ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Agentic AI มือถือกำลังเปลี่ยนหน้าตาสมาร์ตโฟนจากผู้ช่วยเป็นผู้จัดการชีวิต

Agentic AI มือถือกำลังเปลี่ยนหน้าตาสมาร์ตโฟนจากผู้ช่วยเป็นผู้จัดการชีวิต
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

Agentic AI มือถือคืออะไร และทำไมถึงสำคัญกว่าที่คิด

Agentic AI มือถือคือแนวทางพัฒนาปัญญาประดิษฐ์บนสมาร์ตโฟนที่ไม่ได้แค่ตอบคำถามหรือรอให้ผู้ใช้สั่งงาน แต่ให้เครื่องสามารถคิด วางแผน ตัดสินใจ และดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้เองภายในขอบเขตที่ปลอดภัย พร้อมประสานงานข้ามแอปและบริการต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้สำเร็จงานได้โดยใช้แรงและเวลาน้อยลงมาก จุดเปลี่ยนสำคัญของ agentic AI คือการพาโทรศัพท์หลุดจากบทบาท “ผู้ตอบสนองแบบตั้งรับ” ไปเป็น “ผู้ให้บริการเชิงรุก” ที่เข้าใจบริบท วางแผนล่วงหน้า และทำงานแทนผู้ใช้ได้จริง ตัวอย่างเช่น Mobile Planner Agent ที่ทำหน้าที่เหมือนสมองของเครื่อง ดูแลการวางแผนอัจฉริยะ การแยกย่อยงาน และการประสานเครื่องมือแบบไดนามิก จากมุมมองผู้ใช้ นี่คือการเลื่อนระดับจากมีผู้ช่วยดิจิทัล ไปมีผู้จัดการส่วนตัวอยู่ในกระเป๋า

Qwen Intelligence: แพลตฟอร์ม Agentic AI แบบครบวงจรสำหรับผู้ผลิตมือถือ

หากพูดถึงการผลักดัน agentic AI มือถือในระดับโครงสร้าง Alibaba เลือกเดินเกมเชิงรุกด้วย Qwen Intelligence ที่ถูกออกแบบให้เป็นโซลูชัน agentic แบบครบวงจร สำหรับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนที่ต้องการฝังความสามารถ AI แบบเอเจนต์เข้าไปในแบรนด์ของตัวเองตั้งแต่ระดับโมเดลพื้นฐานจนถึงเอเจนต์พร้อมใช้งาน สถาปัตยกรรมสามเลเยอร์ของ Qwen Intelligence แสดงให้เห็นวิธีคิดที่เป็นระบบ เลเยอร์ฐานใช้โมเดลตระกูล Qwen ที่ปรับแต่งเฉพาะสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ช่วยให้ทำงานกับฮาร์ดแวร์มือถือได้มีประสิทธิภาพในต้นทุนที่ต่ำกว่าการยกโมเดลทั่วไปมาปรับใช้ เลเยอร์ที่สองเป็นแพลตฟอร์มส่วนกลางแบบมอดูลาร์ รองรับการปรับใช้อิสระ การกำกับดูแลเครื่องมือ และระบบประเมินผลอัตโนมัติ พร้อมการทำงานร่วมกันระหว่างตัวเครื่องกับคลาวด์เพื่อบาลานซ์ประสิทธิภาพ ความหน่วง และต้นทุน ชั้นบนสุดคือเอเจนต์ระดับพรีเมียมที่มัดรวมความสามารถต่าง ๆ ให้เป็นโซลูชันพร้อมใช้งานในสถานการณ์จริง ที่น่าสนใจคือ HONOR กลายเป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำ Qwen Intelligence ไปใช้ใน Magic9 Series และ HONOR Robot Phone โดยร่วมกันพัฒนา Agentic OS บนพื้นฐานของ Qwen และ MagicOS เพื่อเปลี่ยนสมาร์ตโฟนให้กลายเป็นผู้ให้บริการเชิงรุกที่มีอัตราความแม่นยำงานสูงถึง 91.8% และสามารถประสานงานซับซ้อนที่มีมากกว่า 100 ขั้นตอนในเครื่องเดียว

จากการตอบสนองสู่การลงมือทำ: ตัวอย่างการใช้งาน Agentic AI ที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริง

สิ่งที่ทำให้ agentic AI มือถือน่าสนใจ ไม่ใช่แค่สถาปัตยกรรมสวยหรู แต่คือประสบการณ์ที่ผู้ใช้จับต้องได้ เช่น ตัวอย่างคำสั่ง “จัดทริปธุรกิจไปเซี่ยงไฮ้ให้ฉันในวันจันทร์” ที่ Qwen Intelligence ใช้ Mobile Planner Agent แยกงานออกเป็นการจองตั๋วเครื่องบิน การจองโรงแรม การตั้งกิจกรรมในปฏิทิน และการวางแผนเส้นทางเดินทาง จากนั้นยังใช้ระบบหน่วยความจำและบริการเชิงรุกคอยจัดการจองใหม่และเสนอทางเลือก หากเที่ยวบินถูกยกเลิก ขณะเดียวกัน Mobile-Use Agent ถูกออกแบบให้เดินงานข้ามแอปผ่านโมเดลไฮบริดที่ใช้ทั้ง API และอินเทอร์เฟซกราฟิกของแอป โดยมีขอบเขตความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่างานเสร็จทั้งเร็วและปลอดภัย ส่วน Mobile Creative Agent เป็นโมเดลขนาดเล็กสำหรับสร้างคอนเทนต์และแก้ไขภาพให้ราบรื่นบนมือถือ พร้อมต่อยอดไปสู่บริการหน่วยความจำส่วนบุคคล การช่วยเหลือเชิงรุก และเอเจนต์เฉพาะด้านร่วมกับพันธมิตร กล่าวอีกแบบ Agentic AI กำลังปูทางให้มือถือจากที่เคยรอให้เราจิ้มหน้าจอทีละขั้นตอน กลายเป็นเครื่องมือที่เข้าใจเป้าหมายของเราและลงมือจัดการกระบวนการให้แทบทั้งหมด

