Happitat ศูนย์การค้าแบบใหม่ที่ย้ายศูนย์กลางรีเทลจากการขายสู่ความสุข

Happitat ศูนย์การค้าแบบใหม่ที่ย้ายศูนย์กลางรีเทลจากการขายสู่ความสุข
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Happitat คืออะไร และทำไมต้องเริ่มจาก “ความสุข”

Happitat คือศูนย์การค้าแบบใหม่ที่ถูกออกแบบให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งความสุข นำแนวคิด Happiness-Led Destination มาผสานค้าปลีก การกิน การเรียนรู้ ความบันเทิง สุขภาพ และชุมชนไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์หลากหลายรุ่นที่ต้องการใช้ชีวิตและใช้เวลาร่วมกันมากกว่าการจับจ่ายเพียงอย่างเดียว. การเกิดขึ้นของ Happitat ไม่ใช่แค่การเปิดห้างอีกแห่ง แต่คือการประกาศว่าโมเดลรีเทลที่เน้น “สินค้าเป็นศูนย์กลาง” กำลังหมดเวลา เมื่อผู้บริโภควันนี้มองหาสถานที่ที่ตอบโจทย์ชีวิตทั้งวัน ตั้งแต่ทำงาน พักผ่อน ไปจนถึงดูแลสุขภาพและครอบครัว หากห้างยังขายแค่ของ ก็แพ้แพลตฟอร์มออนไลน์ตั้งแต่หน้าประตู

CP AXTRA ตัดสินใจรุกธุรกิจรีเทลรอบใหม่ ด้วยการลงทุนโครงการ Happitat มูลค่า 15,000 ล้านบาท บนที่ดินราว 30 ไร่ติดถนนบางนา-ตราด กม.7 เพื่อสร้างแฟล็กชิปรายสำคัญของกลุ่ม. เบญจวรรณ อ่องศรี ระบุชัดว่า “Happitat คือการขยับจากธุรกิจค้าปลีกแบบเดิม สู่ Destination ที่รวมค้าปลีก อาหาร ไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง การเรียนรู้ และบริการเข้าไว้ด้วยกัน”. การเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 21 สิงหาคม พร้อมมหกรรมความบันเทิงครั้งใหญ่ คือสัญญาณเปลี่ยนผ่านจากห้างแบบเก่าไปสู่โมเดล World’s First Happiness Destination.

Happitat ศูนย์การค้าแบบใหม่ที่ย้ายศูนย์กลางรีเทลจากการขายสู่ความสุข

จากห้างสรรพสินค้า สู่แลนด์มาร์กกรุงเทพที่คนทุกวัยอยากอยู่ทั้งวัน

หัวใจของ Happitat คือการออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์กกรุงเทพฝั่งตะวันออก ที่คนไม่เพียงแวะมา แต่ “มาแล้วอยู่ยาว” ด้วยคอนเซ็ปต์ Happy & Healthy Mall ที่เชื่อมอาหาร สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และชุมชนเข้าด้วยกัน. พื้นที่กว่า 200,000 ตารางเมตรถูกแบ่งออกเป็น 3 อาคารหลัก ได้แก่ Bloominas, Wonderwild และ Festie Town ซึ่งมีคาแรกเตอร์ต่างกันแต่เชื่อมต่อกันเป็นประสบการณ์เดียว. นี่คือการออกแบบเชิงเจตนาให้รองรับ Multi-generation Lifestyle ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ที่สามารถทำกิจกรรม ร่วมเรียนรู้ และพักผ่อนในพื้นที่เดียวโดยไม่รู้สึกว่าถูกบังคับให้ “ต้องซื้อ” ตลอดเวลา.

