ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ไมซ์ซิตี้ 16 เมือง การขยายโครงข่ายไมซ์ที่ไม่หยุดอยู่แค่เมืองหลวง

ไมซ์ซิตี้ 16 เมือง การขยายโครงข่ายไมซ์ที่ไม่หยุดอยู่แค่เมืองหลวง
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไมซ์ซิตี้คืออะไร และเหตุใดการขยายจากเมืองเดียวสู่ 16 เมืองจึงสำคัญ

ไมซ์ซิตี้ คือ เมืองที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์เฉพาะเพื่อรองรับการจัดประชุม งานแสดงสินค้า การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการประชุมองค์กร โดยมีโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานสถานที่ บุคลากร และระบบสนับสนุนที่พร้อมรองรับการประชุมและนิทรรศการ รวมถึงการท่องเที่ยวธุรกิจในมิติที่ยั่งยืนและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ การประกาศของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือทีเส็บ ที่รับรอง 6 พื้นที่ใหม่เป็นไมซ์ซิตี้เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ทำให้เครือข่ายไมซ์ซิตี้ ไทยขยายจากเดิมเป็นรวม 16 เมืองทั่วประเทศ นี่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มชื่อบนแผนที่ แต่คือการประกาศจุดยืนว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ต้องหลุดจากวงโคจรของเมืองหลวง กระจายโอกาสสู่เมืองรองไทยที่มีศักยภาพแต่ถูกมองข้ามมานาน หากทำสำเร็จ การเดินเกมครั้งนี้จะกลายเป็นตัวเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ที่ทรงพลังที่สุดตัวหนึ่งในยุคหลัง

ไมซ์ซิตี้ 16 เมือง การขยายโครงข่ายไมซ์ที่ไม่หยุดอยู่แค่เมืองหลวง

จากกรุงเทพฯ สู่กระบี่ อุบลฯ หัวหิน-ชะอำ แผนกระจายศูนย์ไมซ์อย่างมีดีเอ็นเอ

แกนกลางของการขยายเครือข่ายไมซ์ซิตี้ ไทย คือการยอมรับว่าแต่ละเมืองมีบทบาทที่แตกต่าง ไม่ใช่สำเนาของเมืองหลวง ทีเส็บจึงใช้แนวคิด Destination DNA เน้นจุดแข็งเฉพาะของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การประชุมและนิทรรศการไม่ได้มองหาแค่ฮอลล์ใหญ่ แต่ต้องมองหา “เรื่องราวของเมือง” ไปพร้อมกัน 6 พื้นที่ใหม่สะท้อนยุทธศาสตร์นี้อย่างชัดเจน กระบี่ถูกยกให้เป็นไมซ์ชายทะเลอันดามัน เชียงรายเป็นเมืองไมซ์สร้างสรรค์และวัฒนธรรม นครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลางไมซ์เชิงวัฒนธรรมและศาสนา ระยองถูกวางตัวเป็นศูนย์กลางไมซ์ภาคอุตสาหกรรมต่อยอด EEC อุบลราชธานีเป็นประตูไมซ์อีสานใต้สู่ลุ่มน้ำโขง และหัวหิน-ชะอำคือไมซ์ซิตี้ที่ผนึกรีสอร์ตทะเลกับสถานที่จัดงานรองรับบิ๊กอีเวนต์แบบไร้รอยต่อ คำประกาศที่ควรถูกจดจำคือ “การยกระดับเป็นเมืองไมซ์ ไม่ใช่เพียงแค่การรับรองสถานะ แต่คือการนำอุตสาหกรรมไมซ์ไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแต่ละเมืองตามจุดแข็งเฉพาะตัว”

