ภาพใหญ่ของการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้น และบทบาทของจีน–เกาหลี
การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว คือกระบวนการที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ รายได้ และโอกาสทางเศรษฐกิจกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังวิกฤตโควิด โดยมีตลาดหลักในเอเชียอย่างท่องเที่ยวไทยจากจีน และนักท่องเที่ยวเกาหลี เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ควบคู่กับการตลาดเชิงรุกของรัฐและเอกชนที่เน้นการฟื้นเที่ยวบิน การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า และการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในเมืองหลักกับเมืองรองอย่างเป็นระบบ
ตัวเลขล่าสุดสะท้อนชัดว่าเครื่องยนต์ท่องเที่ยวเริ่มเดินต่อ แต่ไม่ได้วิ่งแบบราบเรียบ ตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 1 สิงหาคม มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 18,510,243 คน สร้างรายได้ 896,214 ล้านบาท แม้จำนวนรวมลดลง 3.19% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ภายใต้ตัวเลขที่ดูถดถอยนี้ จีนยังคงเป็นตลาดอันดับหนึ่ง และเกาหลีกำลังไต่ระดับขึ้นมาอย่างน่าจับตา การอ่านเกมฟื้นตัวจึงต้องมองเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ดูแค่ยอดรวมทั้งปี

จีนยังครองบัลลังก์: มากสุดทั้งจำนวนและรายได้
ถ้าจะหาตลาดที่ยังเป็นเสาหลักของการท่องเที่ยวไทย คำตอบยังหนีไม่พ้นท่องเที่ยวไทยจากจีน จีนส่งนักท่องเที่ยว 3,078,486 คน ระหว่างต้นปีถึง 1 สิงหาคม ครองอันดับหนึ่งแบบทิ้งห่าง ขณะที่ข้อมูลอีกช่วงระบุว่า ระหว่าง 1 มกราคม–18 กรกฎาคม นักท่องเที่ยวต่างชาติ 17,942,931 คน สร้างรายได้ 867,743 ล้านบาท ซึ่งจีนก็ยังอยู่ในอันดับสูงสุดเช่นกัน ประโยคที่ควรหยิบมาอ้างอิงคือ “นักท่องเที่ยวจีนยังถูกคาดการณ์ว่าจะทำรายได้มากกว่า 2 แสนล้านบาทในปีเดียว”
รัฐบาลจึงเลือกเดินหมากการทูตด้านการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีนำคณะภาครัฐและเอกชนเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 16–20 กรกฎาคม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี และส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน การหารือกับสายการบินและแพลตฟอร์มดิจิทัลจากจีน เช่น การผลักดันเส้นทางบินใหม่และแคมเปญร่วมทางการตลาด ชี้ชัดว่าไทยเลือกลงทุนเชิงยุทธศาสตร์กับตลาดที่พร้อมจ่าย และมีพลังการเดินทางระยะยาว

เกาหลีร้อนแรง: จากอันดับรองสู่ดาวรุ่งของภูมิภาค
แม้จีนจะเป็นเสาหลัก แต่นักท่องเที่ยวเกาหลีกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ตลาดเอเชียคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เกาหลีใต้เข้ามา 679,064 คน อยู่ในกลุ่ม 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของเกาหลี ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศนี้เพิ่มขึ้นถึง 19.85% จากสัปดาห์ก่อน และขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ของนักท่องเที่ยวรายสัปดาห์ นี่คือสัญญาณว่าฤดูกาลท่องเที่ยวและปัจจัยด้านการศึกษา ส่งผลต่อการเดินทางของตลาดนี้อย่างชัดเจน
แผนระยะกลางและยาวของการท่องเที่ยวไทยก็ให้ความสำคัญกับเกาหลีอย่างเป็นระบบ มีการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวเกาหลีจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านคนในปีปัจจุบัน และขยับขึ้นราว 4% ในปีถัดไป นั่นหมายความว่า หากไทยวางตำแหน่งสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์ เช่น เที่ยวเมืองรอง เชื่อมต่อวัฒนธรรมอาหารและบันเทิงแบบเกาหลี–ไทย ก็มีโอกาสเปลี่ยน “นักท่องเที่ยวระยะสั้น” ให้กลายเป็นฐานลูกค้าประจำที่กลับมาเที่ยวซ้ำ

ตลาดไม่ฟื้นเท่ากัน: ทำไมต้องใช้กลยุทธ์เฉพาะตลาด
ข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับคือ การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวแบบไม่เท่ากันระหว่างตลาด ตลาดระยะใกล้บางส่วนชะลอจากข่าวสถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ และการลดเที่ยวบินเส้นทางอินเดีย–ไทย ในขณะที่ตลาดระยะไกล โดยเฉพาะยุโรป กลับเติบโตต่อเนื่องจากการเปิดเส้นทางบินใหม่ เช่น ดูไบ–ดอนเมือง และอัมสเตอร์ดัม–สุวรรณภูมิ ความต่างนี้บอกชัดว่า ไม่อาจใช้สูตรเดียวทำตลาดทุกประเทศได้อีกต่อไป
การท่องเที่ยวแห่งชาติจึงกำหนดเป้าหมายนักท่องเที่ยวจากตลาดเอเชียไว้ที่ 22 ล้านคน จากเป้าหมายต่างชาติรวม 33 ล้านคน แต่การจะไปถึงตัวเลขนี้ ต้องประยุกต์กลยุทธ์เฉพาะตลาด เช่น เน้นประสบการณ์ใหม่และใช้ดิจิทัลเจาะกลุ่มเดินทางเองในจีน ปรับภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยเพื่อดึงตลาดระยะใกล้ และใช้สายการบินกับโครงการจูงใจอย่าง Thailand Air Connect เพื่อดึงเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่มีที่นั่งเกิน 80% เข้าประเทศ นี่ไม่ใช่แค่การทำโฆษณาเพิ่ม แต่คือการออกแบบห่วงโซ่การเดินทางทั้งระบบ

เกมต่อไปของตลาดเอเชีย: จากปริมาณสู่คุณภาพ
เมื่อมองไปข้างหน้า ทิศทางชัดเจนคือ การเติบโตจะกลับมาแต่ไม่หวือหวา โดยเฉพาะตลาดจีนที่ถูกคาดว่าจะอยู่ราว 5.28–5.39 ล้านคนในปีถัดไป หรือเติบโตเพียง 3–5% นั่นทำให้ไทยไม่อาจหวังพึ่ง “จำนวน” อย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องเน้น “มูลค่า” ต่อคน นักท่องเที่ยวจีนมีฐานการใช้จ่ายเฉลี่ยราว 5.4 หมื่นบาทต่อทริป และมีแนวโน้มขยับขึ้น 2–4% ทำให้รายได้รวมถูกคาดว่าจะสูงกว่า 2 แสนล้านบาท เพิ่มราว 10% จากปีก่อน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า จะดึงใครมาเที่ยวมากกว่ากัน แต่คือจะทำอย่างไรให้ทุกทริปมีคุณภาพต่อเศรษฐกิจและชุมชน ในตลาดท่องเที่ยวอาเซียน ที่การแข่งขันรุนแรงขึ้น รัฐต้องเดินหน้าการทูตท่องเที่ยวต่อเนื่อง ฟื้นเที่ยวบิน เพิ่มความชัดเจนด้านวีซ่า ขณะที่เอกชนต้องออกแบบประสบการณ์ลึกขึ้นในเมืองรอง เชื่อมวัฒนธรรม อาหาร และกิจกรรมสร้างสรรค์ หากทำได้ การฟื้นตัวที่วันนี้ยังติดหล่มตัวเลขลบ จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นการเติบโตยั่งยืน ที่จีนยังเป็นเสาหลัก และนักท่องเที่ยวเกาหลีคือดาวรุ่งที่ห้ามมองข้าม







