ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

The Paper ซีซั่น 2 ตอนจบสุดอึดอัดที่กลับลงตัวกว่าที่คิด

The Paper ซีซั่น 2 ตอนจบสุดอึดอัดที่กลับลงตัวกว่าที่คิด
ความสนใจ|ดูซีรีส์

ภาพรวม The Paper ซีซั่น 2 และคำตัดสิน

ซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 คือซิตคอมแนว workplace mockumentary ที่เป็นซีรีส์ spinoff The Office เล่าเรื่องทีมข่าวท้องถิ่นในเมืองโตเลโดที่ต้องรับมือทั้งความวุ่นวายของงานสื่อและความสัมพันธ์ในออฟฟิศ ผ่านรูปแบบกึ่งสารคดีและโทนตลกร้ายที่เน้นความอึดอัดมากกว่าความหวานโรแมนติก

คำตัดสินแบบไม่อ้อมค้อม ซีรีส์ The Paper ซีซั่น 2 เป็นภาคที่มั่นใจในตัวเองกว่าซีซั่นแรกอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังไม่ใช่คอมเมดี้สมบูรณ์แบบ หากคุณคาดหวังพลังความอบอุ่นแบบ Jim กับ Pam คุณอาจรู้สึกว่าซีรีส์นี้โหดร้ายไปหน่อย ทว่าถ้ามองหาซีรีส์ workplace ที่กล้าถามคำถามไม่สบายใจเกี่ยวกับความรักในที่ทำงาน และกล้าเล่นกับความเป็นพิษของตัวละครหลัก ซีซั่นนี้คือก้าวกระโดดที่คุ้มเวลาชม ซีซั่น 2 ถูกปล่อยรวดเดียว 10 ตอนบนสตรีมมิ่ง และทีมผู้สร้างมองแต่ละซีซั่นเหมือนเล่มหนึ่งในซีรีส์นิยายมากกว่าซีรีส์รายสัปดาห์ยาวๆ[SRc:346754]

จุดขายสำคัญคือโทนความอึดอัดที่ตั้งใจปะทะกับมรดกความโรแมนติกของซีรีส์ spinoff The Office แต่จุดอ่อนคือไอเดียบางอย่างถูกโยนทิ้งกลางทาง ทำให้ความทะเยอทะยานบางช่วงไม่ถึงฝั่งอย่างที่ควรเป็น

The Paper ซีซั่น 2 ตอนจบสุดอึดอัดที่กลับลงตัวกว่าที่คิด

จากซีซั่น 1 ที่ยังหลงทาง สู่คำถามว่า Ned คือพระเอกหรือวายร้าย

หนึ่งในปัญหาใหญ่ของซีซั่นแรกคือทีมเขียนบทยังไม่รู้จะปักหมุด Ned อย่างไรดี บุคลิกของเขาถูกเขียนแบบแกว่งไปมา ทั้งอ่อนโยน ขี้เกร็ง และบางครั้งก็ออกแนวบ้าบิ่นเกินเหตุ ทำให้ผู้ชมจับทิศไม่ได้ว่าควรเชียร์หรือควรกลัวเขากันแน่

รีวิว The Paper season 2 จึงต้องพูดถึงการตัดสินใจเปลี่ยน Ned ให้กลายเป็นทั้งหัวหน้ากองบรรณาธิการ ฮีโร่ช่วยสาวที่ชอบ และในเวลาเดียวกันก็เป็นคนที่พฤติกรรมเริ่มน่าหวาดระแวง เขาถูกดันขึ้นเป็น romantic lead แบบเต็มตัว แต่ซีรีส์ก็ไม่ยอมทำให้เขากลายเป็นคนดีแบบใสสะอาด ความเข้าใจผิดบางเหตุการณ์ถูกเล่นเป็นมุขตลกในตอนต้น ซีซั่นกลับใช้เวลาที่เหลือค่อยๆ ตั้งคำถามว่าพฤติกรรมสุดโต่งของเขากำลังบอกเราว่านี่คือการกลายร่างเป็นตัวร้ายหรือไม่

การกล้าทำให้พระเอกไม่น่าไว้ใจคือการสวนทางกับสูตรสำเร็จของซีรีส์ spinoff The Office ที่หลายคนคาดหวัง และนี่คือหนึ่งในเดิมพันใหญ่ของซีซั่นนี้ ถ้าคุณชอบตัวละครเทาๆ การเปลี่ยนทางนี้ให้รสชาติที่เข้มข้น แต่ถ้าคุณมองหาจุดเกาะเชียร์แบบชัดเจน Ned เวอร์ชันซีซั่น 2 อาจทำให้คุณหงุดหงิดมากกว่าสนุก

