ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เทรนด์ REELationship ไทย เมื่อการส่งรีลสนุกกว่าการจองทริปจริง

เทรนด์ REELationship ไทย เมื่อการส่งรีลสนุกกว่าการจองทริปจริง
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

REELationship คืออะไร และทำไมเราถึงดองแพลนเที่ยว

เทรนด์ REELationship ไทย คือพฤติกรรมที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียส่งคลิปรีลหรือวิดีโอท่องเที่ยวเข้าไปในกลุ่มแชทเพื่อชวนกันไปเที่ยว แต่แผนการเดินทางกลับหยุดอยู่ที่การคุยในกรุ๊ป ไม่พัฒนาไปสู่การจองจริง กลายเป็นการเที่ยวทิพย์ร่วมกันในระดับกลุ่ม ที่เต็มไปด้วยการแชร์แรงบันดาลใจแต่ขาดการลงมือทำในโลกความเป็นจริง Klook เป็นผู้ตั้งชื่อพฤติกรรมนี้ว่า REELationship จากคำว่า Reel และ Relationship เพื่อสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคอนเทนต์ท่องเที่ยวที่เริ่มต้นจากการส่งคลิปชวนกัน แต่จบลงด้วยทริปท่องเที่ยวล่มที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ภาพคุ้นตาคือคลิปทะเล คาเฟ่วิวเขา หรือตลาดกลางคืนถูกส่งเข้า ท่องเที่ยวกลุ่มไลน์ พร้อมประโยคว่าต้องไปให้ได้ ทว่ากรุ๊ปที่คึกคักกลับค่อยๆ เงียบ เมื่อถึงจุดที่ต้องจ่ายเงินและเลือกวันเดินทาง

เทรนด์ REELationship ไทย เมื่อการส่งรีลสนุกกว่าการจองทริปจริง

จากฟีดโซเชียลถึงกรุ๊ปไลน์ เมื่อการเสพคอนเทนต์ชนะการออกเดินทาง

เทรนด์ REELationship ไทยไม่ได้เกิดในสุญญากาศ แต่เติบโตบนฐานการใช้งานโซเชียลที่หนาแน่น รายงาน Digital 2026 ระบุว่ามีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย 56.6 ล้านบัญชี คิดเป็น 79.1% ของประชากร และผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 67.8 ล้านคน หรือ 94.7% ของประชากร เมื่อฟีดเต็มไปด้วยคอนเทนต์ท่องเที่ยวจากทุกแพลตฟอร์ม การเห็นสถานที่สวยๆ จึงกลายเป็นกิจวัตรมากกว่าการเก็บกระเป๋าออกเดินทาง LINE ยังทำหน้าที่เป็นท่อส่งคลิปหลัก ที่ทุกบ้านใช้ในการแชร์รีลและ TikTok ท่องเที่ยวให้เพื่อนและครอบครัวเป็นประจำ การส่งลิงก์หรือคลิปใช้เวลาไม่กี่วินาที ขณะที่การวางแผนจริงต้องใช้การคุยเรื่องวันลา งบประมาณ และความพร้อมของแต่ละคน จึงไม่น่าแปลกที่แผนจำนวนมากหยุดอยู่ที่การดูคลิปในกรุ๊ป มากกว่าการกดจองตั๋ว

ข้อมูลจาก Mintel ชี้ว่า 53% ของผู้ใช้ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อหาแรงบันดาลใจด้านการท่องเที่ยว และตัวเลขพุ่งเป็น 60% ในกลุ่มอายุ 18-24 ปี ประโยคที่น่าจดจำคือ “การเสพคอนเทนต์ท่องเที่ยวกลายเป็นพฤติกรรมปกติของคนไปแล้ว ไม่ต่างจากการเสพคอนเทนต์บันเทิงอื่น” แต่ความปกตินี้กลับผลักให้การเที่ยวทิพย์ง่ายกว่าการลุกขึ้นไปสนามบิน

