ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อความกังวลตกงานจาก AI สวนทางกับโอกาสงานสร้างสรรค์

เมื่อความกังวลตกงานจาก AI สวนทางกับโอกาสงานสร้างสรรค์
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

นิยามใหม่ของงานในยุค AI เมื่อความกลัวไม่ตรงกับความจริง

ความกังวลตกงาน AI คือความกลัวว่าปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาแทนแรงงานมนุษย์ในหลายอาชีพ ตั้งแต่งานสร้างสรรค์ งานเอกสาร ไปจนถึงงานวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกว่าอนาคตการทำงานไม่มั่นคง ทั้งที่ในความเป็นจริง AI มักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยเสริมประสิทธิภาพ เพิ่มความรวดเร็ว และเปิดโอกาสให้งานรูปแบบใหม่เกิดขึ้นมากกว่าจะทดแทนมนุษย์โดยตรง ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างความรู้สึกหวาดกลัวกับรูปแบบการใช้งาน AI ที่ใช้ร่วมกับทักษะมนุษย์ จากผลสำรวจผู้ใช้งานออนไลน์พบว่า 33.35% มีความกังวลตกงาน AI เพราะเชื่อว่าเทคโนโลยีจะมาทำงานแทนคนและทำให้คนไม่มีที่ยืน แต่ในเวลาเดียวกัน การพูดถึงการใช้ AI เพื่อทำงานสร้างสรรค์กลับมีสัดส่วนสูงถึง 36.01% ของข้อความเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งสะท้อนว่าโลกการทำงานไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบไปสู่อาชีพในยุค AI ที่ต้องคิดเชิงสร้างสรรค์และใช้เครื่องมือดิจิทัลควบคู่กัน

เมื่อความกังวลตกงานจาก AI สวนทางกับโอกาสงานสร้างสรรค์

ผู้บริโภคใช้ AI ทุกวัน แต่ช่องว่างทักษะดิจิทัลยังชัด

หากดูจากชีวิตประจำวัน ภาพของ AI ไม่ใช่หุ่นยนต์奀ขโมยงาน แต่เป็นเครื่องมือที่แทรกอยู่แทบทุกกิจกรรม ตั้งแต่ค้นข้อมูล ไปจนถึงใช้สมาร์ทโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 400 คนพบว่า 73.84% ใช้ประโยชน์จาก AI ในชีวิต ด้วยเหตุผลว่าช่วยเพิ่มความสะดวก ประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นี่คือคำยืนยันว่าการใช้ AI สร้างสรรค์และใช้งานทั่วไปได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของทักษะดิจิทัล ประเทศไทยไปแล้ว อย่างไรก็ตามการใช้ AI ยังสัมพันธ์กับระดับรายได้ คนที่มีรายได้น้อยกว่า 25,000 บาทมีแนวโน้มใช้ AI น้อยกว่ากลุ่มรายได้สูงกว่า แปลว่าคนที่เข้าถึงเทคโนโลยีและมีทักษะดิจิทัลมากกว่า กำลังได้เปรียบในอาชีพในยุค AI ขณะที่อีกส่วนยังเสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงและการเรียนรู้จึงอาจสำคัญไม่แพ้ความกลัว AI