จุดเด่น

  • กล้าเล่นกับการเปลี่ยนผ่านของ Ned ให้เป็นตัวละครเทาๆ น่าตีความ
  • ความสัมพันธ์ Ned และ Mare เดินเรื่องเร็ว ไม่ยืดแบบสูตรเดิมของ Jim–Pam

จุดที่น่าติ

  • บางไอเดียว่าด้วยความรักในที่ทำงานถูกเปิดประเด็นแล้วปล่อยค้าง ไม่ได้สำรวจจนสุด
  • ผู้ชมที่อยากเชียร์คู่หลักแบบสุดใจอาจรู้สึกว่าซีรีส์ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูผิดทางมากเกินไป
The Paper ซีซั่น 2 ตอนจบสุดอึดอัดที่กลับลงตัวกว่าที่คิด

ตอนจบซีซั่น 2 ที่แข็งแรงที่สุด เพราะความอึดอัดของ Esmeralda

สรุปตอนจบ The Paper ต้องเริ่มจากการยอมรับว่าทั้งคนที่รักและคนที่เกลียด Esmeralda ต่างก็ต้องจำตอนจบซีซั่น 2 ได้แน่นอน เธอคือ managing editor จอมวุ่นวายที่แบกรับเส้นเรื่องเดี่ยวๆ เยอะเกินไปจนบางคนรู้สึกว่าเธอถูกใช้เกินขนาดในหลายตอนก่อนหน้า แต่ในตอนจบ เส้นเรื่องของเธอกลับกลายเป็นหัวใจของความทรงจำซีซั่นนี้

ในขณะที่ Ned บุกไปช่วย Mare ที่ The Cincinnati Chronicle Esmeralda กลับหมกมุ่นกับเกรด C ของลูกชาย เธอลงพื้นที่สืบแบบ undercover อีกครั้ง คราวนี้ปลอมตัวเป็นวัยรุ่นชายใส่วิกสีน้ำตาล เสื้อยืดทีมฟุตบอลตัวโคร่ง และหมวกกลับด้าน เหมือนเด็กวงบอยแบนด์ยุค N*SYNC เพื่อบุกเข้าไปในห้องเรียนของลูก ความขยันเว่อร์เกินเหตุของแม่ที่ปลอมตัวเข้าโรงเรียนลูกทำให้เส้นเรื่องนี้ทั้งน่าอายและน่าขำไปพร้อมกัน และคือ “ช่วงเวลาอึดอัด” ที่กลายเป็นจุดพีกที่สุดของทั้งซีซั่น

พลังของฉากนี้ไม่ได้อยู่แค่ในมุขปลอมตัว แต่คือการยอมรับว่าความรักแบบหมกมุ่นของ Esmeralda เป็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง เธอไม่ใช่แม่ตัวอย่างหรือบอสในฝัน แต่ความหลุดโลกของเธอทำให้ตอนจบมีโทนที่แตกต่างจากดราม่าโรแมนติกของ Ned และ Mare และชี้ให้เห็นว่าซีรีส์พร้อมให้ spotlight กับตัวละครหญิงที่ยัง “ไม่พร้อมจะถูกชอบ” มากกว่าตัวละครหญิงแบบน่ารักปลอดภัยที่ผู้ชมเคยคุ้น

The Paper ซีซั่น 2 ตอนจบสุดอึดอัดที่กลับลงตัวกว่าที่คิด

Esmeralda ยังเป็นเวิร์กอินโพรเกรส และปฏิกิริยาแฟนๆ ที่แตกเป็นสองฝั่ง

Esmeralda คือคาแรกเตอร์ที่ทีมผู้สร้างเองก็ยอมรับว่ายังเป็น “งานระหว่างทาง” พวกเขากำลังคุยกันอยู่ว่าจะพาเธอไปทิศทางไหนและเริ่มคุ้ยแบ็กสตอรี่มากขึ้น ฝั่งหนึ่งของผู้ชมรักความเป็นคนโฟกัสตัวเองสูง นิสัยแรง และความยอมโดนประจานบนหน้าจอเพื่อประเด็นสังคมแบบที่เธอมักทำผ่านรายการ “Esmeralda specials” อีกฝั่งกลับรู้สึกว่าเธอแบกรับเส้นเรื่องเดี่ยวเยอะเกินจนบดบังทีม ensemble ที่ควรจะเด่นไปพร้อมกัน

ในตอนจบซีซั่น 2 การปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชายไปโรงเรียนลูกคือการต่อยอดความบ้าของเธอจากการใส่ชุดแฟตสูทประท้วงข้อจำกัดน้ำหนักในสนามเด็กเล่น หรือการปลอมเป็นชายหัวล้านอายุมากเพื่อสำรวจการเดตของคนที่ไม่ถูกมองว่าน่าดึงดูด เส้นเรื่องเหล่านี้ทำให้เธอกลายเป็นตัวละครที่ขยี้ประเด็นสังคมแบบเกือบหลุดโลก ขณะเดียวกันก็สร้างความอึดอัดให้คนดูที่ไม่แน่ใจว่าซีรีส์กำลังหัวเราะกับเธอหรือหัวเราะเยาะเธอ