Bloominas ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม 8 ชั้น พื้นที่กว่า 64,882 ตารางเมตร เน้นร้านค้า ร้านอาหาร เทคโนโลยี สุขภาพ ความงาม และบริการในชีวิตประจำวัน โดยมีอัตราเช่าพื้นที่แล้วกว่า 85% ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการ. Wonderwild ขนาดกว่า 47,197 ตารางเมตร 5 ชั้น ถูกออกแบบเป็นโลกแห่งจินตนาการ การเรียนรู้ และ Edutainment สำหรับครอบครัว. ส่วน Festie Town ในรูปแบบ Semi-Outdoor คือเวทีของคอนเสิร์ต โชว์ และอีเวนต์หมุนเวียน ที่ทำให้พื้นที่นี้มีชีวิตเหมือนสวนสนุกทางวัฒนธรรมมากกว่าศูนย์การค้า.

Happitat ศูนย์การค้าแบบใหม่ที่ย้ายศูนย์กลางรีเทลจากการขายสู่ความสุข

ประสบการณ์ดิจิทัลจำหน่ายและไลฟ์สไตล์บันเทิง: ห้างยุคใหม่ต้องขายมากกว่าสินค้า

Happitat ยืนยันชัดว่าอนาคตของรีเทลคือ “ประสบการณ์ดิจิทัลจำหน่าย” ที่การขายและความบันเทิงกลายเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่สองกิจกรรมแยกกันอีกต่อไป. ไฮไลต์อย่าง Grand Stairs บันไดขนาดใหญ่ในอาคารหลัก ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พบปะและพักผ่อน พร้อมระบบ Immersive Experience ผ่านคอนเทนต์บนจอดิจิทัลขนาด 385 ตารางเมตร ยาวกว่า 50 เมตร ที่แสดงภาพระดับโลกหมุนเวียนทั้งวัน. Whimsical Market ใจกลางโครงการก็ทำหน้าที่เป็นโลกแฟนตาซีมีชีวิต ต้นไม้มหัศจรรย์สูงเทียบตึก 3 ชั้น รายล้อมด้วยคาแรกเตอร์ขยับได้ การแสดงแสง สี เสียง และร้านอาหาร คาเฟ่ที่สอดแทรกอยู่ในฉากเดียวกัน. นี่คือการออกแบบที่ทำให้การมาศูนย์การค้าใกล้เคียงกับการไปดูโชว์มากกว่าการเดินซื้อของ.

ในมุมการขายจริง CP AXTRA ใช้ความเชี่ยวชาญด้านไฮเปอร์มาร์เก็ตมาแปลงเป็น Lotus’s PRIVÉ Happitat ภายใต้แนวคิด Happy & Healthy เปลี่ยนซูเปอร์มาร์เก็ตให้เป็นไลฟ์สไตล์ของการกินดีอยู่ดี ด้วยการคัดเลือกวัตถุดิบ อาหาร และสินค้าที่เน้นคุณภาพ. อีกจุดที่สะท้อนการทดลองโมเดลค้าปลีกใหม่คือ 7-Eleven รูปแบบ 1st Character Themed Store ของประเทศ ที่ทำให้ร้านสะดวกซื้อกลายเป็นพื้นที่ประสบการณ์มากกว่าจุดแวะซื้อของเร็ว. เมื่อรวมกับร้านค้าและ Flagship Store รูปแบบใหม่กว่า 197 ร้าน ที่ถูกคัดมาร่วมทดลองแนวคิดนี้ Happitat จึงเป็นห้องทดลองใหญ่ของรีเทลที่กล้าบอกว่ามาขาย “ความสุข” ก่อนสินค้า.

