ให้เห็นภาพเดียวกันว่า การเติบโตอาเซียนกำลังแตกต่างกันมากขึ้นระหว่างประเทศ แม้ค่าเฉลี่ยทั้งภูมิภาคจะอยู่ราว 4.8% ต่อปีในทศวรรษหน้า แต่ก็ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่เคยคาดไว้ 5.1% ต่อปี จุดสำคัญคือช่องว่างด้านคุณภาพสถาบัน ความมั่นคงด้านพลังงาน และความพร้อมทางเทคโนโลยีที่ไม่เท่ากันกำลังฉุดหรือผลักแต่ละประเทศไปคนละทิศทาง
เวียดนามถูกวางตำแหน่งเป็นหนึ่งในผู้ชนะของเกมใหม่ในความแข่งขันภูมิภาค รายงานระบุชัดว่าเวียดนามจะยังคงเป็นประเทศที่มีการเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม ขณะที่บางเศรษฐกิจในกลุ่มเดียวกันกลับเผชิญข้อจำกัดจากกำลังแรงงานที่ตึงตัวและแรงส่งด้านสถาบันที่อ่อนลง ความต่างนี้ทำให้ค่าเฉลี่ย 4.8% บังภาพจริงที่ว่าอาเซียนกำลังกลายเป็นสนามแข่งสองความเร็ว และเวียดนามกำลังวิ่งในเลนหน้า
ทุนไทยวิ่งเข้าหาเศรษฐกิจเวียดนาม การลงทุนไทยเวียดนามสะท้อนใครแพ้ใครชนะ
ขณะที่ตัวเลขเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามไต่อย่างรวดเร็ว ทุนจากเพื่อนบ้านในภูมิภาคก็ตอบสนองอย่างชัดเจน ข้อมูลทางการของเวียดนามระบุว่ามีโครงการลงทุนจากฝั่งไทยที่ยังดำเนินการอยู่ราว 797–805 โครงการ โดยมีทุนจดทะเบียนรวมประมาณ 5.08 แสนล้านบาท การที่เงินลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้านทะลุระดับครึ่งล้านล้านบาท เป็นสัญญาณว่าบริษัทข้ามชาติในภูมิภาคกำลังมองเวียดนามเป็นทั้งฐานผลิต ตลาด และจุดหมายลงทุนสำคัญ
การลงทุนไทยเวียดนามไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาคการผลิตต้นทุนต่ำ แต่ขยายไปสู่พลังงานหมุนเวียน ปิโตรเคมี ค้าปลีก และนิคมอุตสาหกรรม นี่สะท้อนการยอมรับอย่างเป็นรูปธรรมว่าเศรษฐกิจเวียดนามไม่ใช่เพียงคู่แข่งที่แย่งคำสั่งซื้อจากโรงงานในภูมิภาค แต่กำลังกลายเป็นห่วงโซ่อุปทานที่นักธุรกิจต้อง “เข้าไปอยู่ในเกม” มากกว่าจะยืนดูอยู่ข้างสนาม การวิ่งของทุนจึงเป็นคะแนนเสียงที่ชัดกว่าคำอภิปรายในห้องประชุม

จีดีพีเวียดนามจ่อแซง และแรงกดดันใหม่ต่อความสามารถแข่งขัน
อีกสัญญาณที่พลิกสมดุลความแข่งขันภูมิภาคคือขนาดเศรษฐกิจ เวียดนามมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เร่งตัวต่อเนื่อง โดยจีดีพีช่วงครึ่งแรกปีล่าสุดขยายตัว 8.18% และไตรมาสสองโต 8.39% ตามการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์ที่ศึกษาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ พร้อมกันนั้น รัฐบาลเวียดนามยังตั้งเป้าเติบโตระยะยาวระดับสองหลัก เป็นการประกาศชัดว่าพวกเขาไม่ตั้งใจชะลอความเร็วลงง่ายๆ
ผลลัพธ์ที่เห็นแล้วตอนนี้คือ จีดีพีเวียดนามขยับขึ้นมาอยู่ราว 91% ของประเทศเพื่อนบ้านรายใหญ่ และคาดว่าจะมีโอกาสแซงในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า ข้อมูลนี้นำไปสู่คำถามสำคัญต่อความสามารถแข่งขันภูมิภาค เมื่อฐานการผลิตและตลาดในเศรษฐกิจเวียดนามเติบโตเร็ว บวกกับเครือข่ายความตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุมกว่า คู่แข่งในอาเซียนที่เคยได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานแต่เติบโตช้ากว่า ถูกบีบให้ต้องทบทวนยุทธศาสตร์ใหม่ทันที
จากคู่แข่งสู่หุ้นส่วน Twin Growth Engines หรือเส้นแบ่งใหม่ของอาเซียน
การเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามไม่ได้แค่สร้างแรงกดดัน แต่ยังเปิดทางเลือกใหม่ให้ภูมิภาค นักธุรกิจระดับแนวหน้าของภูมิภาคมองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองเศรษฐกิจหลักควรเดินหน้าไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์มากกว่าการยึดติดกับภาพเดิมในฐานะคู่แข่งด้านการผลิตและการส่งออก แนวคิดเรื่อง Twin Growth Engines ของแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงไม่ใช่นิยายเศรษฐกิจ แต่เป็นโจทย์สามปีข้างหน้าที่ถูกเสนออย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม Twin Growth Engines จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อแต่ละฝ่ายกล้ายอมรับจุดอ่อนของตนเองและเชื่อมต่อจุดแข็งของอีกฝ่าย เศรษฐกิจเวียดนามให้แรงขับเคลื่อนด้านแรงงานอายุน้อย ตลาดที่กำลังขยาย และแต้มต่อจากเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี ขณะที่เพื่อนบ้านในภูมิภาคยังมีความได้เปรียบในโครงสร้างอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน หากยังเอาแต่ปิดช่องว่างด้วยการมองกันเป็นคู่แข่งเพียงอย่างเดียว อาเซียนจะได้เศรษฐกิจสองความเร็วแต่ขาดเครื่องยนต์คู่ที่ขับไปในทิศทางเดียวกัน






