เริ่มต้นจากตัวเลือกที่คุ้มที่สุด: Ultraformer III คือคำตอบของคนส่วนใหญ่
การเลือกทำหัตถการยกกระชับด้วยเครื่องเสริมความงาม ราคาแตกต่างกันตามเทคโนโลยี รุ่นเครื่อง และจำนวนช็อตหรือไลน์ที่ใช้ ผู้รับบริการจึงควรเข้าใจว่าแต่ละเครื่องส่งพลังงานคนละแบบ ความลึกไม่เท่ากัน และถูกออกแบบมาแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยคนละระดับ การอ่านราคาอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูว่ารุ่นไหนให้ผลลัพธ์สมเหตุสมผลกับงบประมาณ ความคาดหวัง และแผนดูแลระยะยาวของตัวเอง
ถ้ามองเรื่องความคุ้มสำหรับคนส่วนใหญ่ Ultraformer III คือจุดเริ่มที่สมดุลที่สุด ทั้งด้านราคาและผลลัพธ์ในกลุ่มเครื่องอัลตราซาวนด์ยกกระชับ ราคา Ultraformer III สำหรับ 400-600 ช็อตอยู่ราว 9,000-20,000 บาท ทำให้เข้าถึงง่ายกว่าหัตถการระดับ Ulthera ที่อยู่ช่วงราคาสูงกว่าอย่างชัดเจนสำหรับจำนวนช็อตใกล้เคียงกัน เมื่อเทียบค่าใช้ต่อครั้งกับผลยกกระชับในคนที่เริ่มมีความหย่อนระดับเล็กถึงปานกลาง Ultraformer III จึงเหมาะเป็นตัวเลือกหลัก ก่อนจะขยับไปใช้เครื่องระดับพรีเมียมเช่น Ulthera หรือ RF เจาะลึกในภายหลัง
อีกจุดที่ทำให้ Ultraformer III น่าใช้คือความยืดหยุ่นด้านจำนวนช็อต 100 Shots ประมาณ 2,900-5,000 บาท เหมาะกับบริเวณเล็ก เช่น ใต้คางหรือเหนียง 400-600 Shots จะขยับเป็นช่วง 9,000-20,000 บาท จับกลุ่มการยกทั่วหน้าหรือหลายบริเวณพร้อมกัน ใครที่มองหาเครื่องเสริมความงาม ราคาไม่โดดเกินไป แต่ยังได้เทคโนโลยี Micro และ Macro Focused Ultrasound ถือว่าเริ่มที่ Ultraformer III แล้วค่อยอัปเกรดภายหลังเป็นแผนที่คุ้มค่าและปลอดภัย

เจาะราคา Ultraformer III และ MPT แยกตามจำนวนช็อต
การอ่าน ราคา Ultraformer III ให้คุ้ม ต้องเข้าใจว่าคิดตามจำนวนช็อตและบริเวณที่ยิงเป็นหลัก Ultraformer III ในตลาดช่วง 400-600 ช็อตมีราคาอยู่ประมาณ 9,000-20,000 บาท ขณะที่ Ultraformer MPT ในช่วงช็อตเดียวกันจะอยู่ราว 12,000-30,000 บาท ขึ้นกับคลินิกและโปรโมชั่น ดังนั้นเวลาดูโปรฯ อย่าโฟกัสแค่ยอดรวม ต้องดูว่ารวมกี่ช็อตและครอบคลุมกี่ตำแหน่ง
| แพ็กเกจ / รุ่น | Ultraformer III | Ultraformer MPT |
|---|---|---|
| 100 Shots | ประมาณ 2,900-5,000 บาท เหมาะทำเฉพาะจุดเล็ก เช่น ใต้คาง กรอบหน้าบางส่วน | มักเริ่มโปรฯ 100 Shots ที่ราว 8,900 บาทในบางคลินิกใหญ่ เช่นที่มีการทำโปรโมชันพิเศษ |
| 400 Shots | ประมาณ 9,000-11,000 บาท เหมาะยกแก้ม กรอบหน้า หรือช่วงล่างใบหน้า | ประมาณ 15,000-29,000 บาท เหมาะแก้ม กรอบหน้า หรือช่วงล่างใบหน้า |
| 500 Shots | ประมาณ 9,500-12,500 บาท ใช้ได้หลายบริเวณบนใบหน้า เช่น แก้ม กรอบหน้า ใต้คาง | อิงจากแนวโน้มราคากลุ่ม 400-600 Shots มักอยู่ช่วงกลางระหว่างแพ็กเกจ 400 และ 600 ช็อต |
| 600 Shots | ประมาณ 15,000-20,000 บาท เหมาะทำทั่วหน้า หรือทั่วหน้าร่วมกรอบหน้าและเหนียงบางเคส | ประมาณ 20,000-36,000 บาท เหมาะหลายบริเวณหรือทั่วหน้า |
