AI Access กับ AI Capability ต่างกันแค่เครื่องมือหรือทั้งวิธีคิด
ความพร้อม AI ขององค์กรคือระดับที่องค์กรไม่เพียงมีเทคโนโลยีและเครื่องมือ AI ให้คนเข้าถึง แต่ยังมีทักษะ AI ที่จำเป็น กระบวนการทำงาน และวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้บุคลากรใช้ AI อย่างเข้าใจ สอดคล้องกลยุทธ์ และสร้างผลลัพธ์ธุรกิจ AI ที่วัดได้ในทางปฏิบัติ ไม่หยุดอยู่แค่การทดลองหรือใช้แบบรายบุคคลในบางทีมเท่านั้น สิ่งที่งานสัมมนา AIS ACADEMY For THAIs 2026 สะท้อนชัดคือโลกขององค์กรกำลังก้าวออกจากยุค “มี AI ให้ใช้” ไปสู่ยุค “ใช้ AI ให้เกิดผล” เมื่อประเทศไทยกำลังขยับจาก AI Access ไปสู่ AI Capability ขณะที่เทคโนโลยีเดินหน้าไปจาก Generative AI สู่พัฒนาการขั้นต่อไปและพูดถึง AGI แล้ว การคิดเรื่องการเปลี่ยนผ่าน AI องค์กรจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นโจทย์เอาตัวรอดและแข่งในระยะยาว ใครยังมอง AI แค่เครื่องมือจะหลุดเกมเร็วมาก เพราะคู่แข่งเริ่มสร้างคน ระบบ และแนวคิดรอบด้านเพื่อให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ไม่ใช่ของเล่นใหม่ในฝ่ายไอที

AIS Academy และสามการเปลี่ยนผ่านที่องค์กรต้องกล้าปรับ
งาน AIS ACADEMY For THAIs 2026 ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 11-12 กันยายน เวลา 09.30-18.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ เปิดฉากในฐานะมหกรรมสัมมนา AI ที่เชื่อมคนภาครัฐ ธุรกิจ การศึกษา และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกเข้าด้วยกัน ความน่าสนใจไม่ใช่แค่จำนวน Speaker กว่า 30 ท่าน แต่คือมุมมองที่ผลักดันให้ทุกฝ่ายเลิกพอใจกับการ “ใช้ AI เป็น” แล้วหันมาสร้างศักยภาพคนทำงาน AI อย่างเป็นระบบ แกนคิดสำคัญถูกสรุปผ่านสามการเปลี่ยนผ่าน คือ จากการใช้ AI แบบรายบุคคล สู่การปรับวิธีทำงานทั้งองค์กร จากการเรียนรู้เพียงเครื่องมือ สู่การสร้างทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และจากต่างคนต่างทำ สู่ระบบนิเวศ AI ของประเทศที่เชื่อมภาครัฐ ธุรกิจ การศึกษา ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และประชาชนเข้าด้วยกัน นี่คือภาพที่สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่าน AI องค์กรต้องเดินไปพร้อมกันทั้งโครงสร้าง คน และพันธมิตรภายนอก มิฉะนั้นองค์กรจะติดอยู่ในด่านทดลองไม่เคยขึ้นสู่ด่านผลลัพธ์จริง

เมื่อการลงทุนในเทคโนโลยีไม่พอ ต้องลงทุนในคนและทักษะ AI ที่จำเป็น
คำพูดที่ควรถูกหยิบไปติดบนบอร์ดกรรมการคือ “สิ่งที่ประเทศต้องเร่งสร้างจึงไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานหรือเครื่องมือที่ทันสมัย แต่คือคนที่พร้อมเรียนรู้ ปรับตัว ตั้งคำถาม ตัดสินใจจากข้อมูล ทำงานร่วมกับ AI และใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ” นี่ไม่ใช่ถ้อยคำสวยหรู แต่คือการตั้งคำถามกลับไปยังผู้นำองค์กรที่ยังคิดว่าซื้อระบบใหม่แล้วทุกอย่างจะดีเอง ในทางปฏิบัติ องค์กรที่ต้องการผลลัพธ์ธุรกิจ AI ต้องยกระดับทั้งทักษะเทคนิคและทักษะเชิงกลยุทธ์ คนหน้างานต้องเข้าใจการใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ส่วนผู้นำต้องอ่านเกมข้อมูลเป็น รู้จักตั้งโจทย์ธุรกิจที่ AI ตอบได้ และจัดการการเปลี่ยนแปลงภายใน ในงานสัมมนา วันแรกมีเวที Thailand AI Readiness ที่ร่วมถอดโจทย์ความพร้อมของประเทศตั้งแต่การพลิกโฉมด้วย AI การเปลี่ยนวิธีทำงาน ไปจนถึงแนวทางที่องค์กรไทยต้องปรับตัวให้เติบโตในยุคปัญญาประดิษฐ์ นี่คือสัญญาณชัดว่าความพร้อม AI ขององค์กรกำลังถูกวัดจากคุณภาพคนและความกล้าที่จะเปลี่ยน ไม่ใช่จำนวนระบบที่ซื้อมา

