Visitor Economy ใหม่ เน้นท่องเที่ยวคุณภาพสูง แทนการล่าตัวเลขคน

Visitor Economy ใหม่ เน้นท่องเที่ยวคุณภาพสูง แทนการล่าตัวเลขคน
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Visitor Economy คืออะไร และทำไมต้องหันมาเน้นนักท่องเที่ยวชั้นสูง

Visitor Economy คือกรอบคิดการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่มองคุณค่าจากผู้มาเยือนทั้งระบบ ตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างพำนัก จนถึงการเดินทางกลับ โดยไม่วัดความสำเร็จจากจำนวนคนเพียงอย่างเดียว แต่เน้นมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณภาพประสบการณ์ และการเชื่อมโยงรายได้ไปยังภาคส่วนอื่นของเศรษฐกิจอย่างเป็นองค์รวม ผ่านแนวคิดนี้ รัฐจึงเริ่มขยับจากยุทธศาสตร์ “ท่องเที่ยวจำนวนมาก” ไปสู่ “ท่องเที่ยวคุณภาพสูง” ที่ให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวชั้นสูง กลุ่มพรีเมียม และผู้ที่พร้อมใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น แทนการดึงดูดคนให้มาให้ได้มากที่สุดแบบเดิม แนวโน้มดังกล่าวไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคำศัพท์ แต่คือการเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวทั้งโครงสร้าง ที่จะมีผู้มาเยือนเป็นตัวตั้ง และวัดผลจากคุณภาพของรายได้ มากกว่าปริมาณของคนที่เดินทางเข้าออกประเทศเพียงตัวเลขเดียว

Visitor Economy ใหม่ เน้นท่องเที่ยวคุณภาพสูง แทนการล่าตัวเลขคน

จากล่าตัวเลขสู่รายได้คุณภาพ: ตัวเลขชี้ชัดว่าต้องเปลี่ยนเกม

การประชุมติดตามแผนบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สะท้อนชัดว่ารัฐไม่ต้องการวัดความสำเร็จด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เธอย้ำว่าต้องให้ความสำคัญกับ “รายได้คุณภาพ” ผ่านการเพิ่มระยะเวลาพำนัก (Length of Stay) และรายจ่ายต่อหัว (Spending per Head) ควบคู่กับการวิเคราะห์ตลาดเชิงลึกรายประเทศและรายกลุ่มเป้าหมาย ตัวเลขในไตรมาส 3 ชี้ว่า เศรษฐกิจการท่องเที่ยวสร้างรายได้สะสม 2.12 ล้านล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 3.5 ล้านล้านบาท ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีการเดินทาง 156 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 9.16 แสนล้านบาท คำพูดที่ควรจดจำคือ “เวลาเราตั้งเป้า เอาตัวเลขคนก่อนก็ไม่ได้ผิด… แต่สุดท้ายเราต้องมองให้เห็นว่า จะทำอย่างไรให้การเดินทาง สร้างรายได้ให้ประเทศได้มากขึ้น” ซึ่งสะท้อนชัดว่าตัวชี้วัดใหม่ต้องเป็นคุณภาพของรายได้ ไม่ใช่ยอดคนเดินทางเพียงด้านเดียว

Visitor Economy ใหม่ เน้นท่องเที่ยวคุณภาพสูง แทนการล่าตัวเลขคน

Visitor Economy ไทย: เชื่อมท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจทั้งระบบ

หัวใจของ Visitor Economy ไทย คือการเลิกมองการท่องเที่ยวเป็น “ภาคส่วนโดดเดี่ยว” แล้วหันมาเชื่อมตรงเข้ากับระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ตั้งแต่การค้า การบริการ การผลิต เกษตร ความมั่นคงทางอาหาร ไปจนถึงชุมชนและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แนวทางนี้ชัดเจนเมื่อรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจระบุว่า “เราไม่ได้มองเพียงคำว่าการท่องเที่ยว แต่เป็น Visitor Economy ที่ต้องดูแลทั้งระบบ… เพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่ประทับใจและกลับมาเยือนอีกครั้ง” การขับเคลื่อน Visitor Economy จึงไม่ใช่การจัดแคมเปญท่องเที่ยวให้ดูหวือหวา แต่คือการบูรณาการงบประมาณและตัวชี้วัดของหน่วยงานต่าง ๆ ให้มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งการเชื่อมโยงกิจกรรมท่องเที่ยวกับห่วงโซ่การผลิต การบริการ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้กลไกความร่วมมือรัฐ–เอกชนเป็นสะพานกลาง เพื่อให้เอกชนสะท้อนปัญหาและร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวได้ตรงกับความต้องการของตลาด พร้อมกระจายประโยชน์ไปยังภาคเศรษฐกิจอื่นอย่างเป็นรูปธรรม

