ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้าปลีกบุกตะวันออกกรุงเทพ ไฮบริดสโตร์และศูนย์ค้าใหม่แข่งยึดกำลังซื้อ

ค้าปลีกบุกตะวันออกกรุงเทพ ไฮบริดสโตร์และศูนย์ค้าใหม่แข่งยึดกำลังซื้อ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตะวันออกกรุงเทพกลายเป็นเวทีใหม่ของการค้าเชิงประสบการณ์

การแข่งขันค้าปลีกฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ คือกระบวนการที่ผู้ประกอบการศูนย์ค้าเปิดใหม่กรุงเทพ และร้านค้าปรับปรุงใหม่ ลงทุนยกระดับรูปแบบสโตร์ พื้นที่บริการ และประสบการณ์ช้อปปิ้ง เพื่อตอบรับกำลังซื้อที่ขยายตัวจากเขตเมืองชั้นกลางสู่ชานเมือง และเพื่อสร้างจุดหมายปลายทางการใช้ชีวิตที่ดึงดูดผู้บริโภคหลายกลุ่มในพื้นที่เดียวกัน

ขณะนี้ตะวันออกกรุงเทพไม่ใช่เพียงเส้นทางผ่าน แต่กลายเป็นสมรภูมิหลักของการสร้างโมเดล ไฮบริดสโตร์เทรนด์ และศูนย์การค้าแบบใหม่ที่ผสมผสานสินค้า บริการ และไลฟ์สไตล์ในที่เดียว การลงทุนระดับหลายร้อยล้านบาทในโซนมีนบุรีและสมุทรปราการสะท้อนมุมมองเดียวกันว่า ใครยึดฐานที่นี่ได้ก่อน มีโอกาสครองตลาดระยะยาว เพราะกำลังซื้อกำลังเคลื่อนออกจากย่านศูนย์กลางสู่เมืองรอบนอกที่เดินทางสะดวก

CJ MORE ปูพรมกรุงเทพด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง

CJ MORE ภายใต้การนำของเสถียร เสถียรธรรมะ เดินเกมรุกชัดเจน ปัจจุบันมีสาขารวมราว 2,100 แห่ง ครอบคลุม 60 จังหวัด แบ่งเป็น CJ Super 1,500-1,600 สาขา และ CJ MORE 400-500 สาขา พร้อมเร่งเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยราว 500 แห่งต่อปีจากเดิม 300-400 แห่ง และอาจเร่งถึง 600-700 แห่งในระยะต่อไป นี่ไม่ใช่การขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่คือการเร่งสร้างขนาดธุรกิจเพื่อให้เครือข่ายหนาแน่นพอจะสู้ผู้เล่นรายใหญ่

จุดหักเหสำคัญคือการปูพรมกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านชุมชนและซอยต่างๆ ที่มีสาขากว่า 300 แห่งแล้ว และตั้งเป้าให้กรุงเทพฯ และปริมณฑลคิดเป็นราว 30% ของเครือข่ายในอนาคต กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองที่เริ่มจากต่างจังหวัดแล้วค่อยเจาะเข้ากรุงเทพฯ ทำให้ CJ MORE เข้าไปอยู่ “ใกล้บ้าน” ผู้บริโภคมากกว่าคู่แข่ง เน้นร้านใหญ่ขึ้น สินค้าหลากหลาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ครบ ถูก คุ้ม” แทนการแข่งด้วยจำนวนสาขาหรือความสะดวกอย่างเดียว เป้าหมายระยะไกลคือมากกว่า 5,000 สาขาและเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2572

เมกาโฮม มีนบุรี ไฮบริดสโตร์เรื่องบ้านที่ยึดทั้งช่างและเจ้าของบ้าน

เมกาโฮม มีนบุรีเลือกเดินเกมต่างจากร้านค้าปรับปรุงใหม่ทั่วไป ด้วยการลงทุนกว่า 310 ล้านบาทในการรีโนเวทสาขาและผนึกโฮมโปรในทำเลเดียวกัน ปั้นเป็นไฮบริดสโตร์รองรับทั้งกลุ่มช่าง ผู้รับเหมา และเจ้าของบ้าน เปิดให้บริการวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยตั้งเป้ารายได้กว่า 80 ล้านบาทต่อเดือน โมเดลนี้ไม่ใช่แค่ขยายพื้นที่ขาย แต่คือการออกแบบ “ระบบนิเวศเรื่องบ้าน” ตั้งแต่งานโครงสร้างไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในจุดเดียว

ทำเลมีนบุรี คลองสามวา และหนองจอกถูกมองว่าเป็นโซน “กำลังสร้าง” ที่มีงานก่อสร้าง ต่อเติม และรีโนเวทเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากโครงการบ้านจัดสรรสองชั้น ทาวน์โฮม ไปจนถึงคอนโด Low Rise แนวรถไฟฟ้าสีชมพู ในรัศมี 10 กิโลเมตรของสาขามีครัวเรือนเกือบ 1.3 แสนครัวเรือน และพื้นที่เติบโตปีละ 2.99% การใช้ไฮบริดสโตร์เทรนด์จึงกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง เพราะช่วยลดรอยต่อการซื้อสินค้าเรื่องบ้านที่เดิมต้องไปหลายแห่งให้จบในที่เดียว ทั้งฝั่งช่างที่ต้องการของพร้อมส่งราคาจับต้องได้ และฝั่งเจ้าของบ้านที่ต้องการโซลูชันพร้อมบริการติดตั้ง

ค้าปลีกบุกตะวันออกกรุงเทพ ไฮบริดสโตร์และศูนย์ค้าใหม่แข่งยึดกำลังซื้อ

โรบินสัน สมุทรปราการ จากศูนย์การค้าสู่ Smart Destination ฝั่งตะวันออก

ในสมุทรปราการ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์เลือกอัปเกรดครั้งใหญ่ด้วยงบกว่า 500 ล้านบาท ยกระดับพื้นที่กว่า 29 ไร่ หรือรวม 77,000 ตารางเมตร สู่แนวคิด Smart Destination รองรับกำลังซื้อที่เติบโตจากฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ แผน Upgrade & Expand ครอบคลุมพื้นที่ค้าปลีกกว่า 39,000 ตารางเมตร เพื่อเปลี่ยนภาพจากห้างช้อปปิ้งทั่วไปไปเป็นจุดหมายด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ของสมุทรปราการ

หัวใจของการรีโนเวทคือการเพิ่มร้านอาหารกว่า 150 แห่ง และเสริมโซนไอทีและความบันเทิงทั้งโรงภาพยนตร์และสวนสนุก เพื่อจับกลุ่มครอบครัวและคนทำงานหลายช่วงวัย ทำเลที่เชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟฟ้า BTS สถานีแพรกษา ทำให้ศูนย์ฯ กลายเป็นจุดดึงทราฟฟิกคนเมืองแบบเป็นระบบ แนวคิดการออกแบบใหม่ในคอนเซ็ปต์ Lifestyle Oasis ผสมแนวคิดพืชสวน เพิ่มพื้นที่สีเขียวและบรรยากาศพักผ่อน พร้อมแผนจัดงานอีเวนต์กว่า 100 ครั้งจนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อให้ศูนย์ฯ มีชีวิตและสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการซ้ำ

ศูนย์ค้าเปิดใหม่กรุงเทพยุคหน้า ใครชนะต้องขายมากกว่าสินค้า

เมื่อมองภาพรวม สาขาใหม่สมุทรปราการของโรบินสัน เมกาโฮม มีนบุรีที่พลิกเป็นไฮบริดสโตร์ และการปูพรมซอยกรุงเทพของ CJ MORE สะท้อนแนวโน้มเดียวกันว่า ค้าปลีกยุคหน้าแข่งขันกันที่ประสบการณ์และบริการครบวงจร มากกว่าการเปิดสาขาเพื่อเพิ่มจุดขายเฉยๆ ผู้เล่นรายใหญ่กำลังสร้าง “เหตุผลในการเดินทาง” ไม่ว่าจะเป็นการรวมงานช่างและงานบ้านไว้ในที่เดียว หรือการเปลี่ยนศูนย์การค้าให้เป็น Lifestyle Oasis ที่มีกิจกรรมต่อเนื่อง

สำหรับผู้บริโภค ความเปลี่ยนแปลงนี้มีผลชัดเจน คือมีตัวเลือกใกล้บ้านมากขึ้น การเดินห้างไม่ใช่แค่ไปซื้อของแต่เป็นการใช้เวลา ทำงาน กินข้าว และทำธุรกรรมในที่เดียว แน่นอนว่าการแข่งขันค้าปลีกจะเดือดขึ้น แต่ในเชิงโครงสร้างคือข่าวดีของฝั่งตะวันออกกรุงเทพ เพราะทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการค้า การบริการ และไลฟ์สไตล์กระจายตัวมากขึ้น ลดการกระจุกตัวในใจกลางเมือง และเปิดโอกาสให้ย่านชานเมืองก้าวสู่บทบาทเมืองศูนย์กลางแห่งใหม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!