ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

บริษัทโฮลดิ้งส์เอเชียเร่งการขยายธุรกิจหลายสาขา หนีความผันผวนรายได้

บริษัทโฮลดิ้งส์เอเชียเร่งการขยายธุรกิจหลายสาขา หนีความผันผวนรายได้
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การขยายธุรกิจหลายสาขา คืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของบริษัทโฮลดิ้งส์เอเชีย

การขยายธุรกิจหลายสาขา คือกลยุทธ์ที่บริษัทโฮลดิ้งส์เอเชียปรับโครงสร้างธุรกิจออกจากแกนรายได้เพียงด้านเดียว ไปสู่การถือครองและบริหารพอร์ตธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ทั้งบริการการเงิน การผลิต การค้าปลีก และความบันเทิง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหลัก ลดการพึ่งพารายได้จากแหล่งเดียว และสร้างรายได้ประจำเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องผ่านโมเดลที่เน้นค่าธรรมเนียม การจัดการสินทรัพย์ และลิขสิทธิ์คอนเทนต์ ซึ่งช่วยให้บริษัทมีเสถียรภาพมากขึ้นท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว มุมมองสำคัญคือ การไม่ยอมติดกับดักธุรกิจเดิมอีกต่อไป โฮลดิ้งส์ยุคใหม่เลือกใช้กลยุทธ์การลงทุนใหม่ในสาขาที่เกี่ยวเนื่องกัน เพื่อให้โครงสร้างรายได้สมดุล ระหว่างธุรกิจหลักที่ยังทำเงิน กับธุรกิจใหม่ที่เปิดโอกาสการเติบโตในอนาคต แนวโน้มนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับตัว แต่เป็นการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ ที่ใครกระจายพอร์ตเร็วและคมกว่า ย่อมมีโอกาสครองส่วนแบ่งกำไรในภูมิภาคก่อนคนอื่น

ASP เปลี่ยนจากรับลมตลาดทุน สู่แพลตฟอร์ม Wealth ที่เน้นรายได้ประจำ

กรณีของ ASP เป็นตัวอย่างชัดว่าโบรกเกอร์ไม่สามารถอยู่กับค่าคอมมิชชั่นจากความผันผวนของตลาดหุ้นได้ตลอดไป บริษัทประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจโดยเพิ่มน้ำหนักไปที่ Wealth Management และ Asset Management เพื่อสร้างฐานรายได้ประจำและลดการพึ่งพารายได้ที่ผันผวนตามภาวะตลาดทุน แนวทาง “ASP” ที่ประกอบด้วย A – การขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร S – การเชื่อมโยงบริการแบบ Seamless Journey และ P – การให้คำปรึกษามืออาชีพ ไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่สะท้อนการย้ายตำแหน่งตัวเองจากโบรกเกอร์ ไปเป็นแพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งเต็มตัว ผลลัพธ์ครึ่งปีแรกยืนยันว่าทิศทางนี้จับต้องได้ ASP มีรายได้รวม 1,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% และกำไรสุทธิ 324.92 ล้านบาท โตพุ่ง 516% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิเพิ่มจาก 5.4% เป็น 20.9% ในปีเดียว คำถามจึงไม่ใช่ว่าโบรกเกอร์ควรขยายสู่ Wealth หรือไม่ แต่คือ ถ้าไม่ทำวันนี้ จะเสียเวลาให้คู่แข่งที่เข้าเกมเร็วกว่าหรือเปล่า

BJC ใช้เวียดนามและฐานการผลิตใหม่ผลักดันการเติบโต แทนการวิ่งขยายสาขาอย่างเดียว

ในฝั่งค้าปลีกและผลิตสินค้า BJC แสดงให้เห็นว่าการขยายธุรกิจหลายสาขาไม่จำเป็นต้องมาจากการเปิดสาขาใหม่รัวๆ แต่จากการจัดพอร์ตให้ฉลาดขึ้น ธุรกิจในเวียดนามผ่าน MM Mega Market Vietnam หรือ MMVN ถูกมองว่าเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมพอร์ตและช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง แทนที่จะทุ่มกับการขยายสาขา บริษัทหันมาให้ความสำคัญกับสาขาที่ตอบโจทย์ชุมชน เพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีกำไรเหมาะสม และบริหารต้นทุนขายและบริหารที่ยังสูงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การลงทุนโรงงานแห่งใหม่ที่บางปะอินด้วยงบประมาณ 5,438 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมปี 2571 บวกกับการขยายกำลังการผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค แสดงให้เห็นว่าบริษัทเลือกถ่ายน้ำหนักจากรายได้ค้าปลีกล้วน ไปสู่การมีรายได้จากการผลิตและบรรจุภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรดีกว่า พร้อมตั้งเป้าลดต้นทุนกระบวนการทำงานปีละ 150-160 ล้านบาท เพื่อให้การเติบโตไม่ต้องพึ่งการขายเพิ่มอย่างเดียว