เวทีการศึกษาและ Hackathon: ห้องทดลองสำคัญของการสร้างคนสำหรับยุค AI
ความเปลี่ยนแปลงด้าน AI จะไม่เกิดขึ้นกว้างขวางหากคนรุ่นใหม่และแวดวงการศึกษาไม่ถูกดึงเข้ามามีบทบาท ปีนี้งาน AIS ACADEMY For THAIs 2026 เปิดเวทีด้วยการแข่งขัน JUMP Thailand Hackathon 2026 รอบ Final Innovation Pitching จาก 10 ทีมสุดท้ายที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัคร 603 ทีม รวม 2,504 คน จาก 67 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ภายใต้โจทย์ “AI for the Future of Thai Education” ตัวเลขนี้สะท้อนว่านักศึกษาและคนรุ่นใหม่ไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เริ่มใช้เพื่อออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้และขยายโอกาสทางการศึกษา ที่สำคัญ โครงสร้างแบบ Hackathon ทำให้ทักษะ AI ที่จำเป็นถูกฝึกไปพร้อมกับการแก้โจทย์จริง ทั้งการคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถามกับข้อมูล การทำงานร่วมกัน และการนำเสนอแนวทางที่ตอบโจทย์ครูและผู้เรียน ไม่ใช่แค่เดโมสวยบนเวที ผู้เข้าร่วมงานยังได้ลงมือผ่าน Workshop และ Masterclass กว่า 20 Sessions พร้อมทดลองเทคโนโลยีในรูปแบบ AI Interactive Experience เพื่อให้การเรียนรู้ไม่หยุดอยู่เพียงการรับฟัง แต่สามารถนำแนวคิด เครื่องมือ และ Use Case ไปประยุกต์ใช้กับการทำงาน ธุรกิจ และชีวิตได้จริง นี่คือสะพานเชื่อมจากทฤษฎีสู่ความสามารถที่จับต้องได้ในองค์กร

จากเวทีสัมมนาสู่สนามธุรกิจ: ทำให้ AI สร้างผลลัพธ์จริงได้อย่างไร
คำถามสุดท้ายที่องค์กรทุกแห่งต้องตอบคือ จะทำให้ AI สร้างผลลัพธ์ธุรกิจ AI ที่ชัดเจนได้อย่างไร บนเวทีวันสองของงาน เนื้อหาต่อยอดสู่หัวข้อ AI Ready Business และ AI Ready Skills ครอบคลุมกรณีศึกษาการใช้ AI สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ แนวทางเริ่มต้นสำหรับ SME และการเตรียมพร้อมต่อพัฒนาการของ AI และ AGI รวมถึงทักษะแห่งอนาคตด้านการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ และการเตรียมคนให้พร้อมต่อโลกการทำงานที่กำลังเปลี่ยนแปลง หากสรุปให้สั้นสำหรับผู้นำองค์กร แนวทางคือ หนึ่ง เริ่มจากโจทย์และผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ใช่เริ่มจากเครื่องมือ สอง เตรียมข้อมูล บุคลากร และกระบวนการให้รองรับการใช้ AI ในทุกระดับ และสาม สร้างระบบนิเวศความร่วมมือภายในและภายนอกองค์กรให้คนไม่ทำงาน AI แบบโดดเดี่ยว เมื่อสามส่วนนี้ขยับพร้อมกัน ความพร้อม AI ขององค์กรจะค่อยๆ เปลี่ยนจากการเข้าถึง สู่การใช้เป็น และท้ายสุดสู่การเป็น “ผู้เชี่ยวชาญ AI” ที่แปลงเทคโนโลยีเป็นความได้เปรียบการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง







