การท่องเที่ยวเวียดนาม-ไทยกำลังเปลี่ยนจากการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวสู่การเชื่อมเศรษฐกิจ
การท่องเที่ยวเวียดนาม-ไทยในวันนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การส่งนักท่องเที่ยวข้ามแดนไปมาระหว่างสองปลายทางยอดนิยมเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่ผูกโยงเส้นทางบิน โครงสร้างพื้นฐาน การค้า โลจิสติกส์ และการลงทุนเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับเมืองท่องเที่ยวให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาคและสร้างโอกาสใหม่ให้ทั้งธุรกิจและนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ลุ่มน้ำโขงและเมืองรองในอาเซียนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน.
ทิศทางใหม่นี้เห็นได้ชัดจากการที่เมืองท่องเที่ยวเวียดนามเริ่มมองคู่ค้าเพื่อนบ้านไม่ใช่แค่ตลาดส่งนักท่องเที่ยว แต่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ด้านการค้าและการลงทุน ดานังถูกพูดถึงอย่างเด่นชัดในฐานะเมืองที่มองไกลกว่าการขายแพ็กเกจทัวร์ เพราะผู้นำเมืองยอมรับตรงไปตรงมาว่าแม้ความร่วมมือกับพันธมิตรยังเดินหน้ามาแล้วหลายปี แต่ยังมีศักยภาพอีกมากที่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์และแนวทางใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมเพื่อปลดล็อก การเปลี่ยนโฟกัสจาก “ทำให้คนมาเที่ยวมากขึ้น” ไปสู่ “ทำให้ระบบเศรษฐกิจเชื่อมต่อกันมากขึ้น” จึงเป็นสัญญาณสำคัญว่าการท่องเที่ยวในภูมิภาคกำลังถูกออกแบบใหม่ให้รองรับการเติบโตของอาเซียนทั้งแถบ
ดานังสะพานเชื่อม: จากเมืองท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์
ดานังกำลังก้าวออกจากกรอบเมืองท่องเที่ยวริมทะเลไปสู่บทบาท “ดานังสะพานเชื่อม” ระดับภูมิภาคอย่างชัดเจน การประชุมเชิงปฏิบัติการที่เมืองจัดขึ้นร่วมกับหน่วยงานด้านมิตรภาพ การท่องเที่ยว และธุรกิจจากทั้งสองฝ่ายเน้นถกประเด็นตั้งแต่ตลาดการท่องเที่ยว การเชื่อมต่อเส้นทางบิน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง การค้า โลจิสติกส์ และการดึงดูดการลงทุน นี่ไม่ใช่การเสริมกิจกรรมประกอบการท่องเที่ยว แต่คือการวางเมืองให้เป็นโหนดสำคัญบนเส้นทางเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตกที่เชื่อมทะเลจีนใต้เข้ากับตลาดในภูมิภาคอาเซียน.
ท่าทีของผู้นำดานังชัดเจนว่าต้องการใช้จุดแข็งด้านการเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเวียดนามตอนกลางที่มีที่พัก บริการ และโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง มาต่อยอดเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม โลจิสติกส์ การเงิน การค้า และการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับจุดแข็งของธุรกิจฝั่งเพื่อนบ้าน เมืองนี้ยังเดินเกมเชิงรุกด้วยการผลักดันโครงการศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศและเขตการค้าเสรี เพื่อสร้างโครงสร้างนโยบายทันสมัยที่ดึงดูดบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านการค้าปลีก สินค้าคุณภาพสูง โลจิสติกส์อัจฉริยะ เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และบริการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ หากดานังทำสำเร็จ เมืองจะกลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของการที่ “เมืองท่องเที่ยว” ถูกออกแบบใหม่ให้เป็นโครงสร้างรองรับความร่วมมือการค้า ASEAN อย่างเป็นรูปธรรม.

เกิ่นโถและการลงทุนท่องเที่ยวเมืองรอง: โอกาสใหม่ของลุ่มน้ำโขง
ขณะที่ดานังมุ่งสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ เกิ่นโถกลับเลือกแนวทางที่แตกต่างแต่เสริมกัน คือการใช้เสน่ห์เมืองรองและลุ่มแม่น้ำโขงเป็นตัวดึงการลงทุนท่องเที่ยวเมืองรอง เมืองนี้นำคณะเดินทางไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของคู่ค้า เพื่อไม่เพียงโปรโมตภาพลักษณ์ของเมือง แต่ยังเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ผูกกับการอนุรักษ์และการส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมดั้งเดิม ท่าทีนี้สะท้อนชัดว่าเกิ่นโถไม่ได้ต้องการกลายเป็นแค่ “สถานที่เที่ยวใหม่” แต่ต้องการยืนในฐานะโมเดลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของลุ่มน้ำโขง.
จุดแข็งเชิงพื้นที่ของเกิ่นโถคือโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทั้งทางถนนและทางน้ำที่พัฒนาขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เมืองกลายเป็นประตูสำคัญสู่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง และมีทรัพยากรท่องเที่ยวอย่างตลาดน้ำ สวนผลไม้ หมู่บ้านหัตถกรรม และอาหารเวียดนามตะวันตกเฉียงใต้ที่โดดเด่น ผู้นำเมืองประกาศชัดว่าตั้งเป้าพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ยั่งยืน และชาญฉลาด เน้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รีสอร์ท วัฒนธรรม และจิตวิญญาณ รวมถึงการท่องเที่ยวแบบ MICE พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลด้านการตลาดและการจัดการท่องเที่ยว โดยหวังว่าความร่วมมือกับนักลงทุนและธุรกิจฝั่งเพื่อนบ้านจะช่วยต่อยอดผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวอาเซียนและยกระดับรายได้ของชุมชนท้องถิ่น นี่คือแก่นของการลงทุนท่องเที่ยวเมืองรองที่เน้นให้คนท้องถิ่นเป็นเจ้าของเรื่องราวและผลประโยชน์อย่างแท้จริง
จากสะพานเมืองสู่โครงข่ายความร่วมมือการค้า ASEAN
เมื่อมองภาพรวม การเคลื่อนตัวของดานังและเกิ่นโถชี้ให้เห็นว่าเมืองในเวียดนามกำลังใช้การท่องเที่ยวเป็นจุดเริ่มต้นของโครงข่ายความร่วมมือการค้า ASEAN มากกว่าจะมองว่าเป็นเป้าหมายสุดท้าย ดานังเลือกขยายความร่วมมือจากการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษาไปสู่การเชื่อมเที่ยวบินตรง การค้า และการลงทุน พร้อมวางฐานโครงสร้างโลจิสติกส์และเขตการค้าเสรี ขณะเดียวกันเกิ่นโถใช้ศักยภาพลุ่มแม่น้ำโขงและเอกลักษณ์เมืองรองสร้างพื้นที่สำหรับการลงทุนเชิงท่องเที่ยวที่เน้นความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของชุมชน ทั้งสองเมืองจึงทำหน้าที่ต่างกันแต่เสริมกันในการวางโครงสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการท่องเที่ยวกับระบบเศรษฐกิจภูมิภาค.
แน่นอนว่าความทะเยอทะยานเช่นนี้ไม่ง่าย ผู้นำดานังยังยอมรับว่าความร่วมมือที่มีอยู่จำเป็นต้องถูกผลักดันด้วยวิสัยทัศน์และแนวทางใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม แต่หากเมืองสามารถทำให้ผู้ประกอบการสายการบิน โลจิสติกส์ การเงิน และท่องเที่ยวเห็นประโยชน์ร่วมของการเชื่อมเส้นทางและห่วงโซ่บริการ อานิสงส์จะตกกับทั้งธุรกิจและนักเดินทางที่ได้ใช้เส้นทางท่องเที่ยว–การค้าเดียวกันอย่างคล่องตัว ดานังสะพานเชื่อมในมิติการค้า และการลงทุนท่องเที่ยวเมืองรองอย่างเกิ่นโถ จึงไม่ใช่แค่ข่าวน่าสนใจของวงการท่องเที่ยว แต่คือสัญญาณว่าการท่องเที่ยวเวียดนาม-ไทยกำลังถูกยกระดับให้เป็นเครื่องมือออกแบบอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคแบบใหม่ หากฝ่ายต่างๆ กล้าลงทุนทั้งเงิน เวลา และความเชื่อใจ ความร่วมมือชุดนี้อาจกลายเป็นต้นแบบให้เมืองอื่นในอาเซียนเดินตามได้ในไม่ช้า.







