ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ใช้ Copilot ใหม่ลดงานประจำวัน พลิกอีเมล ชีต และรายงานให้ทำเอง

ใช้ Copilot ใหม่ลดงานประจำวัน พลิกอีเมล ชีต และรายงานให้ทำเอง
ความสนใจ|เทคนิคการใช้ AI

Copilot แบบใหม่คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับงานออฟฟิศ

Copilot แบบใหม่คือระบบผู้ช่วยอัจฉริยะในตระกูล Microsoft 365 ที่รวม AI ขั้นสูงเข้ากับเครื่องมือคุ้นเคยอย่าง Outlook Excel PowerPoint และระบบเอกสารต่างๆ เพื่อให้รับเป้าหมายจากผู้ใช้ แบ่งงานออกเป็นขั้นตอน ทำงานต่อเนื่องเบื้องหลัง และเชื่อมโยงข้อมูลข้ามแอปได้เอง ช่วยลดภาระงานประจำวันซ้ำซากลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมนุษย์ยังเป็นคนกำหนดเจตจำนงและตรวจผลงานสุดท้าย

สาระสำคัญคือ Copilot ไม่ได้เป็นแค่แชตที่ตอบคำถาม แต่เริ่มเป็น Copilot อัตโนตมัติงานที่ลงมือทำแทน เช่น ค้นเอกสาร รวบรวมข้อมูล อัปเดตแบบฟอร์ม หรือเตรียมดราฟต์รายงาน ซึ่งเป็นงานกลางที่กินเวลานานในออฟฟิศได้มากขึ้นเรื่อยๆ วิสัยทัศน์นี้สะท้อนชัดจากการที่ยอดการใช้งานประจำวันเติบโตขึ้นถึง 8 เท่าในหนึ่งปี แปลว่าผู้ใช้เริ่มยอมมอบหมายงานทั้งก้อนให้ AI ทำมากกว่าการสั่งทีละคำสั่งย่อยแล้ว

ข้อดีสำหรับคนทำงานสายออฟฟิศคือ เราไม่ต้องเป็นสายเทคหรือเขียนโค้ดได้ถึงจะใช้ AI ขั้นสูงได้ เพราะ Copilot ถูกออกแบบให้ทำงานผ่านภาษาธรรมชาติ แปลเป้าหมายทางธุรกิจให้กลายเป็นเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ โดยยังยึดเครื่องมือที่เราใช้ประจำอยู่แล้วเป็นหลัก

ใช้ Copilot ใหม่ลดงานประจำวัน พลิกอีเมล ชีต และรายงานให้ทำเอง

Home: ศูนย์บัญชาการใหม่สำหรับอีเมล เอกสาร และประชุม

หัวใจของ Copilot ใหม่คือ Home ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่รวมโหมด Chat และ Cowork ไว้ที่เดียว ให้เรากระโดดจากแชต ประชุม เอกสาร และเอเจนต์ได้ในหน้าจอเดียว ตรงนี้แหละคือจุดเริ่มต้นของการลดงานประจำวัน AI เข้ามาช่วยจัดระเบียบทั้งสัปดาห์ของเรา ไม่ใช่แค่ตอบคำถามชั่วครั้งชั่วคราว

ในโหมด Chat เราสามารถให้ Copilot สรุปอีเมลที่คั่งในกล่องเข้า ร่างคำตอบแบบมืออาชีพ หรือค้นข้อมูลจากไฟล์ใน OneDrive และ SharePoint เพื่อใช้ตอบกลับลูกค้าได้ทันที ส่วนโหมด Cowork เหมาะกับงานหลายขั้นตอน เช่น ขอให้จัดทำข้อเสนอโครงการหรือชุดเอกสารปิดบัญชี Copilot จะไปค้นไฟล์เก่า ดึงข้อมูลจากสเปรดชีต มาจัดเรียงและร่างเอกสารให้ครบเป็นชุด โดยไม่ต้องให้เราสลับระหว่าง Outlook Word และ Excel ไปมาเอง

ความต่างสำคัญคือเราเริ่มพูดกับ Copilot ด้วยเป้าหมาย ไม่ใช่แค่คำสั่งเล็กๆ เช่น แทนที่จะบอกให้ช่วยสรุปไฟล์ทีละไฟล์ เราบอกได้ว่า ขอรายงานสถานะโครงการทุกเคสจากอีเมล สเปรดชีต และบันทึกประชุมล่าสุด แล้ว Copilot จะไปจัดโฟลเดอร์ข้อมูล หาไฟล์ที่เกี่ยวข้อง และรวมเป็นเอกสารเดียวให้ในเวิร์กโฟลว์เดียว

ใช้ Copilot ใหม่ลดงานประจำวัน พลิกอีเมล ชีต และรายงานให้ทำเอง

Code: สร้างเครื่องมืออัตโนมัติเองได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

ถ้า Home ทำให้เราทำงานประจำได้เร็วขึ้น ฟีเจอร์ Code คือประตูสู่การสร้างโซลูชันของตัวเองโดยไม่ต้องเป็นนักพัฒนา Code เปิดให้ทุกคนอธิบายสิ่งที่ต้องการเป็นภาษาปกติ เช่น ระบบติดตามงาน แดชบอร์ด หรือเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ แล้ว Copilot จะเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมและสร้างเครื่องมือนั้นให้เอง

จุดน่าสนใจคือ Code ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ GitHub Copilot แต่ทำงานในสภาพแวดล้อมแบบ Sandbox ภายในระบบขององค์กร ทำให้การสร้างเครื่องมือสำหรับงานเฉพาะ เช่น ฟอร์มเก็บข้อมูลลูกค้าอัตโนมัติ หรือแดชบอร์ดสรุปยอดขายจาก Excel กลายเป็นเรื่องที่พนักงานทั่วไปทำได้ในไม่กี่คำสั่ง นี่คือก้าวสำคัญของ Copilot อัตโนตมัติงาน เพราะเราไม่ต้องรอทีมไอทีพัฒนาเฉพาะกิจให้

