ประสบการณ์ดิจิทัลในห้างสรรพสินค้าคืออะไร และทำไมจึงสำคัญ
ประสบการณ์ดิจิทัลในห้างสรรพสินค้าคือการออกแบบศูนย์การค้ายุคใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่ผสานเทคโนโลยี ภาพและเสียงแบบเสมือนจริง ระบบโต้ตอบ และเนื้อหาอินเทอร์แอกทีฟเข้ากับสถาปัตยกรรมและการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเปลี่ยนการเดินห้างจากการซื้อของธรรมดาให้กลายเป็นการท่องโลกเรื่องราว การเรียนรู้ และการพักผ่อนที่ตอบโจทย์ทั้งความสุข สุขภาพ และความยั่งยืนของผู้ใช้บริการทุกวัย
ประเด็นสำคัญคือ โลกรีเทลไม่ได้แข่งขันกันที่จำนวนร้านค้าหรือส่วนลดอีกต่อไป แต่แข่งกันที่ “เหตุผลให้คนออกจากบ้าน” ถ้าแค่ซื้อสินค้าออนไลน์ก็ทำได้ การออกแบบ mixed reality ในรีเทลและประสบการณ์ดิจิทัลในห้างสรรพสินค้าจึงต้องสร้างคุณค่าที่โลกเสมือนในจอโทรศัพท์ให้ไม่ได้ ตั้งแต่ความรู้สึกร่วม ไปจนถึงการมีส่วนร่วมทางร่างกายและอารมณ์ และนี่คือแนวทางที่หลายโครงการระดับแลนด์มาร์กการค้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเดินหน้าอย่างจริงจัง

Happitat และจอดิจิทัลยักษ์: เมื่อห้างกลายเป็น Magical Canvas
หากต้องยกตัวอย่างศูนย์การค้ายุคใหม่ที่ยกเทคโนโลยีมาสร้างโลกจินตนาการ Happitat คือชื่อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โครงการภายใต้การดำเนินงานของบริษัท แอ็กซ์ตร้า แฮปปี้แทท จำกัด ในเครือ CP AXTRA เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของ Destination Experience ด้วยการเปิดตัวจอดิจิทัลภายในอาคารที่ใหญ่และมีความละเอียดสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขนาด 385 ตารางเมตร พร้อมความละเอียดระดับ P1.8 นี่ไม่ใช่แค่จอขนาดใหญ่ แต่คือการส่งสัญญาณว่า “ประสบการณ์” กำลังกลายเป็นสินค้าหลักของรีเทลยุคใหม่
Happitat ปลุกโลกแห่งจินตนาการด้วยการปักหมุดเป็นแลนด์มาร์ก Immersive Experience ระดับโลก เปิดฉากด้วย The Butterfly Trail ผลงาน Mixed Reality จาก Pixel Artworks ครั้งแรกในประเทศและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามด้วย Forest of Time ประสบการณ์ Interactive Immersive จาก BoraBora Studios ที่ให้ผู้ชมมีส่วนร่วมฟื้นคืนชีวิตสัตว์และระบบนิเวศที่เลือนหาย นี่คือรูปธรรมชัดเจนว่าคำว่า mixed reality ในรีเทล หมายถึงการให้ผู้ชมก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว ไม่ใช่แค่ยืนดูหน้าจอ

New Global Landmark of Happiness: โมเดลรีเทลที่ออกแบบจากความสุข
สิ่งที่ทำให้ Happitat น่าสนใจมากกว่าจอดิจิทัลยักษ์ คือแนวคิด “New Global Landmark of Happiness” ที่ CP AXTRA ใช้เป็นแกนกลางตลอดทั้งโครงการ เป็นครั้งแรกของวงการรีเทลที่ “ความสุข” ถูกนำมาใช้ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการสร้างประสบการณ์[SR C:115211] พื้นที่ศูนย์การค้าที่เคยเป็นแค่จุดช้อปปิง ถูกยกระดับสู่ Happy-Healthy Lifestyle Destination ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้ชีวิตได้ตลอดทั้งวัน จุดยืนนี้ชัดเจนว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นสื่อกลางเชื่อมผู้คนกับธรรมชาติและกันและกัน
ตามคำอธิบายของผู้บริหาร Happitat เทคโนโลยีจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติ จุดประกายจินตนาการ และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนได้ นั่นสะท้อนผ่าน Grand Stairs ที่ถูกออกแบบเป็นแพลตฟอร์ม phygital เชื่อมโลกจริงกับโลกดิจิทัล ผ่านระบบแสดงผลแบบ Real-time และคอนเทนต์ Interactive ที่เปลี่ยนการสื่อสารแบบทางเดียวให้กลายเป็น Real-time Storytelling สิ่งนี้ทำให้ประสบการณ์ดิจิทัลในห้างสรรพสินค้าไม่ใช่แค่ฉากสวย แต่เป็นการสร้างช่วงเวลาที่ผู้คนมีส่วนร่วมและจดจำได้จริง

