ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

มหาวิทยาลัยจับมือบริษัทเทค ปลูกเพาะทักษะ AI ให้แรงงานและผู้ประกอบการ

มหาวิทยาลัยจับมือบริษัทเทค ปลูกเพาะทักษะ AI ให้แรงงานและผู้ประกอบการ
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใหม่ แต่คือโครงสร้างการศึกษาและเศรษฐกิจชุดใหม่

การศึกษา AI เศรษฐกิจดิจิทัล คือการออกแบบหลักสูตร ระบบนิเวศการเรียนรู้ และโครงการพัฒนาคน AI เพื่อให้แรงงานและผู้ประกอบการมีทักษะในการใช้ ปรับแต่ง และต่อยอดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กับโจทย์ธุรกิจจริง การพัฒนานี้ไม่จำกัดอยู่แค่ความรู้เชิงทฤษฎีในห้องเรียน แต่ต้องผสานกับข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน โมเดล แพลตฟอร์ม และการลงมือทำในโลกการทำงาน เพื่อให้คนกลายเป็นสินทรัพย์หลักของเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ใช่เพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยีแบบผิวเผิน สิ่งที่น่าสนใจคือมหาวิทยาลัยและบริษัทเทคกำลังมองตรงกันว่าคุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่คน ไม่ใช่เครื่องมือ ศาสตราจารย์ดร.ยศชนันชี้ชัดว่าเราไม่มีทางถือครองเทคโนโลยีได้ตลอดไป แต่เราถือครองคนและยกระดับทักษะของเขาให้เร็วได้ แนวคิดนี้พลิกโจทย์จากการแข่งกันมีระบบ AI แพงที่สุด มาเป็นการแข่งกันสร้างคนที่เข้าใจ AI ดีที่สุด และแปลความรู้ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยจับมือบริษัทเทค ปลูกเพาะทักษะ AI ให้แรงงานและผู้ประกอบการ

SPU และโมเดล AI University: หลักสูตร AI มหาวิทยาลัยที่เริ่มจากคนก่อนเครื่องมือ

จุดแข็งของโมเดล AI University ของมหาวิทยาลัยศรีปทุมคือการยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านด้วย AI ต้องเริ่มจากคน ก่อนเริ่มจากแพลตฟอร์ม ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมานย้ำว่ามหาวิทยาลัยกำลังก้าวจากแค่การรู้จัก AI ไปสู่การลงมือใช้จริงอย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนา AI Training, AI & Automation for Work, AI Champions และ SCMS AI ตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา หัวใจสำคัญของหลักสูตร AI มหาวิทยาลัยในกรณีนี้ คือการออกแบบ AI-Ready Curriculum และ AI-Assisted Learning ให้ทุกคณะและทุกวิชาแตะ AI ได้ ไม่ใช่จำกัดแค่เด็กสายเทคโนโลยี พร้อมภารกิจอีกสองด้านคือการพัฒนา AI Agent และ AI Avatar ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า เพื่อยกระดับทั้งกระบวนการทำงาน การเรียนการสอน และประสบการณ์ของนักศึกษาให้สอดคล้องกับโลกดิจิทัล ทิศทางนี้น่าจับตาเพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้ใช้ AI เพื่อลดคน แต่มุ่งคืนเวลาให้คนได้สร้างคุณค่า ลดงานซ้ำซ้อน แก้ Pain Point และเปิดพื้นที่ให้บุคลากรใช้เวลาไปกับการดูแลนักศึกษาและสร้างนวัตกรรมใหม่ นี่คือมุมมองที่สวนทางกับความกลัวว่า AI จะมาแทนแรงงาน และเปลี่ยนเป็นการถามว่าเราจะใช้ AI ให้คนเติบโตได้อย่างไร

CP-CoEX และยุทธศาสตร์สร้างคน AI ให้เป็นสินทรัพย์เศรษฐกิจตัวใหม่

ฝั่งเอกชน เครือธุรกิจขนาดใหญ่กำลังใช้แพลตฟอร์ม CP-CoEX เป็นสนามทดลองแนวคิดที่ว่า ความได้เปรียบในยุค AI ไม่ได้อยู่ที่ใครเข้าถึงเทคโนโลยีก่อน แต่อยู่ที่ใครสร้างคนให้เข้าใจเทคโนโลยีและต่อยอดเป็นนวัตกรรมได้เร็วกว่า CP-CoEX ถูกวางให้เป็น Open Learning & Innovation Ecosystem เปิดรับตั้งแต่นักศึกษา คนรุ่นใหม่ Professionals ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้บริหารและองค์กร ผ่าน 4 เสาหลักการเรียนรู้คือ Business Co-Creation B2B GenEd Credit Bank Global Co-Creation และ Executive Courses หมุดหมายแรกที่สะท้อนทิศทางนี้คือโครงการ CP-CoEX: AI Business Accelerator ที่ใช้โจทย์ธุรกิจจริงเป็นจุดตั้งต้น ผสาน Academic Knowledge × Industry Expertise × Real Business Project เพื่อเปลี่ยนความรู้ AI สู่ Real Business Impact โครงการหลักสูตร 12 สัปดาห์ 96 ชั่วโมงนี้มีผู้เข้าร่วม 60 คนจาก 11 บริษัท ร่วมพัฒนา 7 Real Business AI Projects เป็นรูปธรรมที่ชัดว่าโครงการพัฒนาคน AI ไม่ได้จบที่ห้องเรียน แต่ต้องลงหลักปักฐานบนเวทีธุรกิจจริง มุมมองเช่นนี้สอดคล้องกับแนวคิดระดับนโยบายที่แบ่งการพัฒนา AI ออกเป็น 5 ชั้น ตั้งแต่ Computing Data Model and Platform Application ไปจนถึง Talent โดยชั้น Talent คือการสร้างความเข้าใจ AI และแรงงานทักษะสูง หาก Talent ไม่เกิดขึ้น การลงทุนในชั้นอื่นก็จะไม่สามารถกลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เต็มที่

