เกมท่องเที่ยวระลอกใหม่: การแย่งชิงใจนักท่องเที่ยวจีนด้วยดิจิทัลเพย์เมนต์และประสบการณ์พรีเมี่ยม
การดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนในยุคหลังโควิดหมายถึงการออกแบบการตลาดท่องเที่ยวที่มองนักเดินทางเป็นผู้วางแผนทริปด้วยตัวเอง ใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์และแพลตฟอร์มออนไลน์ในทุกขั้นตอนของการเดินทาง ตั้งแต่ค้นหาแรงบันดาลใจ จองเที่ยวบินและที่พัก ไปจนถึงการใช้สิทธิ์พิเศษของแบรนด์และสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมกันบนสมาร์ตโฟนเดียว โดยมีเป้าหมายสร้างประสบการณ์พรีเมี่ยมแบบเฉพาะบุคคลซึ่งตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และความคุ้มค่า ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลับมามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอีกครั้ง พร้อมผลักดันรายได้สูงต่อหัวมากกว่าการทัวร์แบบเดิมที่อิงราคาถูกเป็นหลัก
แนวทางนี้ชัดเจนจากเป้าหมายของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่ตั้งใจดึงนักท่องเที่ยวจีนราว 5.3 ล้านคนในปี 2570 และวางเป้ารายได้ที่ 2.97 แสนล้านบาท ไม่ใช่แค่ตัวเลขเชิงปริมาณ แต่สะท้อนการมองตลาดจีนเป็น “ขุมกำลังซื้อ” ที่ต้องใช้กลยุทธ์ใหม่เข้าหา โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่นิยมเดินทางแบบอิสระ (FITs) วางแผนเองและเลือกประสบการณ์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเองมากขึ้น ถ้าไทยยังคิดถึงนักท่องเที่ยวจีนด้วยภาพทัวร์ราคาถูก ก็คือการมองข้ามมูลค่าที่แท้จริงของตลาดนี้ในระยะยาว

ONESIAM Global Visitor Card: จากห้างสรรพสินค้าไปสู่ระบบนิเวศดิจิทัลบน HarmonyOS
การจับมือกันระหว่างผู้พัฒนาโครงการค้าปลีกระดับพรีเมี่ยมกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เพื่อเปิดตัว ONESIAM Global Visitor Card บนระบบ HarmonyOS ที่มีผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนกว่า 400 ล้านเครื่องทั่วจีน เป็นภาพชัดของการพลิกบทบาทจาก “ห้าง” ไปสู่ “แพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัล” ที่เกาะอยู่ในชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยวจีนโดยตรง กลยุทธ์นี้ไม่ได้เน้นยอดคนเดินห้างเท่านั้น แต่คือการเข้าไปอยู่ในวงจรการเดินทางตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ระหว่างทริป และหลังกลับบ้านผ่านสมาร์ตโฟนเครื่องเดิมของผู้ใช้
ONESIAM Global Visitor Card ถูกออกแบบให้เป็นเหมือน “ดิจิทัลมาสเตอร์คีย์” เชื่อมเข้าสู่ Global Partner Ecosystem ที่รวมพันธมิตรกว่า 150 ราย ทั้งโรงแรม 4-5 ดาว สายการบิน ร้านค้า ร้านอาหาร การเงิน สุขภาพ และบริการไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ สิทธิ์พิเศษเหล่านี้ตอบพฤติกรรมกลุ่ม FITs จีนที่เลือกซื้อประสบการณ์มากกว่าทัวร์สำเร็จรูป ช่วยให้พวกเขารู้สึกว่าเดินทางมาเพื่อสัมผัสชีวิตเมืองและการช้อปปิ้งแบบร่วมสมัย ไม่ใช่เพียงมาถ่ายรูปเช็คอิน กลยุทธ์เช่นนี้ผลักดันให้การตลาดท่องเที่ยวไทยขยับเข้าใกล้รูปแบบ Smart Tourism ที่ใช่สำหรับยุคสมาร์ตโฟนมากกว่าโบรชัวร์และทัวร์โค้ช

ททท.กลยุทธ์รายภูมิภาค: ทำการตลาดท่องเที่ยวแบบ “เข้าใจเมืองจีน” แทนการเหมารวมทั้งประเทศ
จุดแข็งที่แท้จริงของ ททท.กลยุทธ์ ตลาดจีนรอบใหม่ คือการเลิกมองจีนเป็นตลาดเดียวกันหมด แล้วหันมาแบ่งทำการตลาดรายภูมิภาคบนฐานพฤติกรรมจริงของนักท่องเที่ยวแต่ละเมือง นักเดินทางจากภูมิภาคตะวันออกซึ่งมีกำลังซื้อสูงถูกนำเสนอสินค้าแบบ Wellness และ Experiential Tourism ผ่านแคมเปญ Healing is the New Luxury ที่ใช้พื้นที่สระบุรีและเขาใหญ่เป็นเวทีสำหรับกิจกรรมสมาธิและการฟื้นฟูสุขภาพกายใจ นี่คือการวางตัวเองในฐานะเดสติเนชั่นเชิงสุขภาพระดับพรีเมี่ยม มากกว่าที่เที่ยวราคาย่อมเยา
ในภูมิภาคจีนตะวันตก สำนักงานเฉพาะพื้นที่เลือกโฟกัส Sport Tourism และการดึง Content Creator มาช่วยสร้างภาพปลายทางสายกีฬา ขณะที่ภูมิภาคเหนือมุ่งเจาะตลาดครอบครัวช่วงปิดเทอมฤดูร้อน พร้อมกระตุ้นเมืองรองเพื่อกระจายรายได้การท่องเที่ยว แนวคิดนี้มีผลสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานราก และสะท้อนความเข้าใจว่า นักท่องเที่ยวจีนแต่ละพื้นที่มีแรงจูงใจและรูปแบบการใช้เงินที่ต่างกัน การปรับเนื้อหาและประสบการณ์ให้เข้ากับแต่ละกลุ่ม จึงเป็นการใช้เม็ดเงินการตลาดให้คุ้มค่ากว่าการยิงแคมเปญใหญ่แบบกว้าง ๆ โดยไม่เจาะกลุ่ม