Galaxy AI กับยุทธศาสตร์ AI ประมวลผลอุปกรณ์อย่างมีสติ ไม่เปลืองแบต

ฝั่ง Samsung เลือกตั้งโจทย์ Galaxy AI แบบตรงไปตรงมา นั่นคือ ทำให้สมาร์ตโฟนฉลาดขึ้นโดยไม่แลกมาด้วยแบตหมดเร็วและเครื่องร้อนเกินจำเป็น แนวคิดสำคัญที่ผู้บริหารฝ่าย Mobile eXperience ชี้ชัดคือ การเพิ่มขนาดโมเดลและกำลังประมวลผลไม่ได้เท่ากับประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเสมอไป แถมยังทำให้ใช้ทรัพยากร พลังงาน และต้นทุนการฝึกและการให้เหตุผลมากขึ้นด้วย ดังนั้น Galaxy AI จึงเน้น AI ประมวลผลอุปกรณ์แบบเลือกสรร โดยวิจัยระบบที่สามารถระบุข้อมูลและพลังการประมวลผลที่จำเป็นสำหรับแต่ละงาน คำขอที่ซับซ้อนจึงได้รับการประมวลผลเพิ่ม ในขณะที่งานง่ายจะไม่ดึงทรัพยากรเกินจำเป็น แนวทางนี้เข้ากับข้อเท็จจริงว่าบนสมาร์ตโฟน พลังประมวลผล ความจุแบตเตอรี่ และข้อจำกัดด้านความร้อนยังเป็นตัวแปรสำคัญมาก ยุทธศาสตร์ของ Samsung ไม่ได้บังคับให้ฟีเจอร์ AI ทั้งหมดอยู่บนเครื่องหรือย้ายไปคลาวด์ทั้งหมด แต่ผสมผสานการประมวลผลบนอุปกรณ์กับบนคลาวด์ การประมวลผลบนอุปกรณ์จัดการงานที่ต้องการความเร็ว ทำงานออฟไลน์ หรือเน้นความปลอดภัย ส่วนคลาวด์รองรับคุณสมบัติที่ต้องใช้พลังการประมวลผลสูงกว่า นี่คือภาพของ Samsung Galaxy AI ที่พยายาม “คิดอย่างชาญฉลาดมากขึ้น” ทั้งในเชิงสมองของ AI และในเชิงทรัพยากรของเครื่องเอง

การแข่งขันยุค Agentic Phones และความหมายต่อผู้ใช้มือถือสายฉลาด

เมื่อฝั่งหนึ่งมี Qwen Intelligence ที่พร้อมให้บริการผ่านแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการและคลาวด์ของ Alibaba อีกฝั่งมียุทธศาสตร์ Galaxy AI ที่ถูกยกเป็นตัวอย่างของปรัชญา Efficient AI ในเวทีระดับใหญ่ ภาพรวมอุตสาหกรรมจึงชัดเจนว่าผู้ผลิตหลายรายกำลังแข่งขันกันฝัง agentic AI เป็นจุดขายหลักทั้งในเครื่องเรือธงและรุ่นระดับกลาง ไม่ใช่ฟีเจอร์เสริมอีกต่อไป HONOR เข้าร่วมพัฒนา AI smartphones เจเนอเรชันถัดไปบนพื้นฐาน Qwen Intelligence ตั้งแต่ Magic9 Series และ HONOR Robot Phone ขณะที่ Samsung ดัน Galaxy AI ให้ลึกขึ้นในทุกอุปกรณ์และวิจัยการทำให้ขั้นตอนฝึก ทดสอบ และปรับใช้โมเดลเป็นไปโดยอัตโนมัติ นี่คือสัญญาณว่ามาตรฐานใหม่ของ Agentic Phones กำลังถูกสร้างขึ้น ทั้งด้านการประเมินเอเจนต์ในสถานการณ์ใช้งานจริงบนมือถือและเบนซ์มาร์กอย่าง MobilePA-Bench ที่ทดสอบงานวางแผนซับซ้อนมากกว่า 1,000 งานและเครื่องมือบนมือถือกว่า 200 รายการ สำหรับผู้ใช้ การเปลี่ยนผ่านนี้หมายถึงยุคที่โทรศัพท์จะรู้จักคุณมากขึ้น วางแผนชีวิตแทนได้มากขึ้น ตอบสนองเร็วขึ้นเพราะพึ่งการประมวลผลบนอุปกรณ์มากขึ้น และปลอดภัยขึ้นเพราะไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลทุกอย่างขึ้นคลาวด์เสมอไป ถ้ามองในระยะกลาง สมาร์ตโฟนที่ปราศจาก agentic AI อาจกลายเป็นอุปกรณ์ที่รู้สึก “เชื่องช้า” ทั้งด้านฟีเจอร์และประสบการณ์เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่กล้าฝังเอเจนต์อัจฉริยะลงไปตั้งแต่ระดับระบบปฏิบัติการ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!