Mixue และ RS Music ตัวอย่างการหันสู่ความบันเทิงและคอนเทนต์ เพื่อสร้างศูนย์กำไรใหม่

ในโลกที่มาร์จิ้นธุรกิจเดิมเริ่มถูกบีบ การขยายสู่ความบันเทิงและคอนเทนต์ดิจิทัลกำลังกลายเป็นกลยุทธ์การลงทุนใหม่ที่น่าสนใจ ฝั่ง Mixue Group แบรนด์แฟรนไชส์ไอศกรีมและชาผลไม้รายใหญ่ กำไรสุทธิครึ่งปีแรกลดลง 14.7% แม้รายได้รวมจะยังเพิ่มขึ้น 2.3% ส่งผลให้ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงร่วงลงติดต่อกัน โดยล่าสุดปิดลบกว่า 7% หลังประกาศผลประกอบการ การเร่งปั้นมาสคอต Snow King และวางแผนขยายสู่สวนสนุก จึงเป็นสัญญาณชัดว่าแบรนด์กำลังมองหาศูนย์กำไรใหม่ นอกเหนือจากเครื่องดื่มที่ต้นทุนเริ่มสูงขึ้น ด้าน RS Music การตัดสินใจ Spin Off ธุรกิจเพลงเข้าตลาดหลักทรัพย์และตั้งเป้ารายได้ 700 ล้านบาท ถือเป็นการประกาศว่าดนตรีและความบันเทิงไม่ใช่แค่สีสัน แต่เป็นสาขาธุรกิจหลักที่สร้างรายได้หลายมิติ ตั้งแต่ดิจิทัลมอไนไทซ์เซชัน ลิขสิทธิ์ การจัดคอนเสิร์ต ไปจนถึงการบริหารศิลปิน คำกล่าวที่ว่าบอร์ดบริหารอนุมัติให้ RS Music เข้าตลาดฯ เพื่อระดมทุนรุกธุรกิจเพลงแบบครบวงจร สะท้อนมุมมองว่าคอนเทนต์คือสินทรัพย์ลงทุน ไม่ใช่เพียงต้นทุนทางการตลาด

บทสรุป: การกระจายพอร์ตคือการเอาตัวรอดเชิงรุก ไม่ใช่แฟชั่นชั่วคราว

เมื่อมองภาพรวม ASP ก้าวจากโบรกเกอร์สู่ผู้จัดการความมั่งคั่ง BJC ขยับจากการวิ่งเปิดสาขาไปสู่การจัดพอร์ตค้าปลีกบวกฐานผลิต และกลุ่มอย่าง Mixue กับ RS Music หันหน้าไปหาความบันเทิงและมาสคอตคอนเทนต์ สิ่งที่เหมือนกันคือ การยอมรับว่าโลกธุรกิจทุกวันนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับรายได้สายเดียวอีกต่อไป การขยายธุรกิจหลายสาขาและการสร้างรายได้ประจำเพิ่มเติมผ่านบริการทางการเงิน การผลิต และลิขสิทธิ์ผลงาน จึงเป็นการเอาตัวรอดเชิงรุกมากกว่าการตามเทรนด์ สำหรับนักลงทุน มุมนี้ชี้ว่า การเลือกลงทุนในบริษัทโฮลดิ้งส์เอเชียที่มีพอร์ตหลากหลายและแผนกระจายศูนย์กำไรชัดเจน อาจสำคัญไม่แพ้การดูตัวเลขกำไรระยะสั้น เพราะโครงสร้างรายได้ที่ไม่ผูกกับธุรกิจเดียว คือกันชนสำคัญเวลาวัฏจักรเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคพลิกกลับ เมื่อรอบใหม่มาถึง ใครเตรียมพอร์ตไว้ล่วงหน้า ย่อมมีโอกาสเก็บผลตอบแทนก่อนคนอื่น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!