Visitor Economy ใหม่ เน้นท่องเที่ยวคุณภาพสูง แทนการล่าตัวเลขคน

นโยบายท่องเที่ยวพรีเมียม: ทุนวัฒนธรรมและ Tourism with Purpose คือแต้มต่อ

เมื่อรัฐประกาศชัดว่าท่องเที่ยวคุณภาพสูงสำคัญกว่าปริมาณ นโยบายท่องเที่ยวพรีเมียมจึงถูกดันเป็นแนวทางหลัก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ทำงานบูรณาการภายใต้สามแกนสำคัญ ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรม การพัฒนาท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเน้นความปลอดภัย และการพัฒนาและส่งเสริมรูปแบบท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทุนวัฒนธรรมถูกมองเป็นข้อได้เปรียบที่ยังใช้ไม่เต็มศักยภาพ จึงมีการผลักดันให้จัดปฏิทินท่องเที่ยวเชื่อมเทศกาล วิถีชุมชน และทุนท้องถิ่นตลอดทั้งปี เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทางและกระจายนักท่องเที่ยวออกจากฤดูกาลหลัก ขณะเดียวกัน แนวคิด Tourism with Purpose เช่น Medical Tourism, Wellness, MICE และความงาม ถูกใช้เป็น “แม่เหล็ก” ดึงนักท่องเที่ยวชั้นสูงที่ต้องการประสบการณ์ลึกกว่าแค่พักผ่อนทั่วไป โดยจุดโฟกัสไม่ใช่รูปแพ็กเกจสวย ๆ แต่คือการออกแบบเหตุผลให้ผู้มาเยือนอยู่ได้นานขึ้น จ่ายมากขึ้น และรู้สึกว่าทริปของตนมีความหมายมากขึ้นจริง

จากนโยบายสู่การวัดผล: คุณภาพประสบการณ์ต้องมาก่อนตัวเลขคน

แม้ตัวเลขรายได้และการใช้จ่ายจะใกล้เป้าหมาย โดยผลการใช้จ่ายงบประมาณด้านท่องเที่ยวบางส่วนสูงถึง 94.11% สูงกว่าเป้าที่ภาครัฐกำหนดไว้ 87% ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 แต่คำถามสำคัญคือ เราจะวัดความสำเร็จของ Visitor Economy ไทยอย่างไร หากยังติดกับดักวัฒนธรรม “รายงานผลงาน” แบบเดิม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจจึงสั่งชัดว่าการติดตามผลต้องไม่หยุดที่การบอกว่าแต่ละหน่วยงานทำอะไรแล้ว แต่ต้องระบุปัญหา ช่องว่าง และอุปสรรคเพื่อปลดล็อกตรงจุด ขณะเดียวกัน แนวคิด Visitor Economy เน้นประสบการณ์ผู้มาเยือนตลอดห่วงโซ่การเดินทาง โดยมีความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการสร้างประสบการณ์ใหม่ เป็นองค์ประกอบหลัก เพื่อให้ผู้มาเยือนมีเหตุผลอยู่ยาว ใช้จ่ายมาก และกลับมาอีกครั้ง โดยไม่ต้องแข่งขันด้วยจำนวนคนเพียงอย่างเดียว บทสรุปคือ หากประเทศต้องการขึ้นชั้นเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพสูง นโยบายต้องวัดจากคุณภาพประสบการณ์และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่กระจายกว้าง ไม่ใช่เพียงตัวเลขนักท่องเที่ยวที่พุ่งขึ้นในรายงานปีต่อปี

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!