จากแบรนด์แฟชั่นไทยสู่ House of Brands: ยัสปาลกำลังสร้างจักรวาลดีไซเนอร์ใหม่

จากแบรนด์แฟชั่นไทยสู่ House of Brands: ยัสปาลกำลังสร้างจักรวาลดีไซเนอร์ใหม่
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

ยัสปาลเวอร์ชันใหม่: จากร้านเสื้อผ้าสู่ผู้สร้างระบบนิเวศแฟชั่น

การเปลี่ยนผ่านของยัสปาลคือกรณีศึกษาเรื่องการพัฒนาแบรนด์แฟชั่นไทยที่ขยายจากธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็น House of Brands และระบบนิเวศนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ ที่ผสานการลงทุนในแบรนด์แฟชั่นหลายสายกับการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับเอเชียที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง. ยัสปาลไม่ใช่แค่แบรนด์เสื้อผ้า Ready to Wear อีกต่อไป แต่กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ทั้งดีเอ็นเอดีไซน์ ความเข้าใจผู้บริโภค และเครือข่ายค้าปลีก มาต่อยอดสู่การสร้างจักรวาลแบรนด์แฟชั่นไทยที่พร้อมขยายตลาดเอเชียและจับมือกับพันธมิตรต่างชาติในเชิงลึก แทนการพึ่งพาตลาดภายในประเทศเพียงอย่างเดียว.

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงคือวิธีคิดของผู้นำที่ไม่พอใจกับการเป็น “แบรนด์ดังในบ้าน” แต่ต้องการให้ภาพลักษณ์มีความเป็นโกลบอล ทั้งในมุมดีไซน์ คุณภาพ และการเลือกจับมือกับบุคคลและแบรนด์ระดับโลก ยัสปาลเคยทำงานร่วมกับซูเปอร์โมเดลและดีไซเนอร์ระดับสากลจำนวนมากเพื่อยกระดับภาพแบรนด์ และล่าสุดยังได้สิทธิ์ออกแบบสินค้าทางการของ FIFA WORLD CUP QATAR 2022 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดว่าองค์กรไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ค้าปลีก แต่เป็นผู้เล่นในอุตสาหกรรมแฟชั่นสากล.

จากแบรนด์แฟชั่นไทยสู่ House of Brands: ยัสปาลกำลังสร้างจักรวาลดีไซเนอร์ใหม่

ตัวเลขไม่โกหก: ตลาดแฟชั่นโต ยัสปาลก็ต้องโตให้ต่าง

ถ้าจะถามว่าทำไมยัสปาลต้องเร่งขยายและปรับบทบาท คำตอบอยู่ที่ตัวเลขของอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างแรง อุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นและรองเท้ามีมูลค่า 302,751 ล้านบาท และเติบโต 5.8% โดยคาดว่าช่วงปี 2566-2570 จะเพิ่มขึ้นถึง 420,423 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 6.8%. ขณะเดียวกัน กลุ่มที่นอนและเครื่องนอนก็มีแนวโน้มโตเฉลี่ยปีละ 4.3% มูลค่าแตะ 5,863 ล้านบาท. แปลว่าใครย่ำอยู่กับที่ก็เสี่ยงถอยหลังทันที.

“ยัสปาลสามารถฝ่าวิกฤตโควิด-19 มาได้ด้วยรายได้ 6,467 ล้านบาท และกำไร 288 ล้านบาท” เป็นประโยคที่แสดงให้เห็นว่าธุรกิจไม่ได้แค่รอด แต่ยังมีฐานการเงินรองรับการขยายตัวครั้งใหม่. ในโอกาสครบรอบ 50 ปี แบรนด์จึงใช้ทั้งคอลเลกชันพิเศษ เช่น ลายโมโนแกรมตัว J แบบ 3 มิติ และแคมเปญ Time Flies เพื่อเล่าเรื่องการเดินทางของแบรนด์ไปข้างหน้า พร้อมดันแฟชั่นที่ครอบคลุมเดรส สูท เสื้อครอป กางเกงวอร์ม แจ็กเก็ต จั๊มสูท และยีนส์พิมพ์ลายโมโนแกรม รวมถึงแอคเซสเซอรี ตั้งแต่หมวก กระเป๋า รองเท้า ไปจนถึง Pet Accessories เพื่อเกาะทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า.

จากแบรนด์แฟชั่นไทยสู่ House of Brands: ยัสปาลกำลังสร้างจักรวาลดีไซเนอร์ใหม่

ความร่วมมือแฟชั่นกับมหาวิทยาลัย: สร้างนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ให้คิดเหมือนผู้ประกอบการ

ยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจที่สุดของยัสปาลคือการตัดสินใจลงลึกในระบบการศึกษา แทนที่จะบ่นว่าขาดคนเก่ง ยัสปาลเลือกลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อส่งต่อความรู้และประสบการณ์โดยตรงจากผู้ประกอบการมืออาชีพไปสู่นักศึกษา. นี่ไม่ใช่โครงการเพื่อภาพลักษณ์ แต่คือการสร้าง supply ของนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ให้ตรงกับดีเอ็นเอและความต้องการจริงของอุตสาหกรรมแฟชั่น.