ผลลัพธ์คือ Esmeralda ยังไม่ใช่ตัวละครที่กลมมน แต่ซีรีส์ใช้ “ความไม่สมบูรณ์” ของเธอเป็นเครื่องมือปิดซีซั่นแบบยอมปล่อยให้ผู้ชมรู้สึกขัดใจ ชื่นชม และสับสนไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นทางเลือกที่กล้าพอสมควรสำหรับซิตคอมที่มาจากจักรวาลเดียวกับซีรีส์ spinoff The Office

The Paper ซีซั่น 2 ตอนจบสุดอึดอัดที่กลับลงตัวกว่าที่คิด

จากเงา The Office สู่สไตล์ Wings ทอร์นาโด ฟู้ดคาร์ต และความเสี่ยงของซีซั่น 2

ทีมผู้สร้างกล่าวถึงความสัมพันธ์ของซีรีส์กับต้นทางไว้ชัดเจนว่า “ถ้า The Office คือ The Beatles The Paper ก็เหมือน Wings” พวกเขาไม่ตั้งใจทำซ้ำโมเมนต์หรือโครงความสัมพันธ์แบบเดิม แต่ใช้โลกเดียวกันเป็นฐานแล้วออกสำรวจน้ำเสียงของตัวเองแทน นี่คือสิ่งที่เห็นชัดในซีซั่น 2 ที่เหมือนหลุดออกจากเงา Dunder Mifflin มากขึ้น

โทนเรื่องขยายไปไกลกว่าการนั่งแปะในออฟฟิศ มีทั้งตอนที่ทอร์นาโดจ่อเมืองจนทีมข่าวต้องไปหลบในคูน้ำข้างทาง การพักผ่อนของ Ned และ Mare ที่กลับถูกขัดจังหวะด้วยกล้องบนฟู้ดคาร์ตหุ่นยนต์ และการมาเยือนของตัวละครใหม่อย่างหัวหน้า HR คนใหม่ที่สร้างเรื่องไม่เหมาะสมทันทีที่โผล่มา หรือคอลัมนิสต์อารมณ์บูดที่เข้ามาเพิ่มความประชดประชันให้ทีมข่าว

รีวิว The Paper season 2 จึงต้องยอมรับว่า แม้ซีรีส์จะยังสะดุดกับการต่อยอดไอเดียใหญ่เรื่องความรักผิดที่ผิดเวลาในออฟฟิศ แต่ก็เริ่มสร้างเอกลักษณ์ด้านสถานการณ์เหนือจริงเล็กๆ ที่ยังเกาะอยู่กับความจริงของงานสื่อท้องถิ่น หากมองในฐานะ “Wings แห่งจักรวาล The Office” ซีซั่นนี้คือหลักฐานว่าซีรีส์กำลังค่อยๆ หาเสียงของตัวเอง และพร้อมเสี่ยงมากขึ้นในตอนจบที่เลือกความอึดอัดแทนความหวานลงเอย

The Paper ซีซั่น 2 ตอนจบสุดอึดอัดที่กลับลงตัวกว่าที่คิด

Buy if / Skip if

  • Buy the The Paper season 2 if คุณอยากดูซีรีส์ workplace ที่กล้าทำให้พระเอกอาจกลายเป็นวายร้าย และชอบตัวละครเทาๆ ที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • Skip the The Paper season 2 if คุณต้องการความโรแมนติกแบบปลอดภัยสไตล์ Jim–Pam และไม่อยากรู้สึกอึดอัดกับคู่หลักที่อาจกำลังทำผิดพลาด
  • Buy the The Paper season 2 if คุณสนใจซีรีส์ spinoff The Office ที่พยายามสร้างโทนและประเด็นของตัวเอง แทนการขายแฟนเซอร์วิสซ้ำๆ
  • Skip the The Paper season 2 if คุณไม่ชอบตัวละครอย่าง Esmeralda ที่แบกรับเส้นเรื่องเดี่ยวเยอะ และรู้สึกว่าคาแรกเตอร์เสียงดังเกินไปทำลายบาลานซ์ทีม
  • Buy the The Paper season 2 if คุณชอบซีรีส์ที่ตอนจบไม่ผูกโบแบบสวยงาม แต่ทิ้งความอึดอัดและคำถามเรื่องความรักในที่ทำงานไว้ให้คิดต่อ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!