ไมซ์ซิตี้ 16 เมือง การขยายโครงข่ายไมซ์ที่ไม่หยุดอยู่แค่เมืองหลวง

โครงสร้างพื้นฐาน อัตลักษณ์ และคนท้องถิ่น สามฟันเฟืองที่ต้องหมุนพร้อมกัน

การขยายไมซ์ซิตี้จะไม่เกิดผลถ้าเมืองมีแต่โลโก้ แต่ไม่มีความพร้อมเชิงลึก ทีเส็บจึงเดินเกมผ่านสามกลไกที่เชื่อมโยงกันชัดเจน หลังการรับรองเมืองใหม่ทั้ง 6 แห่ง ได้มีการเตรียมแผนพัฒนาเมืองร่วมกับจังหวัดผ่านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อ โดยอาศัยต้นแบบ EEC MICE Sandbox และคู่มือ Area-based MICE Development Playbook เพื่อขยายผลสู่เมืองอื่น ด้านเนื้อหา เมืองถูกมองเป็น City-as-content ออกแบบงานไมซ์ให้สอดคล้อง Destination DNA และดันมาตรฐาน Thailand Sustainable Event Management Standard เพื่อให้การท่องเที่ยวธุรกิจเติบโตบนกรอบความยั่งยืน ในขณะเดียวกัน การพัฒนาบุคลากรและห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่นก็ถูกยกเป็น Local Ecosystem ผ่านเครือข่ายผู้ประกอบการไมซ์ และสิทธิประโยชน์ภาษีที่หักลดหย่อนได้สูงสุด 200 เพื่อจูงใจให้องค์กรหันมาจัดงานในเมืองไมซ์มากขึ้น หากสามฟันเฟืองนี้ไม่หมุนพร้อมกัน ไมซ์ซิตี้ก็เสี่ยงจะกลายเป็นแค่ป้ายสวยหน้าจังหวัด

ไมซ์ซิตี้กับยุทธศาสตร์ชาติ ยาวไปถึงการประเมินรอบใหม่ปี 2570

สิ่งที่ทำให้โครงการไมซ์ซิตี้น่าสนใจ คือมันไม่ได้เป็นเพียงโครงการระยะสั้น แต่ถูกผูกเข้ากับยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว โครงการเมืองไมซ์เริ่มเดินตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ภายใต้ยุทธศาสตร์ข้อที่ 4 ของทีเส็บเรื่องการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ที่ให้ความสำคัญกับ Business Tourism และตั้งเป้ายกระดับเมืองศักยภาพให้เป็น Preferred MICE Destination ขณะเดียวกัน ทีเส็บไม่ได้ปล่อยให้สถานะไมซ์ซิตี้คงอยู่ตลอดไป ปี 2570 มีแผนประเมินเพื่อต่ออายุไมซ์ซิตี้หลักอีก 4 เมือง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น พร้อมกับการพัฒนาเกณฑ์ประเมินเมืองแบบเฉพาะประเภท เพื่อรองรับความหลากหลายของพื้นที่ และตอกย้ำเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางไมซ์ของภูมิภาคอาเซียน นี่คือสัญญาณว่าการเป็นไมซ์ซิตี้ต้องรักษามาตรฐาน ไม่ใช่แค่ผ่านครั้งเดียวแล้วจบ

ข้อดี ข้อเสี่ยง และสิ่งที่ต้องจับตาในยุคไมซ์ซิตี้ 16 จุดหมาย

การขยายไมซ์ซิตี้เป็น 16 เมืองคือก้าวสำคัญของการขยายเมืองรองไทย ให้มีบทบาทในเศรษฐกิจการประชุมและนิทรรศการมากกว่าเดิม หากดำเนินต่อเนื่อง ผลบวกที่จะเห็นคือการกระจายจัดงานทุกภูมิภาค ลดการกระจุกตัวของงบและคนในเมืองหลวง และสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ตั้งแต่โรงแรม สถานที่จัดงาน ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้ให้บริการท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงคือบางเมืองอาจลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกินความต้องการ ถ้าไม่มีดีมานด์รองรับ หรือไม่สามารถพัฒนา City-as-content ให้โดดเด่นพอจะแข่งขันกับเมืองหลัก สำหรับผู้จัดงาน การมีตัวเลือก 16 เมืองคือโอกาส แต่ก็หมายถึงต้องทำการบ้านเพิ่มในการเลือกจุดหมายที่สอดคล้องกับแบรนด์และผู้เข้าร่วม ระยะถัดไปที่ต้องจับตาคือหลังปี 2570 เมื่อเริ่มประเมินต่ออายุไมซ์ซิตี้หลัก จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าระบบคัดกรองและการยกระดับมาตรฐานทำงานได้จริงแค่ไหน และใครคือเมืองที่ใช้สถานะไมซ์ซิตี้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้เศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!