ทุนโลกจัดทัพใหม่กับบทบาทฐานการลงทุนภูมิศาสตร์กลาง
ฮับภูมิศาสตร์กลางด้านการลงทุนหมายถึงพื้นที่ที่มีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์เชื่อมต่อภูมิภาคต่าง ๆ ได้สะดวก มีขนาดตลาดเพียงพอรองรับการผลิตและบริการ และมีระบบเศรษฐกิจ กฎหมาย โครงสร้างพื้นฐานที่เปิดกว้างต่อเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางซัพพลายเชน การค้า การเงิน และการเคลื่อนย้ายเทคโนโลยีระหว่างภูมิภาคโดยเน้นความเชื่อมโยงที่ปลอดภัยและมีเสถียรภาพมากกว่าต้นทุนต่ำเพียงอย่างเดียว
การจัดทัพใหม่ของทุนโลกกำลังบังคับให้บริษัทข้ามชาติเปลี่ยนแนวคิดจากการไล่ต้นทุนต่ำสุดไปสู่การสร้างซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่นและกระจายฐานผลิตระดับภูมิภาคมากขึ้น ในบริบทนี้ อาเซียนถูกมองเป็นพื้นที่รองรับการผลิตระลอกใหม่ ทั้งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี อาหาร ปิโตรเคมี สุขภาพ และท่องเที่ยว การประชุมเชิงยุทธศาสตร์ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีผู้บริหารจาก SCG IVL และ AOT เข้าร่วม สะท้อนชัดว่าทุนโลกไม่ได้เพียงมองหาโรงงานราคาถูก แต่กำลังมองหาฮับภูมิศาสตร์กลางที่มีระบบนิเวศการค้า การผลิต และบริการครบวงจร มุมมองนี้เปิดโจทย์ใหม่ให้ภาคธุรกิจในภูมิภาคต้องคิดแบบฐานภูมิภาคมากกว่าคิดแค่ภายในประเทศเดียว

ไทยเป็นฐานการลงทุน: จาก Assembly Line สู่ศูนย์กลางซัพพลายเชนลึก
เมื่อทุนโลกจัดทัพใหม่ ภูมิศาสตร์และขนาดตลาดกลายเป็นแต้มต่อสำคัญ ไทยเป็นฐานการลงทุนที่เริ่มรับเม็ดเงินไหลเข้าแบบต่อเนื่อง โดยไม่ได้จำกัดแค่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ แต่กระจายไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน และเศรษฐกิจสีเขียวอย่างชัดเจน สิ่งนี้สะท้อนว่าตลาดภายในประเทศและความสามารถเชื่อมต่ออาเซียนกำลังทำให้ไทยถูกมองเป็นจุดตั้งหลักของทุนใหม่ มากกว่าฐานประกอบชิ้นส่วนราคาถูกเหมือนในอดีต
อย่างไรก็ตาม การจะยืนระยะในบทบาทฮับภูมิศาสตร์กลาง ไทยต้องกล้าเปลี่ยนจากการเป็น Assembly Line ไปสู่การเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานขั้นลึก โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งต้องใช้ AI ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รัฐบาลจึงตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ 4 ชุดเพื่อปรับกฎหมาย ลดข้อจำกัดราชการ ขยาย FTA และพัฒนาทักษะทุนมนุษย์ โดยตั้งเป้าปูทางให้เศรษฐกิจไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาคในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า หากทำไม่สำเร็จ ไทยเสี่ยงถูกทุนโลกใช้เป็นเพียงจุดแวะชั่วคราวแทนที่จะเป็นฐานหลักระยะยาว

Trusted Connector กับอาเซียนเชื่อมต่อเศรษฐกิจท่ามกลางโลกเปลี่ยน 4 ด้าน
แนวคิด Trusted Connector ที่ดรเอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศหยิบยกขึ้น ไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่คือการกำหนดยุทธศาสตร์ว่าประเทศจะเป็นผู้เชื่อมจุดแข็งของอาเซียนเพื่อรับมือกับสี่ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ของโลก ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากร การยอมรับว่าหนึ่งประเทศไม่อาจสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจได้ลำพัง เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการออกแบบเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่พึ่งพากันในระดับภูมิภาค
ดรเอกนิติชี้ว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคภูมิเศรษฐศาสตร์ ที่ปัจจัยด้านยุทธศาสตร์มีบทบาทต่อการค้าและการลงทุนมากกว่าที่เคย ในบริบทนี้ อาเซียนต้องใช้ความเชื่อมโยงระหว่างกันเป็นเกราะป้องกันความปั่นป่วนจากสงคราม มาตรการภาษี และความเสี่ยงซัพพลายเชน ขณะเดียวกัน AI กลายเป็นแหล่งใหม่ของผลิตภาพและอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์ แต่หากเข้าถึงเฉพาะธุรกิจใหญ่ ช่องว่างทางเศรษฐกิจจะยิ่งกว้าง แนวคิด Trusted Connector จึงหมายถึงการไม่แค่ดึงลงทุน AI เข้ามา แต่ต้องทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก รวมถึงประชาชนในวงกว้าง เพื่อให้การเติบโตไม่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มทุนเดิม