Happitat ศูนย์การค้าแบบใหม่ที่ย้ายศูนย์กลางรีเทลจากการขายสู่ความสุข

โมเดลเศรษฐกิจใหม่: ลงทุน 15,000 ล้านเพื่อสร้างจุดหมาย ไม่ใช่แค่พื้นที่ขาย

การทุ่มงบ 15,000 ล้านบาทของ CP AXTRA เพื่อปั้น Happitat ให้เป็นแฟล็กชิปโมเดลไม่ใช่การเพิ่มพื้นที่ขายตามสูตรเดิม แต่คือการลงทุนใน “เหตุผลใหม่” ที่ทำให้คนอยากออกจากบ้าน. โครงการตั้งเป้าทราฟฟิก 50,000–80,000 คนต่อวัน หรือราว 19 ล้านคนต่อปี ซึ่งถ้าทำได้จริง จะกลายเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจสำคัญของฝั่งตะวันออกของเมือง. จุดที่น่าสนใจคือบริษัทไม่ได้ตั้งใจทำโมเดลคัดลอก-วาง แต่ใช้ Happitat เป็น Master Model ที่จะเรียนรู้ว่าพื้นที่แบบไหนตอบโจทย์ตลาด แล้วค่อยพัฒนาโปรเจ็กต์ต่อไปในทำเลอื่น หากโมเดลไหนไม่ตอบโจทย์ก็ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำ.

ความทะเยอทะยานของ Happitat ยังสะท้อนผ่านเป้าหมายด้านความยั่งยืน พื้นที่สีเขียวกว่า 30 ไร่ถูกออกแบบให้ช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก พร้อมระบบเติมอากาศที่กรองจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร และสถาปัตยกรรมที่รับแสงธรรมชาติ เพื่อลดการใช้พลังงาน. โครงการยังมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill และเปิด “ตลาดใจดี” ให้เกษตรกรกับผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามาจำหน่ายสินค้า สร้างโอกาสให้ธุรกิจชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน. หากพูดกันตรง ๆ นี่คือการขยับสถานะของห้างจากผู้เช่าพื้นที่ให้ธุรกิจเอกชน ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มเศรษฐกิจเมืองที่ตั้งใจดูแลทั้งผู้บริโภค ผู้ค้ารายเล็ก และสิ่งแวดล้อมพร้อมกัน.

Happitat ศูนย์การค้าแบบใหม่ที่ย้ายศูนย์กลางรีเทลจากการขายสู่ความสุข

จากวันเปิด 21 สิงหาคม สู่ต้นแบบศูนย์การค้าแบบใหม่ในอนาคต

การเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 21 สิงหาคม พร้อมมหกรรมความบันเทิงและศิลปินกว่าร้อยชีวิต เป็นทั้งการประกาศกำเนิดของแลนด์มาร์กใหม่ และการส่งสัญญาณไปยังวงการรีเทลว่ากติกาเก่าใช้ไม่ได้อีกต่อไป. Happitat ถูกวางให้เป็น New Global Landmark of Happiness ที่ออกแบบตั้งแต่ระดับอาคารไปจนถึงประสบการณ์ โดยมี “ความสุข” เป็นแกนกลาง. นี่คือการเปลี่ยนศูนย์การค้าจากพื้นที่ “แวะ” ไปสู่การเป็น community hub ที่รองรับชีวิตทั้งวัน ตั้งแต่มาทำงานใน The Hilltop Offices อาคารสำนักงาน 10 ชั้น ไปจนถึงการพักผ่อน กิน ดื่ม และใช้เวลากับครอบครัวในพื้นที่เดียวกัน.

มองไปข้างหน้า Happitat จะถูกใช้เป็นสนามทดลองแนวคิดรีเทลยุคใหม่ของ CP AXTRA อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอัตราการจองพื้นที่จาก 80% ให้แตะ 85% ภายในสิ้นปี หรือการทดสอบโมเดลร้านค้าใหม่ ๆ ที่อาจขยายต่อไปยังโครงการอื่น. ในภาพใหญ่ นี่คือจุดเริ่มของการเปลี่ยนจากห้างที่วัดความสำเร็จด้วยยอดขาย เป็นศูนย์การค้าแบบใหม่ที่วัดด้วยเวลาที่ผู้คนเต็มใจใช้ในพื้นที่ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชุมชนรอบข้าง. หากโมเดลแบบ Happitat ไปต่อได้ เราอาจได้เห็นเมืองที่ศูนย์การค้าไม่ใช่แค่ที่ช้อปปิง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความสุขของคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง.

Happitat ศูนย์การค้าแบบใหม่ที่ย้ายศูนย์กลางรีเทลจากการขายสู่ความสุข

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!