อำนาจใหม่ของค้าปลีก: เมื่อศูนย์การค้าเซ็นทรัลไม่ได้เป็นแค่ห้าง
ยุทธศาสตร์ค้าปลีกหลายรูปแบบของกลุ่มเซ็นทรัล คือการขยายศูนย์การค้าเซ็นทรัล ซูเปอร์มาร์เก็ต ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์ค้าส่ง GO Wholesale และโครงการมิกซ์ยูสหรู ให้เชื่อมกันเป็นระบบนิเวศเดียว ตั้งแต่การจับจ่ายไลฟ์สไตล์ระดับบนในเมืองท่องเที่ยว ภูเก็ตหรูหรา ไปจนถึงการซื้อของกินของใช้ประจำวันและการสต็อกวัตถุดิบของผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อดึงเวลา การใช้จ่าย และข้อมูลของผู้บริโภคให้หมุนเวียนอยู่ในอาณาจักรเดียวแบบต่อเนื่อง
หากมองแบบตรงไปตรงมา นี่ไม่ใช่แค่การขยายสาขา แต่คือการยึดฐานชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ท่องเที่ยว ทำงาน อยู่อาศัย จนถึงทำธุรกิจค้าขาย การทุ่มงบขยายศูนย์กลางค้าปลีกในเมืองหลัก และรุกค้าปลีกฟู้ดผ่านการซื้อกิจการกับเปิดค้าส่ง สะท้อนภาพกลุ่มทุนที่ไม่ได้รอผู้บริโภคเดินเข้าห้าง แต่กำลังสร้าง “เมืองและตลาดของตัวเอง” รอบตัวผู้คน

ภูเก็ตหรูหรา: เมกะโปรเจ็กต์ 2.6 หมื่นล้านที่พลิกหาดทรายเป็นศูนย์กลางทุนโลก
การทุ่มงบลงทุนเพิ่ม 7,000 ล้านบาทเพื่อขยายเซ็นทรัล ภูเก็ต ส่งผลให้มูลค่าโครงการเมกะมิกซ์ยูสแตะ 26,000 ล้านบาท บนที่ดิน 110 ไร่ และพื้นที่ใช้สอยรวม 500,000 ตารางเมตร ไม่ใช่เพียงการขยายตัวอาคาร แต่เป็นเดิมพันทางเศรษฐกิจระดับเมืองอย่างชัดเจน แผนนี้ตั้งใจเปลี่ยนภูเก็ตจากเมืองพึ่งพาการท่องเที่ยวแบบระยะสั้น ไปสู่เมืองอยู่อาศัยและจับจ่ายเต็มรูปแบบที่รองรับคนฐานะสูงและชาวต่างชาติระยะยาว
หัวใจของดีล คือการยกระดับโซนหรูของ Central Phuket Floresta ให้ใหญ่ขึ้นอีกราว 10,000 ตารางเมตร ด้วยแบรนด์แฟชั่นและจิวเวลรี่ระดับโลกอย่าง Balenciaga, Bottega Veneta, Bvlgari, Burberry, Dior, Omega และ Tiffany & Co. พร้อมส่วนต่อขยายที่จะต่อยอดเป็นแลนด์มาร์กความบันเทิงและวัฒนธรรมบนพื้นที่อีก 14 ไร่ เพื่อดึงเม็ดเงินของมหาเศรษฐีและนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงกว่าในประเทศหลายเท่า โครงการนี้เดินเกมให้ทันการขยายตัวของที่อยู่อาศัยและโรงแรมหรูที่กำลังจะเปิดกว่า 26 โครงการ รวมกว่า 4,700 ยูนิต และโรงแรมหรูใหม่กว่า 20 แห่งในช่วงปี 2026–2029

จาก Maxvalu สู่ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต: การซื้อกิจการที่ขยายมือให้ถึงครัวทุกบ้าน
ในแนวรบซูเปอร์มาร์เก็ต กลุ่มเซ็นทรัลเลือกใช้วิธีซื้อกิจการแทนการสร้างเองทั้งหมด เมื่อบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่ม ลงนามซื้อหุ้นสามัญของบริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ต Maxvalu จำนวน 30 สาขา ด้วยเงินสดจากภายในบริษัท จนถือหุ้น 100% เต็ม ดีลนี้พ่วงมาด้วยทุนจดทะเบียนของกิจการ 890,000,000 บาท
ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนสาขา แต่คือการได้ฐานลูกค้าเพิ่มกว่า 900,000 รายทันที พร้อมกรรมสิทธิ์ที่ดินทำเลดีและศูนย์ผลิตอาหารพร้อมทานที่ต่อยอดสินค้าได้ เมื่อทั้งหมดถูกรีแบรนด์เป็นท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตและดึงเข้าสู่ ecosystem เดียวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล โอกาสคือการเชื่อมข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคจากห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียมมาถึงตะกร้าสินค้าประจำวันแบบไร้รอยต่อ ขณะที่ความเสี่ยงคือการลดตัวเลือกให้ผู้บริโภคในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ

GO Wholesale และ Northville: การยึดทั้งหน้าบ้านหลังบ้านของระบบอาหารเมืองใหญ่
ด้านหลังครัวของเมือง กลุ่มเซ็นทรัลใช้ GO Wholesale ภายใต้บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด เป็นหัวหอกศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารสำหรับสมาชิกผู้ประกอบการ โดยเดินหน้าขยายสาขาไม่หยุด สาขาที่ 6 ย่านรังสิตเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 มีพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร สินค้ากว่า 20,000 รายการ ตั้งแต่ King of Fresh ในโซนอาหารสด อาหารแช่แข็ง ข้าวสาร เครื่องปรุง ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคจากทั้งในประเทศและทั่วโลก
ในเวลาใกล้กัน CPN เลือกทุบทิ้งศูนย์การค้าเดิมที่รัตนาธิเบศร์ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 2546 และเคยเป็นสยามจัสโก้มาก่อน แล้วสร้างโครงการมิกซ์ยูสใหม่ทั้งหมดในชื่อ Central Northville บนพื้นที่เดิม ด้วยงบกว่า 4,500 ล้านบาท และพื้นที่รวมราว 210,000 ตารางเมตร โครงการนี้ยังนับเป็นศูนย์การค้าลำดับที่ 10 ในพอร์ตดั้งเดิมของบริษัท และถูกออกแบบให้เป็นศูนย์การค้า Outdoor-Inspired Indoor แห่งแรกที่ดึงป่า น้ำตก และต้นไม้ใหญ่เข้ามาในพื้นที่ปรับอากาศ เพื่อสร้างประสบการณ์เดินห้างแบบใกล้ชิดธรรมชาติสำหรับผู้ใช้ชีวิตเมือง

เมื่ออาณาจักรเดียวควบคุมตั้งแต่ท่องเที่ยวหรูถึงตะกร้าข้าวสาร: ผู้บริโภคควรได้อะไรกลับมา
เมื่อพิจารณารวมกัน ภาพชัดเจนคือกลยุทธ์ multi-format ที่เชื่อมศูนย์การค้าเซ็นทรัลระดับหรูในเมืองท่องเที่ยว โครงการมิกซ์ยูสอย่าง Northville ซูเปอร์มาร์เก็ตในนามท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และศูนย์ค้าส่ง GO Wholesale เข้าด้วยกัน กลุ่มทุนเดียวกำลังควบคุมทั้งประสบการณ์ช้อปปิ้งไลฟ์สไตล์ การซื้อของกินของใช้ประจำวัน ไปจนถึงการจัดหาวัตถุดิบให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย
ในทางหนึ่ง ระบบนิเวศแบบนี้ช่วยให้ผู้บริโภคได้ความสะดวก การเลือกสินค้าหลากหลายขึ้น และพื้นที่ใช้ชีวิตที่ออกแบบมาดีขึ้น อย่าง Central Northville ที่ดึงธรรมชาติมาบำบัดคนเมืองในพื้นที่ปรับอากาศ หรือเซ็นทรัล ภูเก็ตที่สร้างจุดหมายปลายทางระดับโลกนอกเมืองหลวง แต่อีกด้านหนึ่ง อำนาจต่อรองของผู้บริโภคต่อราคาและตัวเลือกอาจลดลง หากคู่แข่งรายอื่นตามเกมการซื้อกิจการไม่ทัน คำถามจึงไม่ใช่ว่ากลุ่มเซ็นทรัลจะโตได้แค่ไหน แต่คือสังคมและภาครัฐจะทำอย่างไรให้การขยายตัวค้าปลีกแบบผูกขาดน้อยลงนี้ยังเป็นธรรม เปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายเล็ก และสะท้อนประโยชน์กลับมาสู่ผู้บริโภคอย่างแท้จริง







