จากโรงงานรถยนต์จีนสู่ยุทธศาสตร์ใหม่ของอาเซียน
โรงงานรถยนต์จีนในอาเซียนคือการที่บริษัทยานยนต์สัญชาติจีนเข้ามาตั้งฐานการผลิตและประกอบรถยนต์ในภูมิภาคเพื่อรองรับตลาดท้องถิ่น พวงมาลัยขวา และการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยผสานการใช้ชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ภายในภูมิภาคเข้ากับเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ เปลี่ยนภูมิภาคจากฐานประกอบแบบรับจ้างไปสู่บทบาทศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ระดับโลกที่มีการออกแบบ วิจัย และพัฒนา เกิดงานฝีมือและความรู้ใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค หัวใจของภาพใหญ่วันนี้ไม่ใช่แค่จำนวนโรงงานรถยนต์จีนที่เพิ่มขึ้น แต่คือการที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง GWM Dongfeng Forthing และผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง Kimlong กำลังใช้ภูมิภาคนี้เป็นฐานยุทธศาสตร์เพื่อการผลิตรถยนต์หลายระบบขับเคลื่อนและการส่งออกในระยะยาว GWM เข้ามาลงทุนตั้งแต่ปี 2563 ด้วยเม็ดเงินสะสมกว่า 20,000 ล้านบาท และประกาศชัดว่ามองภูมิภาคเป็นมากกว่าตลาดปลายทาง แต่เป็นฐานการผลิตหลักสำหรับการเติบโตระยะยาวของแบรนด์ นี่คือจุดพลิกเกมที่ทำให้อาเซียนขยับเข้าใกล้สถานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์โลกมากขึ้น

GWM: แบบเรียนการผสานซัพพลายเออร์ท้องถิ่นเข้ากับแพลตฟอร์มโลก
กรณีของ GWM เป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุดว่าบริษัทจีนไม่ได้มองภูมิภาคแค่วิธีลดต้นทุน แต่เห็นโอกาสสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมระยะยาว โรงงาน GWM Smart Factory ระยองถูกออกแบบให้เป็นฐานการผลิตครบวงจร รองรับทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ รถไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และเครื่องยนต์ดีเซลในสายการผลิตเดียวกัน พร้อมบทบาทเป็นศูนย์กลางผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาค กำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี และใช้แรงงานกว่า 1,100 คน สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าตัวเลขคือสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่อยู่ราว 45-52% ขึ้นกับรุ่น แสดงให้เห็นว่าซัพพลายเออร์ไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้รับงานประกอบ แต่ถูกดึงเข้าไปในห่วงโซ่การผลิตระดับโลกอย่างจริงจัง "ปัจจุบันรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงาน GWM ในไทยมีสัดส่วนใช้ชิ้นส่วนในประเทศประมาณ 45-52%" คือคำยืนยันว่าฐานซัพพลายเออร์ในภูมิภาคเริ่มกลายเป็นกลไกสำคัญของแพลตฟอร์มยานยนต์โลก ไม่ใช่แค่รองรับตลาดภายในภูมิภาคเท่านั้น GWM ยังเตรียมจัดงาน GWM Sourcing Day 2026 เพื่อขยายการจัดซื้อชิ้นส่วนในประเทศและเปิดทางซัพพลายเออร์เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของแบรนด์ ส่งผลต่อความสามารถแข่งขันของทั้งระบบห่วงโซ่อุปทานและผลิตภัณฑ์รถยนต์ในภาพรวม
FORTHING กับหมุดหมายโรงงานรถยนต์จีนแห่งที่ 9
ในขณะที่ GWM ลงหลักปักฐานไปแล้ว Dongfeng Forthing กำลังเดินเกมอย่างระมัดระวัง แต่ชัดเจนต่อทิศทางระยะยาว แบรนด์นี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตและประกอบรถยนต์ในภูมิภาค ซึ่งเริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยพิจารณาทั้งการลงทุนสร้างฐานผลิตเองและการร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น แนวทางนี้สะท้อนว่าบริษัทยินดีปรับตัวเข้ากับโครงสร้างอุตสาหกรรมที่มีอยู่ ไม่ใช่ยกเครื่องใหม่ทับระบบเดิม หากการศึกษาและแผนการลงทุนเดินตามขั้นตอน การตั้งโรงงานผลิตของ Dongfeng Forthing จะกลายเป็นฐานการผลิตแห่งที่ 9 ของผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนในภูมิภาค และถูกวางให้เป็นจุดยุทธศาสตร์แห่งแรกของแบรนด์ในอาเซียน ด้วยความพร้อมของโรงงานรถยนต์จีนที่มีอยู่ก่อน ระบบห่วงโซ่อุปทาน และศักยภาพด้านการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รถรุ่น FORTHING FRIDAY พร้อมรุ่นใหม่รหัส T5 และ T7 ที่มีแผนเปิดตัวในปี 2027 ถูกวางเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์แรกที่อยู่ในกรอบศึกษาการผลิตในภูมิภาค แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้คิดเพียงการประกอบรถทั่วไป แต่เล็งให้ฐานผลิตนี้รองรับไลน์ผลิตภัณฑ์รถยนต์รุ่นใหม่ระยะยาว
Kimlong Motor: ผู้เล่นหน้าใหม่ที่มองไกลกว่าตลาดภายในประเทศ
ต่างจากค่ายจีนรายใหญ่ Kimlong Motor มาจากภูมิหลังของผู้ผลิตในภูมิภาคที่ใช้การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากพันธมิตรจีนเป็นสะพานเชื่อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์อาเซียน บริษัทก่อตั้งเมื่อปี 2018 เชี่ยวชาญการผลิตรถโดยสาร รถตู้ และรถบรรทุก ก่อนขยายสู่รถโดยสารไฟฟ้าและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์พลังงานใหม่ พร้อมพึ่งพาตนเองมากขึ้นในขั้นตอนสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน เช่น เครื่องยนต์และเพลา ผ่านข้อตกลงการถ่ายทอดเทคโนโลยีกับพันธมิตรจีน แผนการตั้งโรงงานในภูมิภาคและการตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนผลิตในประเทศให้เกิน 50% สำหรับสินค้าที่ประกอบในภูมิภาค แสดงให้เห็นกรอบคิดที่ชัดเจน บริษัทไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ประกอบสุดท้าย แต่ต้องการสร้างฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนยานยนต์ขนาดใหญ่ที่ถูกพัฒนามาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 การที่ 90% ของห่วงโซ่อุปทานรถโดยสารดีเซลยังมาจากแหล่งผลิตภายในประเทศ และการตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผลิตในประเทศสำหรับรถโดยสารไฟฟ้าจาก 60% ในปัจจุบัน บวกกับการพัฒนาเพลาสำหรับรถไฟฟ้าสำเร็จในปี 2024 และลงทุนสายการผลิตเครื่องยนต์ขั้นสูงในปี 2025 เพื่อรองรับแผนส่งออกทั่วภูมิภาค ทำให้เห็นว่า Kimlong กำลังถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานยานยนต์อาเซียนอย่างมีบทบาท

อาเซียนในฐานะศูนย์กลางการผลิตใหม่: โอกาสและโจทย์ต่อไป
เมื่อมองรวมทั้ง GWM Dongfeng Forthing และ Kimlong ภาพใหญ่ที่ปรากฏชัดคืออาเซียนกำลังเคลื่อนจากฐานประกอบของผู้ผลิตต่างชาติ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางโรงงานรถยนต์จีนที่เชื่อมกับแพลตฟอร์มระดับโลก ห่วงโซ่อุปทานเริ่มขยายจากชิ้นส่วนพื้นฐานไปสู่ชิ้นส่วนมูลค่าสูง ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่กำลังสูง ไปจนถึงระบบจัดการความร้อนและเครื่องมือบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถูกระบุเป็นกลุ่มชิ้นส่วนสำคัญที่ GWM ต้องการร่วมพัฒนากับผู้ประกอบการไทย 10 กลุ่ม สำหรับผู้บริโภค การตั้งโรงงานรถยนต์จีนในภูมิภาคหมายถึงตัวเลือกผลิตภัณฑ์รถยนต์ที่หลากหลายขึ้น ทั้งรถพวงมาลัยขวาและรถเพื่อการพาณิชย์พลังงานใหม่ ตอบโจทย์การเดินทางและธุรกิจในรูปแบบที่สะท้อนสภาพการใช้งานจริงในภูมิภาค ขณะเดียวกันภูมิภาคก็ถูกยกระดับบทบาทจากผู้ซื้อเทคโนโลยีไปเป็นผู้ร่วมพัฒนา เมื่อผู้ผลิตอย่าง Dongfeng Forthing วางภูมิภาคเป็นจุดยุทธศาสตร์แห่งแรกในอาเซียน และบริษัทอย่าง Kimlong เดินหน้าพัฒนาชิ้นส่วนหลักด้วยตนเองเหมือนกรณีเพลารถไฟฟ้าและสายการผลิตเครื่องยนต์ โจทย์ต่อไปจึงไม่ใช่ว่าจะรับหรือปฏิเสธการลงทุนจากโรงงานรถยนต์จีน แต่คือจะใช้การขยายตัวอาเซียนครั้งนี้ออกแบบห่วงโซ่อุปทานให้สร้างมูลค่าเพิ่มกลับเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและสังคมของภูมิภาคได้แค่ไหน






