ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากขั้วแตกเป็นปีศาจ ซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 เจอตัวตนของตัวเองแล้ว

จากขั้วแตกเป็นปีศาจ ซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 เจอตัวตนของตัวเองแล้ว
ความสนใจ|ดูซีรีส์

เอสเมรัลด้าจากตัวละครที่คนแตกขั้ว สู่ฮีโร่ครึ่งร้ายที่ซีซั่น 2 กล้ายอมรับ

ซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 คือสปินออฟแนวคอมเมดี้สถานที่ทำงานที่หันมาโฟกัสการเปลี่ยนผ่านด้านมืดของตัวละครหลักเอสเมรัลด้า ผ่านการเล่าเรื่องที่เน้นความไม่สบายใจ การตัดสินใจที่ผิดจังหวะ และการสำรวจความสัมพันธ์ในที่ทำงาน ทำให้ซีซั่นนี้ถูกพูดถึงในฐานะตัวอย่างของตัวละครที่เปลี่ยนแปลงซึ่งอาจกลายเป็นคนร้ายมากกว่าฮีโร่ฝ่ายดี ซีซั่นแรกของ The Paper ทิ้งผู้ชมไว้ในสภาพแตกขั้วอย่างชัดเจนต่อเอสเมรัลด้า หลายคนมองเธอเป็นบรรณาธิการใส่ตัวเองเป็นศูนย์กลาง หุนหันและไม่รับฟังใคร วิ่งพุ่งชนไปทั่วออฟฟิศ Toledo Truth Teller จนเหมือนกระทิงหลุดเข้าร้านเครื่องลายคราม ฝั่งหนึ่งเกลียดความเกินไปของเธอ อีกฝั่งกลับหลงเสน่ห์ความตลกไร้ยางอายแบบเฉพาะตัว ไม่มีพื้นที่ตรงกลางให้รักแบบพอประมาณหรือเกลียดแบบอ่อนๆ จุดเปลี่ยนสำคัญคือซีซั่น 2 กล้าเล่าเอสเมรัลด้าในฐานะตัวละครที่ยังสร้างไม่เสร็จ “a work in progress” ตามคำของนักแสดงซาบรินา อิมปัคคิโอเร ที่ย้ำว่าทั้งตัวละครและตัวซีรีส์เปลี่ยนไปทุกวัน สำรวจทิศทางใหม่ตลอดเวลา การยอมรับว่าเธอไม่ใช่คนดีที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนที่กำลังพัฒนาแบบเจ็บๆ คือก้าวแรกที่ทำให้สปินออฟนี้เริ่มมีอัตลักษณ์ของตัวเอง

จากขั้วแตกเป็นปีศาจ ซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 เจอตัวตนของตัวเองแล้ว

ซีซั่น 2 และไอเดียปีศาจหนึ่งเดียว ความรักในที่ทำงานหรือความผิดพลาดสีเข้ม

ความกล้าของซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 ไม่หยุดอยู่แค่เอสเมรัลด้า แต่ขยายไปยังแก่นเรื่องความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่อาจกำลังเดินสู่ด้านผิด ซีรีส์หยิบคำพูดของเคน เดวีส์ นักกลยุทธ์บริษัทที่ดูทึ่มในสายตาทุกคน แต่กลับเสนอไอเดียคมกริบเรื่องการทำงานร่วมกันกับคนหนึ่งจนหลงคิดว่าคือความรัก ทั้งที่จริงมันอาจเป็นเพียงความพึงใจจากการร่วมงานเท่านั้น ซีรีส์นำประโยคนี้ไปวางซ้อนกับคู่เน็ดและแมร์ที่กำลังไปได้สวยทั้งในสถานะบรรณาธิการและนักข่าว และในฐานะคู่รักที่ผู้ชมถูกเชื้อเชิญให้ลุ้น แทนที่จะปั้นให้เป็นตำนานรักในออฟฟิศแบบหวานสบายใจ ซีรีส์กลับตั้งคำถามว่าเรากำลังดูคู่รักที่ดี หรือกำลังดูความผิดพลาดที่เกิดจากการเอาความตื่นเต้นของงานมาปะปนกับความรู้สึกส่วนตัว นี่คือไอเดียปีศาจที่ซีซั่น 2 ตั้งใจจะเล่น การบอกคนดูว่าโรแมนซ์ในออฟฟิศที่เคยถูกยกย่องอาจไม่ใช่ความรักแท้ แต่เป็นผลพลอยได้จากแรงงานและความสำเร็จร่วมกัน การวางคำถามแบบนี้กลางซีรีส์ตลกกระแสหลักคือการเลือกเดินเข้าสู่โทนมืดที่ท้าทายคนดู โดยแลกกับความเสี่ยงที่จะถูกแฟนสปินออฟมองว่าเป็นการทำลายความโรแมนติกดั้งเดิม

