ฟอรัมการค้าอาเซียนคืออะไร และทำไม “เสียงอาเซียน 2026” จึงสำคัญ
ฟอรัมการค้าอาเซียนคือเวทีระหว่างประเทศที่รวบรวมรัฐ เอกชน นักวิชาการ และองค์กรพัฒนา มาร่วมกำหนดทิศทางการค้า การลงทุน และการพัฒนาของภูมิภาค เพื่อเปลี่ยนบทบาทจากผู้ตามกติกาโลกไปสู่ผู้ร่วมออกแบบกติกาใหม่ ผ่านกรอบความร่วมมือ ASEAN ที่เน้นเศรษฐกิจมูลค่าสูง เทคโนโลยี AI ภูมิภาค และการเติบโตที่ยั่งยืนเชื่อมติดกับมิติสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
ในบริบทที่โลกเต็มไปด้วยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงกติกาการค้าโลก การแข่งขันเทคโนโลยี และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนแรงกดดันด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ภูมิภาคนี้ถูกบังคับให้เลือกว่าจะเป็นเพียงผู้รับผลกระทบ หรือจะรวมตัวกันเพื่อกำหนดอนาคตของตนเอง สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนาในฐานะองค์การมหาชนจึงจัดงาน Southeast Asia Trade and Development Forum 2026 หรือ SEA Forum ภายใต้แนวคิด The Voice of ASEAN: Transforming Crises into Opportunities เพื่อให้ “เสียงอาเซียน 2026” ไม่ใช่เสียงบ่นถึงปัญหา แต่เป็นเสียงร่วมออกแบบเกมเศรษฐกิจโลกใหม่

จากเวทีพูดคุยสู่การลงมือทำ: ฟอรัมการค้าอาเซียนกำหนดเกมใหม่อย่างไร
สิ่งที่ทำให้ SEA Forum แตกต่างคือการตั้งใจให้เป็น “สะพานเชื่อมองค์ความรู้” ที่แปลงข้อถกเถียงให้กลายเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงถ่ายรูปบนเวทีแล้วจบ นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา ระบุชัดว่าเป้าหมายคือการนำมุมมองจากผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ ภาคธุรกิจ และองค์กรระหว่างประเทศ มาต่อยอดสู่ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาในระยะยาว การเสวนาเชิงนโยบายหัวข้อ From Vision to Action: ASEAN’s Next Chapter จึงเป็นไฮไลต์สำคัญที่ดึงผู้นำความคิดระดับโลกมาร่วมกันออกแบบ “บทต่อไป” ของภูมิภาค ไม่ใช่ในเชิงทฤษฎี แต่ในเชิง “จะทำอะไร ต่อไป เมื่อไหร่ และใครต้องรับผิดชอบ”
หัวใจของเวทีนี้จึงวางอยู่บนการเปลี่ยนคำว่า The Voice of ASEAN ให้ขยายไปสู่ Action ที่ตรวจสอบได้ มีตัวชี้วัดและระบบติดตามผลชัดเจนควบคู่กันไป ตั้งแต่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ การปรับปรุงกฎระเบียบ ไปจนถึงการสร้างทุนมนุษย์และระบบการศึกษาที่รองรับยุคเศรษฐกิจดิจิทัล หากอาเซียนทำได้ตามที่ประกาศ SEA Forum จะกลายเป็นฟอรัมการค้าอาเซียนที่มีผลลัพธ์เชิงนโยบาย ไม่ใช่เพียงงานประชุมประจำปีที่พูดซ้ำเรื่องเดิม

ความร่วมมือ ASEAN ในโลกการค้าแตกขั้ว: ไม่เลือกข้าง แต่เลือกเติบโต
ท่ามกลางแนวโน้มโลกการค้าที่ “แตกขั้ว” ระหว่างมหาอำนาจ การจะเลือกอยู่ข้างใดข้างหนึ่งคือกับดักที่ลดอำนาจต่อรองและทำลายความยืดหยุ่นของภูมิภาค แนวคิดความร่วมมือ ASEAN ที่สะท้อนบนเวทีนี้จึงเน้นชัดว่า ภูมิภาคต้องรักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ สร้าง “พื้นที่ความร่วมมือ” กับทุกฝ่ายแทนการเลือกข้าง
ดร.ปิยนุช วุฒิสอน เสนอกรอบคิด 3 ทางรอดที่โดนใจผู้อ่านนโยบาย ได้แก่ หนึ่ง เปิดกว้างเชิงยุทธศาสตร์ ให้การเปิดประเทศกลายเป็นพลังต่อรอง ไม่ใช่ช่องโหว่ สอง เปลี่ยนความยืดหยุ่นไปเป็นความสามารถในการแข่งขัน และสาม มุ่งสู่คุณภาพของการเติบโตที่ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อยได้รับประโยชน์จริง ไม่ใช่ตัวเลข GDP สวยหรูแต่กระจุกตัว เธอย้ำว่า “การเติบโตของอาเซียนในอนาคตต้องตอบให้ได้ว่าใครมีส่วนร่วม ใครได้รับประโยชน์ และเราสร้างมูลค่าไว้ในประเทศได้มากเพียงใด” ซึ่งคือคำถามปลายเปิดที่รัฐบาลและภาคเอกชนทุกประเทศในภูมิภาคต้องตอบร่วมกัน