เทรนด์ REELationship ไทย เมื่อการส่งรีลสนุกกว่าการจองทริปจริง

หัวใจอยากเที่ยว แต่กระเป๋าเงินและเวลาไม่ได้ไปด้วยกัน

หนึ่งในเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ ทริปท่องเที่ยวล่ม คือภาระทางการเงิน ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 2 อยู่ที่ 86.8% ของ GDP ลดลงเพียงเล็กน้อยจาก 87.1% ในไตรมาสก่อน และศูนย์วิจัยเอกชนยังประเมินว่าหนี้จะอยู่เหนือ 80% ไปจนถึงปลายปี เมื่อภาระหนี้สูง การท่องเที่ยวถูกจัดเป็นค่าใช้จ่ายที่เลื่อนออกไปได้ก่อนเสมอ ผลสำรวจจากหน่วยงานรัฐหนึ่งพบว่า กลุ่มที่ไม่มีแผนเที่ยวช่วงปลายปี อธิบายสาเหตุหลักจากปัญหาการเงินราว 27% และค่าใช้จ่ายเดินทางที่สูงราว 24% ขณะที่โพลอีกรายงานหนึ่งสะท้อนว่า ผู้ตอบมากกว่าครึ่งยอมงดเที่ยวช่วงเทศกาลเพื่อเก็บเงิน และกว่า 60% รู้สึกว่าค่าใช้จ่ายชีวิตสูงขึ้นอย่างชัดเจน กล่าวง่ายๆ คือหัวใจอยากไป แต่กระเป๋าเงินส่งข้อความว่าไว้ก่อน ทริปในกรุ๊ปไลน์จึงถูกดองยาว

เทรนด์ REELationship ไทย เมื่อการส่งรีลสนุกกว่าการจองทริปจริง

จากรีลสู่ตั๋วเครื่องบิน เมื่อโซเชียลแรงแต่การจองยังสะดุด

เทรนด์ REELationship ไทยสะท้อนช่องว่างสำคัญของ พฤติกรรมโซเชียลมีเดีย เรามีแรงบันดาลใจมากมายแต่ติดขัดที่ขั้นปฏิบัติ โดยเฉพาะการเดินทางแบบกลุ่มที่ต้องอาศัยคนเป็นตัวตั้งตัวตีในการประสานงาน สำรวจของ Klook กับนักท่องเที่ยว 2,725 คนจาก 10 ประเทศพบว่า คนที่รับบทจัดทริปมากกว่า 80% ต้องใช้เวลามากกว่า 10 ชั่วโมงต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง ทั้งการหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และตามสมาชิกในกลุ่ม ภาระนี้ทำให้หลายคนถอย ไม่อยากเป็นแม่งาน ทริปจึงหยุดอยู่แค่ในแชท อย่างไรก็ตาม คอนเทนต์โซเชียลไม่ได้ไร้พลัง Klook Travel Pulse ระบุว่า 52% ของนักเดินทางตัดสินใจจองทริปจากอิทธิพลคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย และนักท่องเที่ยวในภูมิภาคมากกว่า 80% ได้รับอิทธิพลแบบเดียวกัน โซเชียลจึงเปรียบเสมือนเชื้อไฟ ส่วนปัญหาอยู่ที่การขาดระบบและผู้นำทริปที่จะพาไฟนั้นไปถึงขั้นจองจริง

บทเรียนต่อธุรกิจท่องเที่ยว เมื่อไลก์ไม่ใช่ยอดจอง

ปรากฏการณ์ REELationship บอกอย่างชัดเจนว่า การมีคอนเทนต์ไวรัลหรือยอดแชร์สูงไม่ได้แปลว่า การตัดสินใจซื้อเที่ยว จะเกิดขึ้นเอง เทรนด์ ท่องเที่ยวกลุ่มไลน์ เต็มไปด้วยลิงก์ โรงแรม แพ็กเกจ และโปรโมชัน แต่ถ้าไม่มีเครื่องมือหรือคนกลางช่วยเปลี่ยนการคุยให้เป็นแผนที่ชัดเจน ยอดจองก็ยังเงียบเหมือนเดิม แนวคิดนี้ถูกต่อยอดเป็นแคมเปญ “หยุดดองแล้วจอง Klook” พร้อมจัดงาน Klook Travel Fest ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม เวลา 10.00-19.00 น. ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งชั้น M บริเวณโซนแกลเลอรี แคมเปญนี้ตั้งใจปิดช่องว่างจากรีลสู่การจองด้วยการรวมดีล กิจกรรม และคำแนะนำไว้ในที่เดียว เป็นตัวอย่างว่าธุรกิจที่เข้าใจช่องว่างของ REELationship จะต้องไม่เพียงผลิตคอนเทนต์ แต่ต้องออกแบบเส้นทางให้ผู้ใช้เดินต่อไปจนถึงขั้นกดจองจริงด้วย บทสรุปคือ โลกออนไลน์ปลุกความอยากเที่ยวได้ดีมาก แต่การออกแบบประสบการณ์หลังจากปุ่มแชร์ คือสนามจริงที่ธุรกิจท่องเที่ยวต้องแข่งขันและพิสูจน์ว่าตัวเองพอจะพาคนออกจากกรุ๊ปแชทไปถึงสนามบินได้หรือไม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!