จากขั้วแตกเป็นปีศาจ ซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 เจอตัวตนของตัวเองแล้ว

จาก Beatles สู่ Wings การประกาศตัวว่า The Paper ไม่ใช่ The Office อีกต่อไป

ทีมสร้างซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 แสดงจุดยืนชัดว่าพวกเขาไม่ต้องการทำซ้ำสตูดิโอออฟฟิศเดิมที่ทุกคนคุ้นเคย ซีรีส์ถูกเล่าชัดว่าเป็นสปินออฟที่ต้องสลัด “สัมภาระ” จากงานต้นฉบับออกไปทีละชั้น ทั้งการเปลี่ยนโทนความสัมพันธ์ การทำให้นินทาในออฟฟิศเผ็ดร้อนขึ้น และให้ทีมถ่ายทำสารคดีสมมติลองเทคนิคเล่าเรื่องใหม่ หนึ่งในคำอธิบายที่สะท้อนวิธีคิดของทีมสร้างคือเปรียบเปรยงานเก่าว่าเป็นวงดนตรีในตำนาน ส่วน The Paper คืองานยุคต่อมาที่มีเสียงคล้ายกันบ้าง แต่ตั้งใจเดินคนละทาง “มันเหมือน Beatles กับ Wings ใช่ บางครั้งบางอย่างจะฟังดูคล้าย Beatles” ทีมสร้างกล่าว พร้อมย้ำว่าพวกเขาไม่เคยตั้งใจให้ตัวละครหรือเหตุการณ์ใดมาสะท้อนเหตุการณ์เดิมตรงๆ โครงสร้างการปล่อยซีซั่นแบบ 10 ตอนออกพร้อมกันบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง ในวันที่ 9 กันยายน พร้อมเกรดประเมินระดับ C จากนักวิจารณ์ ยิ่งตอกย้ำว่าซีรีส์กำลังทดลองฟอร์แมตเหมือนหนังสือเล่มต่อในซีรีส์ มากกว่าละครทีวีรายสัปดาห์ การบีบเวลาพัฒนาความสัมพันธ์ของเน็ดและแมร์ให้เดินเรื่องเร็วขึ้นก็เป็นผลจากการยอมรับว่าโอกาสจะเล่าได้ 100 ตอนแบบงานเดิมนั้นไม่สมจริงอีกต่อไป

จากขั้วแตกเป็นปีศาจ ซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 เจอตัวตนของตัวเองแล้ว

