ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ไมซ์ซิตี้ไทย 16 เมือง กำลังเขียนแผนที่ใหม่ของการประชุมนานาชาติ

ไมซ์ซิตี้ไทย 16 เมือง กำลังเขียนแผนที่ใหม่ของการประชุมนานาชาติ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไมซ์ซิตี้ไทยคืออะไร และทำไมการกระจายเมืองจึงสำคัญ

ไมซ์ซิตี้ไทยคือเมืองที่ได้รับการรับรองให้เป็นศูนย์กลางการจัดการประชุม นิทรรศการ การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล และงานอีเวนต์องค์กร โดยผ่านการประเมินด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความสะดวกในการเดินทาง ภาพลักษณ์เมือง ความปลอดภัย และความพร้อมของผู้ประกอบการในพื้นที่ เป้าหมายไม่ใช่แค่รองรับผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก แต่คือการใช้การประชุมและนิทรรศการเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนท่องเที่ยวธุรกิจ ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างงานที่มีคุณภาพให้คนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนสำคัญคือแนวคิดไม่ให้การจัดงานกระจุกอยู่ในเมืองหลวงเพียงแห่งเดียว แต่สร้างระบบนิเวศไมซ์ซิตี้ไทยแบบกระจายศูนย์ ให้แต่ละภูมิภาคแข่งขันและเสริมกันเอง เมื่อสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการตัดสินใจเดินเกมเช่นนี้ จึงเท่ากับเขียนแผนที่ใหม่ของท่องเที่ยวธุรกิจในภูมิภาค การเดินทางเพื่อประชุมไม่จำเป็นต้องลงสนามบินใหญ่แล้วต่อรถเข้าศูนย์การประชุมเดิมซ้ำ ๆ อีกต่อไป แต่เลือกเมืองที่สอดคล้องกับเนื้อหางานและตัวตนขององค์กรได้มากขึ้น

ไมซ์ซิตี้ไทย 16 เมือง กำลังเขียนแผนที่ใหม่ของการประชุมนานาชาติ

จาก 10 สู่ 16 ไมซ์ซิตี้ไทย การวางหมากเชิงยุทธศาสตร์ของทีเส็บ

การยกระดับไมซ์ซิตี้ไทยครั้งล่าสุดเป็นสัญญาณชัดว่าทีเส็บกำลังเล่นเกมระยะยาวเพื่อดันประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ของภูมิภาค โดยปีนี้ประกาศรับรองไมซ์ซิตี้ใหม่ 6 พื้นที่ คือ กระบี่ เชียงราย นครศรีธรรมราช ระยอง อุบลราชธานี และหัวหิน–ชะอำ ส่งผลให้จำนวนเมืองไมซ์รวมเป็น 16 เมือง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เมืองเดิม 10 แห่งที่มีบทบาทอยู่แล้ว เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต พัทยา นครราชสีมา อุดรธานี สงขลา สุราษฎร์ธานี และพิษณุโลก ยังคงเป็นฐานหลักในการดึงงานและเมกะอีเวนต์ระดับนานาชาติ ทิศทางนี้ไม่ใช่การเพิ่มรายชื่อเพื่อความสวยงาม แต่เป็นการใช้แนวคิด Destination DNA ออกแบบงานให้สอดคล้องจุดแข็งเฉพาะของแต่ละเมือง ไม่ว่าจะเป็นไมซ์ชายทะเลอันดามัน ไมซ์เชิงวัฒนธรรมและศาสนา หรือไมซ์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ แนวคิดนี้ทำให้การประชุมและนิทรรศการกลายเป็นพื้นที่เล่าเรื่องเมืองแทนที่จะเป็นเพียงห้องประชุมไร้ตัวตน และเป็นเหตุผลที่ไมซ์ซิตี้ไทยเริ่มมีบุคลิกชัดเจนกว่าที่เคย