อาเซียนเชื่อมต่อเศรษฐกิจผ่านระบบชำระเงินและฮับดิจิทัล
หากมองให้ทะลุโครงสร้างการค้า วันนี้ฮับภูมิศาสตร์กลางไม่ได้หมายถึงท่าเรือหรือสนามบินเท่านั้น แต่รวมถึงฮับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะระบบชำระเงินข้ามประเทศ การเชื่อมโยงพร้อมเพย์กับเพย์นาวที่เปิดตัวสำเร็จในปี 2564 คือกรณีศึกษาว่าอาเซียนสามารถสร้างแพลตฟอร์มการเงินระดับภูมิภาคร่วมกันได้จริง ดรเอกนิติระบุว่าอาเซียนมีโอกาสสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลขนาดใหญ่ ผ่านการเชื่อมระบบชำระเงิน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อจ่ายเงินในหลายประเทศได้ใกล้เคียงกับการใช้งานในประเทศตัวเอง
การผลักดันข้อตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัล DEFA ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับความเชื่อมต่อทางการเงินและข้อมูลในภูมิภาค นี่ไม่ใช่รายละเอียดเชิงเทคนิค แต่เป็นจุดพลิกเกมให้ภูมิภาคสามารถแข่งขันกับฮับการเงินอื่นในโลก และปูทางให้ทุนเทคโนโลยี รวมถึง AI กล้าใช้ภูมิภาคนี้เป็นฐานให้บริการ การมีระบบจ่ายเงินที่เชื่อถือได้ข้ามประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพลักษณ์ผู้เชื่อมต่อที่น่าเชื่อถือในสายตาทุนโลก และหากปล่อยให้ภูมิภาคอื่นเดินหน้าเร็วกว่า อาเซียนอาจเสียโอกาสกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลที่ทุนโลกต้องมีฐานอยู่

ความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์และการประกอบร่างฮับเศรษฐกิจอาเซียน
การเยือนกรุงเทพของนายลอว์เรนซ์หว่องเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอย่างไม่เป็นทางการกับนายอนุทินชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 2 กันยายน สะท้อนว่าความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์กำลังถูกใช้เป็นแกนกลางในการประกอบร่างฮับเศรษฐกิจของอาเซียน ทั้งสองฝ่ายย้ำวิสัยทัศน์ร่วมในการสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง ท่ามกลางความท้าทายภูมิรัฐศาสตร์ และวางวาระร่วมด้านการค้า การลงทุน และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเชื่อมตรงกับจุดแข็งของภูมิภาคในด้านเกษตรและอาหาร
แผนต่อยอดความสำเร็จเพย์นาว-พร้อมเพย์ผ่านการขยายมาตรฐานระบบชำระเงินไปยังประเทศอื่นในอาเซียน เป็นสัญญาณว่าทั้งสองประเทศมองโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นหัวใจของการดึงดูดทุนเทคโนโลยีและ AI เข้าสู่ภูมิภาค ความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์จึงไม่ใช่เพียงการค้าทวิภาคี แต่กำลังกลายเป็นตัวอย่างของการใช้ความไว้วางใจระหว่างกันเพื่อสร้างแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่ทุนโลกสามารถเชื่อถือได้ ในทางกลับกัน หากอาเซียนประเทศอื่นไม่เข้ามาเสริมบทบาท ความฝันจะเป็นฮับภูมิศาสตร์กลางก็อาจจำกัดอยู่ในความร่วมมือของไม่กี่ประเทศเท่านั้น บทเรียนสำคัญคือ ฮับเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต้องสร้างบนเครือข่ายความร่วมมือกว้าง ไม่ใช่เพียงจับคู่ระหว่างผู้นำไม่กี่ชาติ






