ทำไมหุ้นโรงแรมไทยกำลังกลับมาเป็นดาวเด่น
หุ้นโรงแรมไทย คือกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโรงแรมและบริการที่พัก ซึ่งราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังต่อการท่องเที่ยวฟื้นตัว อัตราการเข้าพักและราคาห้องพักที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำไรโรงแรม Q4 ที่นักลงทุนเชื่อว่าจะเติบโตตามกระแสไฮซีซั่นท่องเที่ยว และการกลับมาของนักท่องเที่ยวระยะไกล ทำให้หุ้นในกลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของการฟื้นตัวภาคบริการและการเดินทางในภาพใหญ่ของเศรษฐกิจ กระแสการซื้อขายช่วงนี้ไม่ใช่แค่แรงเก็งกำไรสั้นระยะ แต่เกิดจากมุมมองว่าพื้นฐานธุรกิจเริ่มเปลี่ยนจากการเอาตัวรอดหลังโควิด ไปเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการเดินทางที่กลับมาใกล้ระดับก่อนการระบาด การฟื้นตัวนี้จึงกำลังเขย่ามุมมองนักลงทุนให้หันกลับมามองกลุ่มท่องเที่ยวมากขึ้นในพอร์ตการลงทุน
CENTEL ERW SHR นำตลาด เบรกดาวน์ด้วยปัจจัยพื้นฐาน
การดีดตัวของหุ้นโรงแรมไทยรอบนี้มีแกนหลักคือ CENTEL ERW และ SHR ที่ถูกยกให้เป็นหุ้นเด่นพร้อมคำแนะนำเชิงบวกจากโบรกเกอร์หลายราย โดย CENTEL ถูกให้เป็น Top Pick พร้อมราคาเป้าหมายที่ 50 บาท สะท้อนว่าตลาดเชื่อว่าบริษัทจะเปลี่ยนดีมานด์การท่องเที่ยวที่กลับมาสู่กำไรที่เติบโตได้จริง ด้าน ERW ถูกแนะนำให้ซื้อเก็งกำไรด้วยราคาเป้าหมาย 4.20 บาท จากปัจจัยเฉพาะหน้าอย่างการประชุมประจำปีของ World Bank และ IMF ในกรุงเทพฯ ที่ดันอัตราการเข้าพักในเครือขึ้นไปอยู่ระดับสูงในช่วงจัดงาน ข้อมูลของนักวิเคราะห์ยังระบุว่ากลุ่มโรงแรมที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์รายงานกำไรหลักรวม 3.99 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบปีต่อปี และพุ่งขึ้นถึง 68.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตัวเลขนี้ยืนยันว่ารอบนี้ไม่ใช่การฟื้นตัวเชิงความรู้สึก แต่เป็นกำไรจริงที่กำลังทยอยปรากฏในงบการเงิน
| หุ้นเด่น | มุมมองนักวิเคราะห์ | ตัวขับเคลื่อนหลัก |
|---|---|---|
| CENTEL | Top Pick เป้าหมาย 50 บาท | ยอดจองล่วงหน้า Q4 สูงกว่าปีก่อน และโรงแรมที่ปรับปรุงเสร็จเพิ่มศักยภาพ |
| ERW | แนะนำซื้อเก็งกำไร เป้าหมาย 4.20 บาท | ดีมานด์จากงานประชุมใหญ่ระดับโลก และการดำเนินงานตามแผน |
| SHR | อยู่ในกลุ่มหุ้นโรงแรมที่ฝ่ายวิจัยชื่นชอบ | การฟื้นตัวของ RevPAR ตามดีมานด์ท่องเที่ยวและ MICE |
ท่องเที่ยวฟื้นตัว ดันอัตราเข้าพักและราคาห้องพักขึ้นพร้อมกัน