Northern MICE Expo และไมซ์ภาคเหนือ การท้าทายศูนย์กลางเดิม

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดของการกระจายศูนย์คือการจัดงาน Northern MICE Expo 2026 ที่เชียงใหม่เมื่อวันที่ 30 กันยายน ซึ่งใช้เวทีนี้ประกาศปฏิญญาร่วมของสามไมซ์ซิตี้ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และพิษณุโลก ในการยกระดับภูมิภาคเป็นศูนย์กลางการจัดงานระดับนานาชาติ ปัจจุบันอุตสาหกรรมไมซ์ในภาคเหนือเติบโตถึง 15.4% และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 18,500 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าการผนึกกำลังหลายเมืองเริ่มให้ผลลัพธ์เชิงตัวเลขแล้ว สารสำคัญของงานนี้คือการประกาศว่าเมกะอีเวนต์และการประชุมนานาชาติไม่จำเป็นต้องพึ่งพาทุกอย่างจากเมืองหลวงอีกต่อไป ความพร้อมของสามเมืองช่วยลดต้นทุนผู้จัดงาน และสร้างเครือข่ายการเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างทั่วถึง เมื่อทีเส็บตั้งเป้าจะดึงกลุ่มนักเดินทางธุรกิจที่มีกำลังซื้อสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป 3–4 เท่าเข้าสู่ภูมิภาค ตัวเลข 18,000 กว่าล้านบาทจึงไม่ใช่แค่รายได้ปีเดียว แต่คือการวางฐานเศรษฐกิจที่พึ่งพาไมซ์ระยะยาว

ไมซ์ซิตี้ไทย 16 เมือง กำลังเขียนแผนที่ใหม่ของการประชุมนานาชาติ

อุดรธานีและมหกรรมพืชสวนโลก เมืองทางผ่านสู่ศูนย์กลางไมซ์โลก

หากภาคเหนือกำลังท้าทายบทบาทศูนย์กลางการประชุม ระดับเมกะอีเวนต์ฝั่งอีสานก็ไม่ยอมน้อยหน้า อุดรธานีกำลังใช้มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 หรือ Udon Thani International Horticultural Expo 2026 เป็นใบเบิกทางสู่สถานะ International MICE Destination งานได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ และจะจัดขึ้นบนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดกว่า 1,000 ไร่ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน นี่ไม่ใช่งานดอกไม้เพื่อถ่ายรูปสวยอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบเป็นเมกะอีเวนต์ที่เชื่อมการประชุม การสร้างเครือข่าย และการจับคู่ธุรกิจ เข้ากับท่องเที่ยวธุรกิจและชุมชนท้องถิ่น การคาดการณ์ผู้เข้าชมกว่า 3.6 ล้านคน และเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 32,000 ล้านบาท สะท้อนพลังของไมซ์ในการเปลี่ยนนักท่องเที่ยวทั่วไปให้กลายเป็นนักเดินทางธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจท้องถิ่นหลายชั้น ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงชุมชนรอบเมือง

ไมซ์ซิตี้ไทย 16 เมือง กำลังเขียนแผนที่ใหม่ของการประชุมนานาชาติ

กระจายไมซ์สู่ภูมิภาค แล้วคนท้องถิ่นและธุรกิจเล็กได้อะไร

คำถามสำคัญคือระบบไมซ์ซิตี้ไทยที่ขยายตัวจะเปลี่ยนชีวิตคนท้องถิ่นและธุรกิจขนาดเล็กอย่างไร คำตอบเริ่มเห็นจากสามกลไกที่ทีเส็บใช้พัฒนาเมือง ได้แก่ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อ การชูอัตลักษณ์เมืองให้เป็นเนื้อหาของงาน และการพัฒนาบุคลากรกับห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น พร้อมสิทธิหักลดหย่อนภาษีสูงสุด 200% เพื่อจูงใจให้บริษัทเลือกจัดประชุมและสัมมนาในไมซ์ซิตี้มากขึ้น เมื่อแนวทางนี้เดินคู่กับแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาท่องเที่ยวที่เน้นท่องเที่ยวธุรกิจ เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่จำนวนอีเวนต์ แต่คือการยกระดับเมืองศักยภาพให้เป็น Preferred MICE Destination ในทางปฏิบัติ การไม่ให้ทุกอย่างกระจุกที่กรุงเทพฯ ช่วยให้ผู้จัดงานลดต้นทุน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นตั้งแต่โรงแรม บริษัทอีเวนต์ ช่างภาพ ไปจนถึงชุมชนท่องเที่ยวเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าอย่างเป็นระบบ สำหรับอุดรธานี ทีเส็บก็ชัดเจนว่างานพืชสวนโลกไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นสู่การประมูลสิทธิ์จัดประชุมระดับโลกและงานแสดงสินค้าใหม่ ๆ ต่อเนื่องในอนาคต ระบบไมซ์ที่กระจายตัวจึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของเมือง ที่ต้องรีบพัฒนาคน สร้างแบรนด์เมือง และปรับวิธีคิดจากการเป็นเมืองทางผ่านสู่เมืองที่คนตั้งใจเดินทางไปทำธุรกิจ

ไมซ์ซิตี้ไทย 16 เมือง กำลังเขียนแผนที่ใหม่ของการประชุมนานาชาติ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!