AI คือสนามแข่งขันใหม่ของเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่เครื่องมืออีกต่อไป
การแข่งขัน AI ระดับโลกคือภาวะที่ประเทศ องค์กร และธุรกิจต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปพร้อมกับการยกระดับคน ข้อมูล และโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเปลี่ยน AI จากแค่เครื่องมือให้กลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนในทุกอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงการมีเทคโนโลยี แต่คือความสามารถในการใช้ AI ยกระดับประสิทธิภาพ การตัดสินใจ และนวัตกรรมในระบบเศรษฐกิจทั้งหมด
สัญญาณหนึ่งของความร้อนแรงในสมรภูมินี้คือการที่ผู้นำด้านนโยบายและธุรกิจเริ่มหันหน้ามาหารือกันอย่างจริงจัง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 มีการจัดงานเสวนาในหัวข้อ Society – Human Capital, AI Adaptation and Sustainable Competitiveness เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ว่าควรเตรียมความพร้อมสังคมและเศรษฐกิจให้ก้าวผ่านความผันผวนในยุค AI อย่างไร จุดร่วมสำคัญคือการยอมรับว่า AI ไม่ใช่เทรนด์ แต่คือโครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
จากเวทีเสวนาเชิงนโยบายสู่การสร้างความพร้อม AI ของประเทศ
การเสวนา Thailand’s Momentum 2026 ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Navigating a Fragmented World เพื่อหาทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่ามกลางระเบียบโลกใหม่ที่ซับซ้อนและแข่งขันหนักขึ้น นี่ไม่ใช่การพูดเรื่องเทคโนโลยีลอยๆ แต่คือการถามคำถามตรง ๆ ว่าเราจะยืนตรงไหนในห่วงโซ่คุณค่าของโลกเมื่อ AI กลายเป็นฐานของทุกอุตสาหกรรม
เวทีนี้เน้นสามแกนสำคัญของความพร้อม AI ของประเทศ ได้แก่ การใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของระบบเศรษฐกิจ การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคอื่น และการปฏิรูประบบการศึกษาและการพัฒนาทักษะให้ตามทันการเปลี่ยนแปลงของยุค AI แกนเหล่านี้สะท้อนว่ากลยุทธ์ธุรกิจ AI ที่ชนะในระยะยาวจะต้องผูกกับยุทธศาสตร์ทรัพยากรมนุษย์และองค์ความรู้ ไม่ใช่แค่การซื้อเทคโนโลยีมาใช้
ทุนมนุษย์ ข้อมูล และอธิปไตยเทคโนโลยี คือเสาหลักของความได้เปรียบ
หัวใจของการรับมือการแข่งขัน AI ระดับโลกไม่ใช่การสะสมเครื่องมือ แต่คือการสร้างทุนมนุษย์และองค์ความรู้ของตัวเอง การเสวนา Thailand’s Momentum 2026 เน้นชัดว่าการพาประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางต้องอาศัยทั้งการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อเตรียมแรงงานสู่อนาคต ข้อมูลถูกมองว่าเป็นฐานสำคัญของ Foundation Model และอธิปไตยทางเทคโนโลยีถูกยกขึ้นมาเป็นเป้าหมาย
ข้อเสนอที่น่าสนใจคือ เราไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทุกเทคโนโลยี แต่ต้องมีทรัพย์สินทางปัญญาและองค์ความรู้ของตัวเอง พร้อมเปิดรับการร่วมสร้างนวัตกรรมกับคนเก่งจากทั่วโลก นี่คือมุมมองที่ตรงไปตรงมาว่าในโลก AI ที่กระจายตัวสูง ใครจะชนะไม่ใช่คนที่ปิดตัวเองทำทุกอย่างในประเทศ แต่คือคนที่รู้จุดแข็งตัวเอง และเชื่อมเข้ากับระบบนิเวศระดับโลกอย่างมีกลยุทธ์
ธุรกิจต้องเปลี่ยนทั้งข้อมูล กระบวนการ และทักษะคน ไม่ใช่แค่ซื้อ AI