NEXTOPIA ที่สยามพารากอน: เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นมาตรฐานใหม่
ในอีกฟากหนึ่งของเมือง NEXTOPIA ที่สยามพารากอนกำลังเขียนนิยามใหม่ให้กับศูนย์การค้ายุคใหม่ ด้วยการพิสูจน์ว่ารีเทลที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถเดินคู่กับความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม Marketeer ได้รับเชิญเข้าร่วมงานแถลงข่าว NEXTOPIA อย่างเป็นทางการ ณ สยามพารากอน โดยโครงการนี้ถูกวางให้เป็นต้นแบบระดับโลกภายใต้แนวคิด “Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle” ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจ
NEXTOPIA กลายเป็นพื้นที่รีเทลแรกที่คว้า 2 มาตรฐานสากลพร้อมกัน ทั้ง EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) ระดับ Advanced และ Fitwel ระดับ 2 ดาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่พื้นที่รีเทลในประเทศได้การรับรองทั้งด้านอาคารเพื่อความยั่งยืนและการออกแบบเพื่อสุขภาวะในระดับสูงพร้อมกัน ตัวเลขเช่นการลดการใช้พลังงานได้ถึง 47% การลดการใช้น้ำ 34% และลดการปล่อยคาร์บอนจากวัสดุก่อสร้างและตกแต่งได้ 59% ถูกใช้เป็นหลักฐานว่าแนวคิด sustainability ไม่ได้จบที่คำสวยหรู แต่สะท้อนถึงประสิทธิภาพเชิงระบบตั้งแต่รากฐานการออกแบบ

รีเทลยุคประสบการณ์: จากพื้นที่ขายของสู่แพลตฟอร์มชีวิตร่วมสมัย
ทั้ง Happitat และ NEXTOPIA ส่งสารตรงกันว่ารีเทลยุคใหม่ไม่ใช่ “สถานที่ขายสินค้า” อีกต่อไป แต่คือ Ecosystem Platform ที่เชื่อมโยงธุรกิจ ผู้คน ชุมชน และแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน CP AXTRA เองก็วางกลยุทธ์ผ่านโมเดลธุรกิจที่ออกแบบ “ความสุข” ให้จับต้องได้ ด้วยการผสานแนวคิด Happy-Healthy-Sustainable ไว้อย่างลงตัว เมื่อมองผ่านมุมมองผู้ใช้บริการ นี่คือข่าวดี เพราะห้างกำลังกลายเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่แค่จุดแวะซื้อของแล้วเดินออก
สิ่งที่น่าสังเกตยิ่งกว่าคือเป้าหมายระยะยาว NEXTOPIA วางแผนใช้พลังงานสะอาด 100% ตั้งแต่ปี 2026 พร้อมขยายแนวทางดังกล่าวครอบคลุมทุกศูนย์ภายในปี 2030 และเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050 ขณะเดียวกัน Happitat เตรียมต่อยอดไลน์อัป Immersive Experience จากพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศหมุนเวียนตลอดทั้งปี ทิศทางนี้บอกเราว่าอนาคตของประสบการณ์ดิจิทัลในห้างสรรพสินค้า คือการผนวกเทคโนโลยี mixed reality ในรีเทลเข้ากับเป้าหมายความสุข สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ใครมองหาห้างเพราะ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” มากกว่าการช้อปปิงเพียงอย่างเดียว ยุคใหม่นี้กำลังเริ่มต้นแล้ว