อีกจุดที่คนมักมองข้ามคือรุ่นเครื่องและดีลโปรโมชัน ตัวอย่างเช่น คลินิกขนาดใหญ่บางแห่งจัดโปร Ultraformer III 100 Shots ที่ 5,000 บาท และ Ultraformer MPT 100 Shots ที่ 8,900 บาท โดยเน้นให้แพทย์ประเมินก่อนว่าจำนวนช็อตจริงที่ต้องใช้เท่าไรและอาจต้องซื้อเพิ่มหน้างานตามปัญหาใบหน้า ใครที่เน้นความคุ้มควรคำนวณราคาต่อช็อตเปรียบเทียบหลายแห่ง แล้วค่อยดูว่าคลินิกไหนให้การประเมินและการดูแลหลังทำคุ้มกับงบที่สุด
Ulthera กับ RF: ทำไมราคาแพงกว่า และอะไรคือจุดต่าง
เมื่อขยับจาก Ultraformer ไปสู่ระดับพรีเมียม เครื่อง Ulthera และกลุ่ม RF เช่น Thermage หรือ Oligio จะเข้ามาเป็นตัวเลือกหลัก เครื่อง Ulthera ราคาโดยทั่วไปคิดเป็นจำนวนไลน์ โดยมีช่วงประมาณ 9,990-119,990 บาท สำหรับ 100-1,200 ไลน์ แพทย์เป็นผู้ประเมินว่าควรใช้กี่ไลน์จึงจะตอบโจทย์ปัญหาใบหน้าของแต่ละคน จุดเด่นของ Ulthera คือระบบภาพ Real-time ที่ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวก่อนยิงทุกไลน์ เพิ่มความแม่นยำในการลงพลังงานชั้น SMAS
ฝั่ง RF อย่าง Oligio และ Oligio X ใช้ Monopolar RF ส่งความร้อนลงผิวเพื่อกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน ราคาต่อ 400-600 Shots อยู่ช่วงประมาณ 17,000-30,000 บาทสำหรับ Oligio และ 22,000-33,000 บาทสำหรับ Oligio X การมีโหมด GXG Dual Mode ทำให้ Oligio X ปรับรูปแบบการส่งพลังงานได้หลากหลายขึ้น จึงอยู่ในช่วงราคาพรีเมียมมากกว่า Oligio รุ่นแรก เครื่อง RF Thermage ราคาในตลาดจึงมักอยู่ระดับสูงเช่นกัน เพราะใช้หลักการคล้ายกันคือ RF เจาะลึกและต้องควบคุมความร้อนแม่นยำ
นอกจากนี้ เครื่อง Ulthera Prime ยังถูกวางเป็นรุ่นใหม่ที่มีหน้าจอภาพละเอียดและใช้เวลาทำสั้นลง จึงมีราคาสูงกว่า Ulthera SPT เล็กน้อย แต่ถ้าแพทย์มีเทคนิคการตั้งค่าดีและอ่านชั้น SMAS ได้แม่นยำ ประสิทธิภาพที่ได้ถือว่าใกล้เคียงกัน ใครที่ต้องการผลลัพธ์จัดเต็มในเคสหย่อนคล้อยชัด ควรมอง Ulthera หรือ RF ระดับสูงเป็นตัวเลือกหลัก ส่วนเคสหย่อนน้อยถึงปานกลาง Ultraformer III หรือ MPT ยังให้ความคุ้มค่ามากกว่าในมุมราคาต่อผลลัพธ์

อ่านโปรฯ ให้ขาด: วิธีเช็กเครื่องแท้ คลินิกน่าเชื่อถือ และแพ็กเกจที่คุ้ม
ก่อนจ่ายเงินกับเครื่องเสริมความงาม ราคาใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคลินิกและเครื่องที่ใช้ สำหรับ Ultraformer หากเจอราคา Ultraformer III หรือ MPT ที่ถูกมากผิดปกติ ควรถามให้ชัดว่ารุ่นเครื่องคืออะไร จำนวนช็อตจริงที่ได้เท่าไร ใครเป็นผู้ทำ และราคาแพ็กเกจครอบคลุมค่าอะไรบ้าง เพราะข้อมูลเครื่องและรายละเอียดบริการควรตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส
ในฝั่ง Ulthera เครื่องแท้จากผู้นำเข้าจะมีหน้าจอแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-time และมีใบ Certificate รับรอง คลินิกที่โปร่งใสสามารถแสดงใบรับรองนี้เมื่อถูกถามได้ ถือเป็นเกณฑ์พื้นฐานที่ช่วยให้มั่นใจว่าพลังงานถูกยิงลงชั้น SMAS จริง อีกประเด็นคือราคาที่ถูกเกินปกติหรือโปรฯ เหมาจำนวนไลน์ต่ำมาก อาจสะท้อนการใช้หัวยิงเกินรอบจนพลังงานไม่เสถียร
คลินิกที่น่าเลือกควรมีแพทย์ประเมินทุกรายก่อนทำ เพื่อกำหนดจำนวนช็อตหรือไลน์ให้เหมาะกับความหย่อนและบริเวณที่จะทำ ไม่ใช้ตัวเลขเดียวกับทุกคน และต้องแจ้งราคารวมอย่างชัดเจนว่ารวมค่าแพทย์ ค่ายาชา และการดูแลหลังทำหรือยัง ในกลุ่มคลินิกใหญ่ หลายแห่งใช้กลยุทธ์โปรฯ ราคาเริ่มต้นต่ำ เช่น Ultraformer III 100 Shots หรือ Ultraformer MPT 100 Shots แล้วให้แพทย์วางแผนเพิ่มตามเคส จึงควรคำนวณราคาต่อช็อตเทียบหลายที่ ก่อนตัดสินใจว่าที่ไหนคุ้มที่สุดสำหรับเป้าหมายของตัวเอง
วางงบยกกระชับทั้งหน้า: เปรียบเทียบค่าใช้ต่อครั้งและแผนระยะยาว
เมื่อมองภาพรวมทั้งหน้า การเลือกเครื่องเสริมความงาม ราคาใดควรผูกกับแผนระยะยาวมากกว่าการมองแค่โปรฯ ครั้งเดียว ตัวอย่างการเปรียบเทียบในกลุ่ม 400-600 ช็อตหรือไลน์ แสดงให้เห็นว่า Ultraformer III อยู่ช่วงประมาณ 9,000-20,000 บาท ขณะที่ Ultraformer MPT อยู่ช่วง 15,000-36,000 บาท Oligio อยู่ช่วง 17,000-30,000 บาท และ Oligio X อยู่ช่วง 22,000-33,000 บาท ส่วน Ulthera SPT และ Ulthera Prime อยู่ช่วงสูงสุดที่ประมาณ 40,000-78,000 บาท ในจำนวนไลน์ใกล้เคียงกัน
จากตัวเลขนี้จะเห็นว่า Ultraformer เหมาะกับคนที่ต้องการเริ่มลองยกกระชับด้วยเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ที่เข้าถึงง่ายกว่า Ulthera ขณะที่ Oligio และ Oligio X ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในกลุ่ม RF สำหรับคนที่อยากโฟกัสเรื่องความกระชับและคอลลาเจนเป็นหลัก เครื่อง Ulthera และ RF ระดับสูง เช่น Thermage หรือ Oligio X เหมาะกับคนที่รับงบระดับพรีเมียมได้และต้องการผลที่จัดหนักในเคสหย่อนมาก
สำหรับคนที่สนใจเทคโนโลยีอื่นในกลุ่มเครื่องเสริมความงาม ราคา เช่น RF Thermage ราคา หรือ Emsculpt NEO ราคา การวางงบควรวัดจากความสำคัญของปัญหาหลัก เช่น ใครโฟกัสเรื่องกล้ามเนื้อและสัดส่วนอาจจัดงบไปที่ Emsculpt NEO ส่วนคนที่โฟกัสยกกระชับผิวให้ชัดเจนควรเริ่มจาก Ultraformer III หรือ MPT แล้วค่อยอัปเกรดเป็น Ulthera หรือ RF เชิงลึกเมื่อมีงบเพิ่ม การค่อย ๆ ขยับเช่นนี้ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ต่อค่าใช้จ่ายสมเหตุสมผลที่สุดในระยะยาว




![[E-Voucher] APEX เลเซอร์ โปรแกรม OLIGIO X ยก 3 เท่า เย็นสบายผิวกว่าเดิม ลดไขมัน เหนียงยุบ หน้าเรียว | Lazada Thailand](https://img2.zestbuy.co.th/product/2026/09/16/20de3c93-39ab-4955-b97a-67957d84b0ce.png)
![[E-Voucher] APEX ยกกระชับหน้า Ulthera spt 300 แถมฟรี 200 shot ได้ 500 shot ราคา 39,900 ปกติ 59,000 1ท่าน1สิทธิ | Shopee Thailand](https://img2.zestbuy.co.th/product/2026/09/16/03fafc31-f65c-4e03-af29-afb99b42281c.jpg)





