สนธิสัญญามิตรภาพคืออะไร และทำไมการรำลึก 50 ปีจึงสำคัญ
สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือกรอบความตกลงทางการเมืองและความมั่นคงที่กำหนดหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของรัฐในภูมิภาค โดยยึดเคารพอธิปไตย เสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน การไม่แทรกแซงกิจการภายใน และการระงับข้อพิพาทด้วยสันติวิธี เพื่อสร้างความไว้วางใจและส่งเสริมความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างประเทศสมาชิกและภาคีนอกภูมิภาค
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 4 กันยายน ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์ก สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ลงมติเป็นเอกฉันท์รับรองมติเพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบ 50 ปีของสนธิสัญญาดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของอาเซียน 50 ปีที่ปั้นบูรพาภูมิศาสตร์ให้เป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือมากกว่าการเผชิญหน้า การรับรองมติครั้งนี้คือสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ว่า โลกกำลังมองอาเซียนในฐานะภูมิภาคที่มีระเบียบกติกาของตนเอง และกติกานั้นได้รับการยอมรับในระดับพหุภาคี

จากบาหลีสู่สหประชาชาติ กรอบความร่วมมือที่ยืดหยุ่นแต่ไม่อ่อนข้อ
สนธิสัญญามิตรภาพที่ลงนามในบาหลีเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1976 ถูกออกแบบให้เป็นกรอบหลักในการส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตร ความไว้วางใจ การเจรจา และความร่วมมือระหว่างประเทศ จุดแข็งของกรอบนี้ไม่ใช่การมีบทลงโทษเข้มงวด แต่คือการวางหลักการร่วมที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ เช่น การเคารพเอกราชและอธิปไตย การไม่ใช้กำลัง และการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี
วันนี้สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติย้ำว่า สนธิสัญญามิตรภาพได้กลายเป็นกรอบการทำงานสำคัญสำหรับการสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือระดับภูมิภาค มีประเทศภาคีผู้ลงนาม 62 ประเทศทั้งในและนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คำกล่าวนี้สะท้อนว่า TAC ไม่ใช่เรื่องภายในของอาเซียนอีกต่อไป แต่เป็นบรรทัดฐานที่เชื่อมบูรพาภูมิศาสตร์เข้ากับระเบียบโลก การที่รัฐนอกภูมิภาคจำนวนมากเข้าร่วม แปลว่าพวกเขายอมรับเล่นเกมในสนามที่อาเซียนวางกติกา

มติสหประชาชาติ บัตรรับรองความชอบธรรมของบรรทัดฐานอาเซียน
การรับรองมติด้วยฉันทามติจากประเทศสมาชิกสหประชาชาติเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนว่าหลักการของสนธิสัญญามิตรภาพยังมีความเกี่ยวข้องและพลังทางบรรทัดฐานในศตวรรษที่เต็มไปด้วยการแข่งขันเชิงอำนาจ คำว่า “กรอบการทำงานที่สำคัญสำหรับการสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือในระดับภูมิภาค” มิได้เป็นเพียงถ้อยคำสวยหรู แต่สะท้อนว่าประเทศจำนวนมากเลือกยึดกรอบนี้เป็นพื้นฐานของการปฏิสัมพันธ์กับอาเซียน
สำหรับความร่วมมืออาเซียน การมีมติของสมัชชาใหญ่เปรียบเสมือนบัตรรับรองความชอบธรรมในเวทีโลก ทำให้อาเซียนสามารถอ้างอิง TAC ในการออกแบบกลไกความร่วมมือใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ หรือการทูตพหุภาคี มตินี้ยังยินดีต่อความสนใจที่เพิ่มขึ้นของรัฐต่างๆ ในการเข้าร่วม TAC และสนับสนุนให้ภาคีเดินหน้าส่งเสริมสนธิสัญญาต่อไปในฐานะช่องทางการเจรจาและความร่วมมือ
โอกาสทองของอาเซียน 50 ปี ระหว่างแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์ใหม่
ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของ TAC สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ให้การรับรองถึงคุณูปการที่ยั่งยืนของสนธิสัญญาต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่คือหมุดหมายที่บอกว่าโครงสร้างความร่วมมืออาเซียน 50 ปีแรกได้สร้างผลลัพธ์พอจะถูกจารึกไว้ในเวทีโลก แต่คำถามสำคัญคือ อาเซียนจะใช้โอกาสนี้อย่างไรในยุคที่บูรพาภูมิศาสตร์เผชิญแรงดึงจากมหาอำนาจหลายขั้ว
การมีประเทศภาคีนอกภูมิภาคเข้าร่วม TAC จำนวนมากแสดงว่าอาเซียนไม่ใช่ผู้ชม แต่เป็นผู้กำหนดโต๊ะเจรจาในภูมิภาคของตนเอง อย่างไรก็ตาม กฎที่เขียนไว้สวยงามจะมีความหมายก็ต่อเมื่อรัฐสมาชิกพร้อมยืนหยัดตามหลักการเดียวกัน การรำลึกครบรอบครั้งนี้จึงไม่ควรเป็นเพียงพิธีเชิงสัญลักษณ์ แต่ต้องเป็นจุดที่อาเซียนหันกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ยังพร้อมรักษาเอกภาพและอิสระทางยุทธศาสตร์ท่ามกลางแรงกดดันใหม่หรือไม่