จากความผวาตกงาน สู่การใช้ AI ทำงานสร้างสรรค์และเฉพาะทาง

ตัวเลขจากงานวิจัยด้านข้อมูลชี้ชัดว่าคนทำงานไม่ได้ใช้ AI แค่เพราะกระแส แต่ใช้เพื่อเปลี่ยนวิธีทำงานจริง ผลสำรวจการพูดถึง AI ในโซเชียลพบว่า การใช้ AI ในงานสร้างสรรค์ เช่น ทำคลิปวิดีโอ ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน หรือทำคอนเทนต์ขายของออนไลน์ มีสัดส่วน 36.01% ของข้อความที่กล่าวถึงการใช้ AI ทำงาน ขณะที่การใช้ AI จัดการเอกสารอยู่ที่ 31.07% และช่วยปรับกระบวนการทำงานในองค์กร 13.61% ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีการใช้ AI ช่วยเรียนการสอน 11.08% และงานวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะทาง 8.23% ตั้งแต่วิเคราะห์ตลาดหุ้นไปจนถึงช่วยออกแบบโค้ดและโครงสร้างงานด้านสถาปัตยกรรม ภาพรวมเหล่านี้บอกเราว่าแม้คนจำนวนหนึ่งยังมีความกังวลตกงาน AI แต่งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญกลับเป็นพื้นที่ที่ AI ถูกนำมาเสริม ไม่ใช่แทนที่ ทำให้คนที่พร้อมพัฒนาทักษะดิจิทัลมีโอกาสเติบโตในบทบาทใหม่มากขึ้น

การลงทุน AI ธุรกิจกำลังเรียกหาทักษะใหม่มากกว่าตัดคนออก

อีกด้านที่สะท้อนว่า AI ไม่ได้หมายถึงการลดคนเพียงอย่างเดียวคือการลงทุนของภาคธุรกิจ ผลการศึกษาใหม่จากการสำรวจผู้นำองค์กรพบว่าบริษัทโดยเฉลี่ยคาดว่าจะเพิ่มงบลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าอัตราการลงทุนจะเติบโต 44% ในช่วงสองปีข้างหน้า ขณะเดียวกันงานเกือบหนึ่งในสี่ของธุรกิจโดยเฉลี่ยมี AI เข้ามาช่วยดำเนินการ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 42% ในอีกสองปี นี่คือคำพูดที่ควรจำว่า การเติบโตของ AI ในองค์กรคือการเพิ่มสัดส่วนงานที่ AI เข้ามาช่วย ไม่ใช่การหายไปของมนุษย์ อย่างไรก็ดี ภาคธุรกิจจำนวนมากยังนำ AI ไปใช้แบบแยกส่วน และมีองค์กรไม่ถึงครึ่งที่มีผู้นำด้าน AI โดยเฉพาะหรือมีการฝึกอบรมผู้บริหารเกี่ยวกับศักยภาพและความเสี่ยงของ AI ช่องว่างด้านข้อมูลและทักษะจึงยังเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้ภาพการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรจะลงทุนกับคนและการเรียนรู้ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน

เมื่อความกังวลตกงานจาก AI สวนทางกับโอกาสงานสร้างสรรค์

บทสรุป อาชีพในยุค AI ต้องเลิกกลัวแล้วเริ่มอัปทักษะ

เมื่อมองภาพรวมของตัวเลขและพฤติกรรมการใช้ AI จะเห็นว่า ความกลัว AI แย่งงานยังมีอยู่จริง แต่ความเป็นจริงด้านการใช้งานกลับชี้ไปอีกทาง คนส่วนใหญ่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในชีวิตประจำวันมากกว่า และในโลกการทำงาน การใช้ AI สร้างสรรค์กำลังเติบโตเป็นอันดับแรก ขณะที่ธุรกิจลงทุน AI เพิ่มขึ้นและนำมาใช้กับงานในองค์กรมากขึ้นทุกปี คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI จะทำให้ใครตกงานหรือไม่ แต่คือใครจะพร้อมเปลี่ยนบทบาทของตัวเองให้กลายเป็นผู้ใช้ AI อย่างมีทักษะและความเข้าใจ การพัฒนาทักษะดิจิทัล การเรียนรู้เครื่องมือใหม่ และการมอง AI เป็นคู่หูในการทำงานแทนการมองว่าเป็นคู่แข่ง คือแนวทางเดียวที่ทำให้คนทำงานไม่เพียงอยู่รอด แต่ยังใช้โอกาสจากเทคโนโลยีสร้างเส้นทางอาชีพในยุค AI ที่มั่นคงและหลากหลายมากขึ้น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!