ความร่วมมือแฟชั่นนี้ทำให้การเรียนรู้ในห้องเรียนเชื่อมกับโลกการทำงาน นักศึกษาถูกผลักให้ทำตั้งแต่ Fashion Illustration เทคนิคการตัดเย็บ การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจแฟชั่น ไปจนถึงการทำแฟชั่นโชว์แบบมืออาชีพ พร้อมบูรณาการโจทย์ที่บริษัทสนใจเข้ากับรายวิชา. ยัสปาลยังเปิดบ้านให้เข้าศึกษาดูงาน คัดเลือกนักศึกษาเข้าฝึกงาน และให้เรียนรู้กระบวนการออกแบบ การผลิต และการตลาดจริง ๆ ความร่วมมือแบบนี้ทำให้คำว่า “นักออกแบบไทยรุ่นใหม่” ไม่ได้หมายถึงคนที่วาดสวยเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจห่วงโซ่มูลค่าทั้งเส้นและพร้อมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนแบรนด์.

จากแบรนด์แฟชั่นไทยสู่ House of Brands: ยัสปาลกำลังสร้างจักรวาลดีไซเนอร์ใหม่

ดีล SATUR: ก้าวสำคัญสู่ House of Brands และการขยายตลาดเอเชีย

หากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยคือการลงทุนกับคน ดีลการนำ SATUR แบรนด์แฟชั่นสไตล์ Contemporary Casual จากเกาหลีใต้เข้ามาทำตลาดในไทยคือการลงทุนกับพอร์ตแบรนด์. ยัสปาลเปิดแฟล็กชิปสโตร์ SATUR แห่งแรกในไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหมากสำคัญในการขยายพอร์ตและปูทางสู่การเป็น “A Regional Fashion and Lifestyle House of Brands”. การเข้ามาของ SATUR ทำให้พอร์ตโฟลิโอของยัสปาล กรุ๊ปเพิ่มเป็น 16 แบรนด์ ซึ่งสะท้อนการขยายตัวจากแบรนด์เดียวไปสู่การถือครองหลายแบรนด์ในระดับภูมิภาค.

องค์กรประกาศชัดว่าต้องการพัฒนาธุรกิจให้เป็น House of Brands ระดับภูมิภาค โดยใช้ทั้งศักยภาพในการสร้างแบรนด์ของตัวเองและการจับมือกับแบรนด์ระดับสากลที่ต้องการขยายตลาด. การนำ SATUR เข้ามาไม่ใช่แค่การขายแฟชั่นเกาหลี แต่คือการดึงดีเอ็นเอ Contemporary Casual ที่ผสมความมินิมอล วินเทจ และความพรีเมียม มาตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ต้องการสไตล์หลากหลายและมีเรื่องราว. พร้อมกันนั้น ยัสปาลใช้ความเชี่ยวชาญด้านการตลาดและเครือข่ายค้าปลีกเพื่อผลักดัน SATUR ในไทย และมีเป้าหมายต่อยอดสู่ภูมิภาคในระยะต่อไป ซึ่งเป็นรูปธรรมของกลยุทธ์ขยายตลาดเอเชียผ่านความร่วมมือแฟชั่นกับแบรนด์ต่างชาติ.

จากแบรนด์แฟชั่นไทยสู่ House of Brands: ยัสปาลกำลังสร้างจักรวาลดีไซเนอร์ใหม่

บทสรุป: เมื่อแบรนด์แฟชั่นไทยเลือกโตด้วยทั้งคนและแบรนด์

ภาพรวมของยัสปาลตอนนี้คือการขยับจาก “แบรนด์เดียวที่แข็งแรง” ไปสู่ “เครือข่ายแบรนด์และคน” ที่เกื้อหนุนกัน การลงทุนด้านคอลเลกชันและภาพลักษณ์ช่วยรักษาความสดใหม่ของแบรนด์เดิม การนำ SATUR เข้ามาเติมช่องว่างของตลาดช่วยขยายฐานลูกค้า และความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยก็สร้างฐานนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ที่เข้าใจธุรกิจจริง ๆ นี่คือการวางหมากทั้งในระดับสินค้า พอร์ตแบรนด์ และทุนมนุษย์ไปพร้อมกัน.

ท่ามกลางอุตสาหกรรมแฟชั่นที่คาดว่าจะเติบโตระดับหลายแสนล้านบาทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า บริษัทแฟชั่นไทยที่ยังมองตัวเองแค่เป็นผู้ขายเสื้อผ้าคงเสียเปรียบอย่างชัดเจน ยัสปาลเลือกเส้นทางยากกว่าแต่ยั่งยืนกว่า นั่นคือการสร้างระบบนิเวศของแบรนด์แฟชั่นไทยที่ขยายตลาดเอเชียผ่านความร่วมมือแฟชั่นกับพันธมิตรต่างชาติ ขณะเดียวกันก็ปลูกเมล็ดพันธุ์นักออกแบบไทยรุ่นใหม่ให้เติบโตไปพร้อมกัน บทเรียนสำคัญคือ ถ้าอยากอยู่ในเกมแฟชั่นเอเชียให้นาน การสร้างทั้งแบรนด์และคนคือคำตอบเดียวที่พอจะชนะได้.

จากแบรนด์แฟชั่นไทยสู่ House of Brands: ยัสปาลกำลังสร้างจักรวาลดีไซเนอร์ใหม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!