เทคโนโลยี AI ภูมิภาคและเศรษฐกิจมูลค่าสูง: โอกาสรอบใหม่ที่อาเซียนยังตามไม่ทัน
ถ้าอาเซียนยังมองตนเองเป็นเพียงฐานการผลิตต้นทุนต่ำ ภูมิภาคนี้จะติดหล่มประเทศรายได้ปานกลางไปอีกหลายทศวรรษ ผู้เชี่ยวชาญบนเวที SEA Forum เห็นตรงกันว่าทางออกเดียวคือการยกระดับสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ผ่านการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ภูมิภาคที่กำลังเปิดโอกาสการเติบโตระลอกใหม่ แต่ตัวเลขการใช้ AI ในภาคธุรกิจสะท้อนว่าภูมิภาคยังล้าหลัง “ปัจจุบันมีบริษัทไทยเพียงประมาณ 12% ที่ใช้ AI เมื่อเทียบกับ 43% ในสหรัฐฯ” ซึ่งไม่ใช่แค่ช่องว่างด้านเทคโนโลยี แต่คือช่องว่างด้านรายได้และอำนาจต่อรองในห่วงโซ่มูลค่าสากล
ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ เตือนว่า AI และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวจะเป็นตัวแปรหลักของเศรษฐกิจยุคใหม่ และเทคโนโลยีต้องถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างการพัฒนาที่ครอบคลุม ไม่ใช่เพิ่มความเหลื่อมล้ำ แนวคิดนี้เชื่อมกับคำถามใหญ่เรื่องคุณภาพการเติบโต เมื่อการพัฒนาเทคโนโลยีไม่ได้หมายถึงเพียงการดึงบริษัทใหญ่ต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงาน แต่รวมถึงการยกระดับทักษะ AI และความรู้ดิจิทัล (Digital Literacy) ให้ผู้ประกอบการ MSMEs ในภูมิภาคเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาคและระดับโลกด้วย หากพลาดรอบนี้ อาเซียนจะเสียโอกาสในการกระโดดข้ามไปสู่กลุ่มเศรษฐกิจรายได้สูงอย่างถาวร

จากเสียงเดียวสู่การลงมือร่วมกัน: บทสรุปสำหรับประชาชนและผู้กำหนดนโยบาย
มุมหนึ่งของ SEA Forum สะท้อนความจริงเจ็บปวดว่า หลายประเทศในภูมิภาคยังติดอยู่ในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบนมานานเกือบ 15 ปี และมีระดับรายได้เพียงราว 54% ของเกณฑ์ประเทศรายได้สูง ถ้าไม่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจวันนี้ เมื่อวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ การค้า พลังงาน และภูมิอากาศยกระดับรุนแรงขึ้น ประชาชนคือกลุ่มแรกที่เจ็บตัว ทั้งจากค่าครองชีพ การว่างงาน และความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้าง
คำตอบของฟอรัมนี้จึงชัดเจนกว่าเวทีใดในรอบหลายปี นั่นคือ อาเซียนต้องกล้าใช้พลังของตนในฐานะตลาดและฐานการผลิตขนาดใหญ่เพื่อก้าวไปสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ” ที่ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมลงทุน ร่วมผลิต ร่วมพัฒนานวัตกรรม และร่วมเติบโต พร้อมยกระดับความร่วมมือด้านนโยบายอุตสาหกรรม มองภูมิภาคเป็นตลาดเดียว เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก สำหรับประชาชนทั่วไป สิ่งที่ควรเรียกร้องจากผู้นำไม่ใช่แค่ตัวเลขส่งออกที่สวยงาม แต่คือการเติบโตที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคน โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ประกอบการรายเล็ก ได้เข้าไปยืนอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาคอย่างภาคภูมิใจ