เพิ่มเที่ยวบิน ผูกดิจิทัลเพย์เมนต์ และยกระดับประสบการณ์: โครงสร้างใหม่ของการแย่งชิงกำลังซื้อ
ถ้าซัพพลายด้านการเดินทางไม่พร้อม ต่อให้การตลาดท่องเที่ยวดีแค่ไหน ก็ยากจะดึงนักท่องเที่ยวจีนให้ถึงเป้าหมาย 5.3 ล้านคน ดังนั้นการหารือกับสายการบินเพื่อเพิ่มเที่ยวบินและฟื้นเส้นทางสำคัญอย่าง เฉิงตู-กระบี่ เฉิงตู-เชียงใหม่ และเฉิงตู-เชียงราย รวมถึงการผลักดันเที่ยวบินตรงไปยังหัวหินและอู่ตะเภา คือการแก้คอขวดสำคัญของการท่องเที่ยว หากเส้นทางเหล่านี้เดินหน้าได้จริง เมืองรองที่เคยพึ่งพานักท่องเที่ยวผ่านการต่อรถหรือทัวร์ ก็จะมีโอกาสรับนักเดินทางแบบ FITs ที่ใช้จ่ายยืดหยุ่นและกระจายรายได้ได้กว้างขึ้น
ในฝั่งดิจิทัล หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวจับมือแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์อย่าง Meituan และกลุ่มบริษัทท่องเที่ยวสัญชาติจีนหลายราย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล วิเคราะห์พฤติกรรม และประชาสัมพันธ์ Amazing Thailand ผ่านช่องทางดิจิทัล โดยมีเทคโนโลยี Smart Tourism เป็นโครงสร้างหลัก แนวทางนี้เชื่อมโยงกับการบูรณาการดิจิทัลเพย์เมนต์และบริการแบบไร้เงินสดที่คนจีนคุ้นเคยอยู่แล้ว ทำให้การจอง การจ่าย และการรับสิทธิ์ส่วนลดเกิดบนแพลตฟอร์มเดียวกัน การจับมือทั้งด้านการบินและดิจิทัลจึงเป็นการตั้งฐานโครงสร้างใหม่ของการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีนยุคแอปพลิเคชันมากกว่าตลาดแบบเดิม

บทสรุป: หากอยากได้กำลังซื้อ ต้องกล้าอัปเกรดประสบการณ์ให้สมระดับพรีเมี่ยม
ภาพรวมของการชิงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาไม่ได้อยู่ที่การลดแลกแจกแถม แต่เป็นการยอมรับว่า นักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนจากกลุ่มทัวร์ราคาถูกไปเป็นนักเดินทางสายคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ต้องการประสบการณ์เฉพาะตัว ใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์ และวางแผนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก การตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนราว 5.3 ล้านคน พร้อมคาดการณ์การฟื้นถึงราว 7.5 ล้านคนในปี 2568 จึงไม่ใช่เป้าหมายที่เกินจริง หากทุกฝ่ายยอมปรับตัวตามพฤติกรรมใหม่อย่างจริงจัง
ONESIAM Global Visitor Card บน HarmonyOS ที่เข้าถึงผู้ใช้กว่า 400 ล้านเครื่อง บวกกับ ททท.กลยุทธ์ รายภูมิภาคและการเพิ่มเที่ยวบิน แสดงให้เห็นว่านโยบายและเอกชนเริ่มพูดภาษาเดียวกับนักท่องเที่ยวจีนแล้ว สิ่งที่ยังต้องระวังคือการไม่หลงทางกลับไปสู่การมองจีนแค่เป็นตลาดปริมาณ หากต้องการรายได้ที่ยั่งยืน การยืนระยะในตลาดพรีเมี่ยมที่เคารพทั้งเวลาและเงินของนักเดินทาง คือคำตอบที่ดีกว่าการแข่งกันลดราคา เพราะในยุคที่นักท่องเที่ยวจีนมีตัวเลือกมากมาย ประเทศที่กล้าลงทุนในประสบการณ์ที่มีคุณภาพเท่านั้นที่จะชนะใจและกระเป๋าสตางค์ของพวกเขาได้จริง