ในระดับองค์กร ความพร้อม AI ของประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าธุรกิจยังมอง AI เป็นโครงการทดลองเล็ก ๆ งานวิจัยของสถาบันต่างประเทศที่ถูกหยิบยกในเวทีเสวนาชี้ว่าโครงการนำร่อง AI ส่วนใหญ่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้ เพราะองค์กรขาดชุดข้อมูลที่มีคุณภาพ และยังไม่สามารถฝัง AI เข้าไปในกระบวนการตัดสินใจจริง ข้อเท็จจริงนี้เตือนว่ากลยุทธ์ธุรกิจ AI ที่หวังผลจริงต้องเริ่มจากการจัดระเบียบข้อมูล ปรับโครงสร้างงาน และเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริหาร
เมื่อการแข่งขันของโลกเข้มข้นขึ้น ธุรกิจไม่สามารถใช้โครงสร้างต้นทุนและรูปแบบการผลิตแบบเดิมได้อีก การนำ AI Automation และ Robotics มาใช้จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน พร้อมกันนั้นองค์กรต้องเร่งการพัฒนาบุคลากร AI ภายใน เตรียมคนให้พร้อมสำหรับทักษะใหม่และบทบาทใหม่ เพราะความได้เปรียบในอนาคตจะอยู่ที่ว่าใครใช้ AI ได้มีประสิทธิภาพกว่า ไม่ใช่แค่ใครเข้าถึงเครื่องมือก่อน
เวทีเทคระดับภูมิภาคกำลังกลายเป็นสนามฝึก AI ของคนทำงาน
อีกภาพหนึ่งของการเตรียมรับการแข่งขัน AI ระดับโลกคือการเกิดขึ้นของเวทีเทคและงานสัมมนาขนาดใหญ่ ที่ดึงทั้งภาครัฐ ธุรกิจ เทคโนโลยี และวงการครีเอเตอร์มาพบกัน เช่น งานสัมมนา TNN Tech Forum 2026 ภายใต้ธีม AI Warfare – The Race for Humanity สมรภูมิ AI กำหนดอนาคตมนุษยชาติ ซึ่งประกาศว่าจะรวมตัวจริงจากหลายภาคส่วนมาถอดรหัสกลยุทธ์ AI ให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจเกมนี้อย่างเป็นระบบ
จุดที่น่าสนใจคือ งานลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงการฟังบรรยาย แต่มีโซนบูธ กิจกรรม และ Workshop ฟรีที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ชีวิตประจำวันและการทำงานง่ายขึ้นด้วย AI Agents นี่คือการพัฒนาบุคลากร AI ในรูปแบบลงมือทำ ให้คนทำงานได้ทดลองใช้เครื่องมือ เช่น การสร้าง AI Agents ช่วยทำงานในแต่ละภารกิจ ผ่านกรณีใช้งานจริงของผู้เชี่ยวชาญ การเรียนรู้แบบนี้จะทำให้คนทั่วไปไม่อยู่แค่ฝั่งผู้รับผลกระทบจาก AI แต่กลายเป็นผู้สร้างและผู้ใช้ที่มีศักยภาพในสมรภูมิใหม่
บทสรุป: ใครจัดทัพคนและข้อมูลทัน จะเป็นผู้ชนะในสมรภูมิ AI
เมื่อเชื่อมภาพจากเวทีเสวนานโยบายและงานเทคฟอรั่มเข้าด้วยกัน จะเห็นชัดว่าการแข่งขัน AI ระดับโลกคือการแข่งขันด้านการออกแบบระบบคน ข้อมูล และนวัตกรรม ไม่ใช่การสะสมเทคโนโลยีเดี่ยว ๆ ความพร้อม AI ของประเทศและองค์กรจึงต้องเริ่มจากคำถามว่า เราจะสร้างทุนมนุษย์แบบไหน เรามีข้อมูลอะไร และเราจะเชื่อมตัวเองเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าโลกอย่างไร
ในระดับบุคคล ข้อความหนึ่งจากสมรภูมิ AI วันนี้ชัดเจนมาก ใครไม่เรียนรู้และทดลองใช้ AI จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ส่วนในระดับองค์กรและรัฐ ผู้ชนะคือผู้ที่ผูกกลยุทธ์ธุรกิจ AI เข้ากับการพัฒนาบุคลากร AI อย่างจริงจัง กล้าปรับโครงสร้างงาน กล้าเปิดรับความร่วมมือ และพร้อมทดลองแนวทางใหม่ การเตรียมตัววันนี้จึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือประกันความอยู่รอดและความได้เปรียบในเศรษฐกิจยุคใหม่






