ท่องเที่ยวภาพยนตร์คืออะไร และทำไมกลายเป็นเกมเศรษฐกิจของรัฐ
ท่องเที่ยวภาพยนตร์ คือรูปแบบการท่องเที่ยวที่ผู้เดินทางเลือกจุดหมายจากสถานที่ถ่ายทำหนัง ซีรีส์ หรือคอนเทนต์ภาพเคลื่อนไหว แล้วเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศจริง โดยระบบนี้เชื่อมอุตสาหกรรมหนังเข้ากับการท่องเที่ยวผ่าน สถานที่ถ่ายทำหนัง ทีมโปรดักชัน และเรื่องเล่าที่ถูกสร้างในพื้นที่เดียวกัน ทำให้หนึ่งโลเคชันสามารถสร้างรายได้ทั้งจากการลงทุนภาพยนตร์ และจากนักเดินทางที่ตามรอยเรื่องราวบนจอในระยะยาว การขยับตัวของกรมการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโตจึงไม่ใช่แค่การไปออกบูธ แต่คือการประกาศว่าท่องเที่ยวภาพยนตร์ไทยจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ใช้เวทีนานาชาติเป็นสนามขายศักยภาพอย่างจริงจัง

จาก TIFF สู่เงินลงทุนการลงทุนภาพยนตร์กว่า 3,000 ล้านบาท: ความสำเร็จที่ส่งสัญญาณใหญ่
แกนกลางของเรื่องนี้คือความสำเร็จเชิงตัวเลขที่สะท้อนพลังของท่องเที่ยวภาพยนตร์ไทย กรมการท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน Toronto International Film Festival: The Market ระหว่างวันที่ 10–16 กันยายน ที่นครโทรอนโต โดยมีคณะผู้สร้างจากนานาชาติมากกว่า 25 รายแสดงความสนใจเข้ามาถ่ายทำและลงทุนในประเทศ คาดการณ์มูลค่าการลงทุนกว่า 3,120 ล้านบาท นี่คือการทะลุเป้าจากเดิมที่ตั้งไว้เพียง 500 ล้านบาทอย่างชัดเจน คำกล่าวของอธิบดีกรมการท่องเที่ยวที่ว่า การตอบรับครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมภาพยนตร์นานาชาติจึงมีน้ำหนัก เพราะเป็นตัวเลขที่ผูกกับดีลจริง ไม่ใช่เพียงคำโฆษณา ความเนื้อหอมของสถานที่ถ่ายทำหนังในครั้งนี้ยังมีความหมายทางการเมืองเชิงนโยบาย ว่าประเทศกำลังเดิมพันกับการลงทุนภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ และพร้อมใช้เครื่องมืออย่าง Cash Rebate สูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์เพื่อดึงโปรดักชันเข้ามา

กลยุทธ์ Premier Film Location: จาก Filming Paradise สู่การขายระบบนิเวศทั้งแพ็กเกจ
การประกาศตัวเป็น Filming Paradise และ Premier Film Location ไม่ได้ขายแค่วิวสวย แต่คือการเสนอแพ็กเกจครบวงจร ตั้งแต่สถานที่ถ่ายทำหนัง ทีมงาน โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงมาตรการ Cash Rebate ที่ช่วยให้การลงทุนภาพยนตร์คุ้มค่าขึ้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าร่วม TIFF ภายใต้แคมเปญ Amazing Location: From Scene to Scenic เชื่อมโลกของกองถ่ายเข้ากับ Set-Jetting หรือการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ เพื่อเปลี่ยนฉากในหนังให้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางจริง ทิศทางนี้ชัดเจนว่าไม่อยากให้ประเทศเป็นแค่ฉากหลังราคาถูก แต่ต้องการขาย “สถานที่ในฐานะตัวละคร” ที่มีผู้คน วัฒนธรรม และชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ นโยบาย Healing is the New Luxury ที่เน้นความรู้สึกได้รับการต้อนรับและแรงบันดาลใจระหว่างทำงาน คือการวางตำแหน่งใหม่ให้ท่องเที่ยวภาพยนตร์ไทยต่างจากคู่แข่งในภูมิภาค

TIFF ในฐานะสนามตลาด และการเล่นเกมแบบทีมไทยแลนด์
TIFF: The Market ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในฐานะเวทีพบปะ เจรจา และสร้างเครือข่ายให้ผู้เล่นอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก ฝ่ายนโยบายไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ กรมการท่องเที่ยวออกคูหานิทรรศการ ส่งสัญญาณว่ารัฐพร้อมอำนวยความสะดวกกองถ่ายต่างชาติ และทำงานบูรณาการกับกระทรวงพาณิชย์และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในรูปแบบทีมไทยแลนด์ การทำงานเป็นทีมนี้ทำให้ไม่ใช่แค่ขายโลเคชัน แต่ยังขายระบบนิเวศการผลิต บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐาน และโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมหนังไทยไปพร้อมกัน มีบริษัทด้านภาพยนตร์และสื่อบันเทิงระดับนานาชาติกว่า 40 รายเข้ามาพูดคุยเจรจา สะท้อนความสนใจต่อการใช้ประเทศเป็นทั้งสถานที่ถ่ายทำและฐานการผลิตคอนเทนต์ เมื่อรวมกับตัวเลขความสนใจลงทุนที่สูงกว่าคาดมาก การไป TIFF ครั้งนี้จึงเป็นกรณีศึกษาเรื่องการใช้เทศกาลหนังเป็นแพลตฟอร์มการตลาดเชิงอุตสาหกรรมเต็มตัว

จากจอภาพสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจ: โอกาสและโจทย์ต่อไปของท่องเที่ยวภาพยนตร์ไทย
เมื่อการลงทุนภาพยนตร์เริ่มหลั่งไหล ความท้าทายต่อไปคือการเปลี่ยนดีลที่ตกลงในงาน TIFF ให้กลายเป็นกองถ่ายจริงในปีต่อไป และต่อยอดสู่การเดินทางของผู้ชมที่อยากตามรอยฉากโปรด กองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศประกาศจะติดตามและประสานงานกับผู้ผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดการถ่ายทำจริงในปี 2570 ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเตรียมต่อยอดผ่านกิจกรรม FAM Trip เชิญผู้อำนวยการสร้างและบุคลากรหนังมาสัมผัสพื้นที่จริง เพื่อเปลี่ยนความสนใจให้เป็นโอกาสด้านการถ่ายทำและการเดินทางในอนาคต บทสรุปคือ หากรัฐรักษาความต่อเนื่องของนโยบาย อัพเกรดอุตสาหกรรมหนังไทยให้เดินคู่กับท่องเที่ยวภาพยนตร์ไทยได้สำเร็จ ภาพจำบนจอจะไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่จะกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ป้อนรายได้และความฝันให้ทั้งผู้สร้างและผู้คนในพื้นที่ไปพร้อมกัน