เมื่อโซลูชันเริ่มถูกสร้างมากขึ้นทั้งจากผู้ใช้ทั่วไปและนักพัฒนา ระบบ Microsoft Copilot Managed Runtime เข้ามาช่วยรองรับการเก็บและรันโค้ดเหล่านี้ในสภาพแวดล้อม Microsoft 365 อย่างปลอดภัย เปิดทางให้แชร์แอป เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ และเข้าถึงจากหลายอุปกรณ์ได้ จึงรองรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายขนาดโซลูชัน AI ทั่วองค์กรได้อย่างเป็นระบบ

ใช้ Copilot ใหม่ลดงานประจำวัน พลิกอีเมล ชีต และรายงานให้ทำเอง

Autopilot: เพื่อนร่วมงานดิจิทัลที่รับงานยาวๆ ไปทำแทน

จุดที่เปลี่ยนเกมเรื่องการลดงานประจำวัน AI อย่างที่สุดคือ Autopilot ซึ่งทำให้ AI ไม่ได้แค่ตอบสนอง แต่กลายเป็นเพื่อนร่วมงานดิจิทัลตัวจริง Autopilot คือเอเจนต์อัตโนมัติระยะยาวที่มีตัวตน อีเมล หน่วยความจำ และพื้นที่ทำงานของตัวเองภายใต้การกำกับของระบบความปลอดภัย Agent 365 สามารถทำงานเชิงรุกร่วมกับคนในทีมผ่านการแท็กชื่อใน Teams Outlook หรือไฟล์เอกสารได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วิธีคิดที่ควรใช้กับ Copilot Autopilot ใช้งาน คือให้มองมันเป็นสมาชิกทีม เราสามารถตั้งชื่อ กำหนดบทบาท และตั้งเป้าหมายให้ Autopilot จากนั้นมันจะคอยตรวจสอบช่องทางสื่อสาร ติดตามเธรดการสนทนา ทำงานที่เกิดซ้ำ และกลับมาทำงานต่อได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่งใหม่ทุกครั้ง การออกแบบนี้เปลี่ยน AI จากผู้ช่วยที่ต้องเรียกใช้ เป็นคนรับงานที่วิ่งตามงานให้เราแทน

ด้านหลัง Autopilot ยังใช้แนวคิดเอเจนต์ AI ที่สามารถรับเป้าหมายและติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน แม้หลังจากที่มนุษย์ออกจากเครื่องไปแล้ว หมายความว่า งานอย่างการรวบรวมข้อมูลรายสัปดาห์ เตรียมรีพอร์ตยอดขาย หรือสรุปข้อเสนอจากอีเมลทั้งเดือน สามารถถูกมอบหมายแล้วปล่อยให้ระบบวิ่งเองเบื้องหลัง ลดเวลาที่เราต้องมานั่งไล่ทีละไฟล์อย่างมาก

ใช้ Copilot ใหม่ลดงานประจำวัน พลิกอีเมล ชีต และรายงานให้ทำเอง

ต่อยอดสู่เวิร์กโฟลว์อัตโนมัติทั้งองค์กร โดยยังคุมเกมได้

เมื่อมองรวมกันทั้ง Home Code และ Autopilot จะเห็นว่า Copilot รุ่นใหม่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมเครื่องมือเวิร์กโฟลว์ที่เราคุ้นเคยกับ AI ขั้นสูงได้อย่างแนบเนียน ตั้งแต่ Outlook Teams Word Excel PowerPoint OneDrive ไปจนถึง SharePoint เมื่อข้อมูลถูกเชื่อมและตั้งค่าถูกต้อง AI จะไม่เห็นแค่คำสั่งเดียว แต่เห็นบริบทการทำงานทั้งหมดของเรา ทำให้งานจัดการข้อมูล ความรู้ และเอกสารในองค์กรเริ่มไหลเป็นระบบเดียวกัน

ในมุมผู้นำองค์กร นี่ไม่ใช่แค่เครื่องมือช่วยพนักงานรายบุคคล แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายขนาดโซลูชัน AI ให้ครอบคลุมทั้งองค์กร ผ่านโครงสร้าง Managed Runtime และ Agent 365 ที่เปิดให้ ITOps SecOps และ FinOps ดูแลตัวตนเอเจนต์ ความปลอดภัย และต้นทุนอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การใช้ Copilot อัตโนตมัติงานไม่หลุดจากกรอบนโยบายข้อมูลภายใน

ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคือ ถ้าองค์กรยังใช้ AI แค่ให้เขียนอีเมลหรือสรุปไฟล์ แปลว่ายังใช้ Copilot ต่ำกว่าศักยภาพมาก จุดที่ควรเริ่มคือ 1 นิยามงานประจำที่ใช้เวลามากที่สุด 2 ลองให้ Home และ Cowork รับไปทำเป็นเวิร์กโฟลว์ 3 ใช้ Code สร้างเครื่องมือเสริม และ 4 ตั้ง Autopilot ให้ดูแลงานยาวๆ เมื่อทำครบทั้งสี่ขั้น เราจะเริ่มเห็นภาพออฟฟิศที่ AI ช่วยลดงานประจำวัน AI ไม่ได้มาแย่งงาน แต่มาให้เรามีเวลาไปโฟกัสงานคิด งานคุย และงานตัดสินใจที่คนเท่านั้นทำได้ดี

ใช้ Copilot ใหม่ลดงานประจำวัน พลิกอีเมล ชีต และรายงานให้ทำเอง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!