หัวใจของการวิ่งขึ้นของหุ้นโรงแรมคือภาพการท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจน ทั้งจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวระยะไกลที่กลับมามีทิศทางดี สัปดาห์ล่าสุดตัวเลขนักเดินทางเพิ่มขึ้นราว 2% ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เมื่อดีมานด์เพิ่ม โรงแรมจึงตั้งราคาห้องพักเฉลี่ยที่ราว 1,500 บาทขึ้นไป โดยใช้รูปแบบ Dynamic Pricing ปรับราคาตามความต้องการลูกค้า ซึ่งสะท้อนอำนาจต่อรองที่กลับมาอยู่ในมือผู้ประกอบการ ฝั่งข้อมูลเชิงรายได้ RevPAR ของโรงแรมที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์เติบโตที่ระดับ 12-13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หมายความว่าทั้งอัตราเข้าพักและราคาต่อห้องต่างขยับขึ้นพร้อมกัน การกลับมาของนักท่องเที่ยวระยะไกลที่พักนานและใช้จ่ายสูงยิ่งช่วยขยายมาร์จิ้นต่อห้องให้กลุ่มโรงแรมมากกว่าช่วงที่พึ่งพาตลาดใกล้บ้านเป็นหลัก

ไฮซีซั่น MICE งานใหญ่ และเม็ดเงินปลายปีผลักกำไร Q4
สิ่งที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจว่ากำไรโรงแรม Q4 จะออกมาเติบโตสองหลัก ไม่ใช่แค่ฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่น แต่รวมถึงดีมานด์จากงานประชุม สัมมนา นิทรรศการ และงานแต่งงานหรือ MICE ที่กลับมาคึกคัก ธุรกิจ MICE เป็นตัวช่วยสำคัญเพิ่มทั้งอัตราการเข้าพักและรายได้ต่อห้องพัก RevPAR ให้กับผู้ประกอบการ กิจกรรมเดินทางช่วงปลายปีและยอดจองล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงกลายเป็นโมเมนตัมหนุนกลุ่มโรงแรมในไตรมาสสี่อย่างชัดเจน การประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในกรุงเทพฯ เป็นตัวอย่างรูปธรรมของดีมานด์ MICE ที่โรงแรมในเครือ ERW ได้ประโยชน์โดยตรง เพราะมีการจองห้องพักและอัตราเข้าพักในช่วงดังกล่าวอยู่ในระดับสูง สร้างรายได้เสริมและกระตุ้น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นในระยะสั้น เมื่อบวกกับแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะขึ้นสู่ 35.4 ล้านคนในปี 2570 หรือเติบโต 9% เทียบปีก่อน ภาพกำไรปลายปีและปีถัดไปจึงดูมีน้ำหนักมากกว่าการเก็งกำไรลมๆ แล้งๆ
ผู้บริโภคและนักลงทุนควรอ่านเกมอย่างไรจากรอบฟื้นตัวนี้
สำหรับคนทั่วไป การฟื้นตัวของหุ้นโรงแรมไทยหมายถึงสองเรื่อง หนึ่ง ในฐานะนักเดินทาง ต้องเตรียมรับมือราคาห้องพักที่ยืดหยุ่นมากขึ้นและมีแนวโน้มสูงในช่วงไฮซีซั่น เพราะโรงแรมเริ่มกลับมามีอำนาจตั้งราคาตามดีมานด์ สอง ในฐานะนักลงทุน หุ้นโรงแรมไม่ใช่เพียงตัวเก็งข่าวท่องเที่ยวฟื้นตัว แต่เริ่มแสดงให้เห็นกำไรจริงที่หนุนราคาอย่างมีฐานข้อมูลรองรับ ทั้งกำไรหลักรวมที่เพิ่มขึ้น 68.8% จากไตรมาสเดิม และ RevPAR ที่โตสองหลัก อย่างไรก็ตาม ภาพบวกไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงหายไปทั้งหมด ยังมีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และตลาดนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ฟื้นไม่เต็ม โดยเฉพาะตลาดจีน ทำให้ผู้ประกอบการต้องกระจายฐานลูกค้าไปยังตลาดอื่น และนักลงทุนเองก็ควรเลือกหุ้นที่มีแผนรับมือและปรับพอร์ตโรงแรมให้หลากหลายมากขึ้น รอบฟื้นตัวนี้จึงเหมาะกับคนที่พร้อมเลือกและถือด้วยมุมมองกลางถึงยาว มากกว่าหวังเก็งกำไรระยะสั้นจากข่าวดีเพียงไม่กี่ข่าว