ทักษะ AI ผู้ประกอบการ: จากห้องเรียนสู่ Beyond AI และ Scientific Wellness Economy

สิ่งที่โครงการอย่าง SPU AI University และ CP-CoEX กำลังทำที่น่าสนใจมากคือการขยับกรอบทักษะ AI ผู้ประกอบการออกไปไกลกว่าการเรียนใช้เครื่องมือพื้นฐาน ทักษะที่ถูกเน้นคือการอ่านโจทย์ธุรกิจ การเชื่อมข้อมูล การคิดโมเดล และการเข้าใจอุตสาหกรรมอนาคต เช่นเกษตรกรรมเชิงวิทยาศาสตร์ การผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง และบริการด้านสุขภาพแม่นยำ ศาสตราจารย์ดร.ยศชนันเสนอแนวคิด Beyond AI คือการรวม AI เข้ากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้าง Scientific Wellness Economy และผลักดันยุทธศาสตร์สยาม ซิลิกา เพื่อยกระดับความสามารถด้านเซมิคอนดักเตอร์ เซนเซอร์ IC Design Power Device Sensor and Photonics และ Advanced Packaging นี่คือการบอกผู้ประกอบการว่าโอกาสใหม่ไม่ได้อยู่แค่แอปพลิเคชัน แต่รวมถึงเทคโนโลยีต้นน้ำที่เปิดประตูข้อมูลและนวัตกรรมชุดใหม่ แนวคิด Nature Positive ก็ถูกผูกเข้ากับ AI โดยเสนอให้ทั้งประเทศกลายเป็นห้องปฏิบัติการ ใช้ AI ติดตามและวัดผลความหลากหลายทางชีวภาพในดิน น้ำ และอากาศ เพื่อสร้างมาตรฐานความยั่งยืนและต่อยอดเป็น Nature Positive Economy สำหรับผู้ประกอบการ นี่แปลว่าทักษะ AI ต้องไปไกลกว่าการทำแชตบอต แต่รวมถึงการอ่านข้อมูลโลกธรรมชาติและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าชีวภาพสูง

จากโครงการพัฒนาคน AI สู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ตั้งอยู่บนคน ไม่ใช่เครื่องมือ

เมื่อมองภาพรวม จะเห็นชัดว่ามหาวิทยาลัยและบริษัทเทคกำลังร่วมกันเขียนกรอบใหม่ของการศึกษา AI เศรษฐกิจดิจิทัล ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการย้ายจุดศูนย์กลางจากเทคโนโลยีมาอยู่ที่คน ไม่ว่าจะเป็นการที่ SPU ใช้ AI เพื่อคืนเวลาให้บุคลากรไปสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่นักศึกษาและสังคม หรือการที่ CP-CoEX เน้นสร้างคนที่เข้าใจเทคโนโลยี เห็นโอกาส และต่อยอดเป็นนวัตกรรมระดับโลก แน่นอนว่าระบบนิเวศนี้ยังต้องการทั้งผู้ประกอบการนวัตกรรมและเงินทุนที่กล้ารับความเสี่ยง ซึ่งภาครัฐเองก็เห็นความจำเป็นในการตั้งโฮลดิงบริษัทของมหาวิทยาลัยเพื่อผลักดันงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์ และโครงการอย่าง Organoid Thailand ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่เร่งการทดสอบยาและอาหารฟังก์ชันแทนการทดลองในสัตว์ ข้อสรุปที่ควรกลายเป็นโจทย์ของสังคมคือ หากเรายอมรับว่าคนคือสินทรัพย์ใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล เราจะลงทุนกับหลักสูตร AI มหาวิทยาลัย แพลตฟอร์มเรียนรู้ และพื้นที่ทดลองสำหรับผู้ประกอบการมากพอหรือไม่ เศรษฐกิจดิจิทัลจะมีความหมายก็ต่อเมื่อคนจำนวนมากสามารถใช้ AI แก้โจทย์จริง สร้างมูลค่า และออกแบบอนาคตของตนเองได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ AI เป็นเครื่องมือของคนส่วนน้อยเท่านั้น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!