ตอนจบซีซั่น 2 กับการแปลงร่างไม่สบายใจ ที่ทำให้เอสเมรัลด้าใกล้ด้านร้าย

ตอนจบของซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 ถูกมองว่าแข็งแรงที่สุดของซีรีส์ ไม่ใช่เพราะเน็ดไปช่วยแมร์จากสื่อคู่แข่ง แต่เพราะภารกิจเดี่ยวของเอสเมรัลด้าที่ทั้งน่าขำและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน เธอเสียใจที่ลูกชายได้เกรด C ในการสอบ จึงตัดสินใจลุยสืบสวนแบบลับเพื่อพิสูจน์ว่าเป็น “ความอยุติธรรม” โดยไม่สนกรอบใดๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอใช้การปลอมตัวเป็นเครื่องมือ เอสเมรัลด้าเคยใส่ชุดร่างอ้วนประท้วงข้อจำกัดน้ำหนักในสนามเด็กเล่น และเคยแปลงโฉมเป็นชายหัวล้านสูงวัยเพื่อสำรวจว่าทำไมคนที่ไม่ดึงดูดถึงมีปัญหาเรื่องเดต ในตอนจบซีซั่น 2 เธอไปไกลกว่านั้นด้วยการปลอมเป็นเด็กผู้ชายวัยรุ่น ใส่วิกสีน้ำตาลสั้น เสื้อแข่งฟุตบอลหลวม หมวกแก๊ปหันหลังแบบสมาชิกวงป๊อปยุคบอยแบนด์ เพื่อแทรกซึมเข้าห้องเรียนของลูก แต่ก็ถูกจับได้แทบจะทันที ซาบรินาเล่าว่าการปลอมตัวบางแบบ โดยเฉพาะการแปลงเป็นชายสูงวัย ทำให้เธอรู้สึกช็อกเมื่อมองกระจก ไม่รู้จักตัวเองและแบกรู้สึกนั้นไปหลายวัน แม้บนจอจะมีให้เห็นเพียงไม่กี่วินาที ความไม่สบายใจนี้สะท้อนว่าเอสเมรัลด้ากำลังเดินเข้าใกล้เส้นแบ่งระหว่างคนที่ทำงานข่าวเชิงเปิดโปง กับคนที่หมกมุ่นในภารกิจส่วนตัวจนไม่สนผลกระทบ การแปลงร่างที่ตลกร้ายจึงกลายเป็นสัญญาณให้คนดูตั้งคำถามว่าเรากำลังมองดูตัวละครหลักที่เริ่มมีลักษณะตัวละครร้ายมากขึ้นหรือไม่

จากขั้วแตกเป็นปีศาจ ซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 เจอตัวตนของตัวเองแล้ว

แบ็กสตอรี่ที่ถูกซ่อนและความเป็นไปได้ของซีซั่น 3 เมื่อคนดีเริ่มดูร้าย

สิ่งที่ทำให้ The Paper ซีซั่น 2 มีน้ำหนักด้านการเล่าเรื่องมากขึ้นคือการค่อยๆ เปิดเผยแบ็กสตอรี่และเพิ่มตัวละครรับเชิญที่มาป่วนโครงสร้างเดิม ทีมสร้างยอมรับว่าพวกเขามีคำตอบให้หลายคำถามที่แฟนๆ สงสัยมานาน เช่นเบื้องหลังของเอสเมรัลด้าในฐานะบรรณาธิการอีโก้สูงจากต่างถิ่น พวกเขาวาดอดีตของเธอว่าเป็นหญิงสาวจากเมืองเล็กที่ถูกชายต่างถิ่นมาหลอกด้วยภาพฝันชีวิตใหญ่โตในอเมริกา จนเธอเดินออกจากบ้านเกิดด้วยท่าที “ลาก่อน พวกคนโง่” แล้วแบกรอยแผลนั้นมาสู่ออฟฟิศปัจจุบัน พร้อมกันนั้น ซีซั่น 2 ยังอัดตัวละครใหม่อย่างหัวหน้า HR อย่างลิซาที่เข้ามาสร้างเรื่องไม่เหมาะสมตั้งแต่ก้าวแรก และท็อดด์เพื่อนร่วมงานคนใหม่ของแมร์ที่นำความประชดประชันมาปะทะกับทีมข่าว รายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ช่วยให้การวิเคราะห์ซีรีส์สนุกขึ้น เพราะเรามองเห็นสายสัมพันธ์ระหว่างบาดแผลส่วนตัวกับการตัดสินใจที่เสี่ยงจะเป็นด้านมืด สำหรับผู้ชมทั่วไป การที่ซีรีส์ตั้งใจให้ทั้งครอบครัวดูได้แต่ยังคงภาษาที่สมจริงไม่สะอาดเกินไป ทำให้การดูรู้สึกใกล้เคียงประสบการณ์ออฟฟิศจริงมากขึ้น และเมื่อเอสเมรัลด้ายังถูกวางให้เป็นตัวละครที่คาดเดายากที่สุด มีโอกาสทำภารกิจลับครั้งใหม่ในอนาคตหากซีรีส์ได้ไปต่อ ซีซั่น 3 จึงมีศักยภาพจะผลักเธอเข้าใกล้ลักษณะตัวละครร้ายมากขึ้น เช่นเดียวกับการเปิดพื้นที่ให้สปินออฟนี้ยืนยันตัวตนในฐานะงานที่ไม่กลัวด้านมืดของคนทำข่าว

จากขั้วแตกเป็นปีศาจ ซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 เจอตัวตนของตัวเองแล้ว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!