ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

โครงการโซลาร์ฟาร์มบุกนิคมอุตสาหกรรม แข่งสู่เป้าหมาย Net Zero

โครงการโซลาร์ฟาร์มบุกนิคมอุตสาหกรรม แข่งสู่เป้าหมาย Net Zero
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คลื่นโซลาร์ฟาร์มลูกใหม่ จุดเปลี่ยนพลังงานสะอาดในนิคมอุตสาหกรรม

โครงการโซลาร์ฟาร์ม คือการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ทั้งแบบติดตั้งบนพื้นดิน หลังคา ผิวน้ำ หรือพื้นที่รกร้าง เพื่อจ่ายไฟเข้าสู่ระบบไฟฟ้าหลักหรือใช้ภายในพื้นที่อุตสาหกรรมโดยตรง รองรับการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero เป้าหมาย ในระดับองค์กรและระดับประเทศ ภาพใหญ่ที่กำลังก่อตัวชัดขึ้นคือ พลังงานสะอาดไทยไม่ได้เดินด้วยโครงการเล็กปะติดปะต่ออีกต่อไป แต่ขยับเข้าสู่ยุคของเมกะโปรเจกต์ในนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และทุนเอกชนกำลังแข่งกันจับจองพื้นที่ สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อยึดหัวหาดในอนาคตของพลังงานสะอาด แรงผลักสำคัญคือเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 และแผน Carbon Neutrality ที่ถูกแปลงเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการ ทำให้โครงการโซลาร์ฟาร์มไม่ใช่ภาพลักษณ์สีเขียว แต่เป็นยุทธศาสตร์ธุรกิจและความมั่นคงทางพลังงานรูปแบบใหม่

AMATA–BGRIM โซลาร์ลอยน้ำ 42.5 MWp เกมใหม่ของนิคมอุตสาหกรรม

ดีลร่วมทุนระหว่าง AMATA และ BGRIM มูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ กำลังการผลิตติดตั้งสูงสุด 42.5 เมกะวัตต์พีก ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี คือสัญญาณชัดว่าพื้นที่นิคมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดเต็มตัว การเลือกติดตั้งบนอ่างเก็บน้ำแทนการแย่งที่ดินกับโรงงาน คือการใช้ทรัพยากรเดิมให้เกิดมูลค่าใหม่ และเป็นตัวอย่างว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมไม่จำเป็นต้องแลกกับสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของผู้ประกอบการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 29,300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีหลังเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ที่สำคัญ โครงการนี้เป็นหมุดหมายของการยกระดับเมืองอุตสาหกรรมสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะและยั่งยืน โดย AMATA ตั้งเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2583 และ BGRIM ประกาศเป้าหมาย Net Zero Carbon Emissions ภายในปี 2593 ทำให้โซลาร์ลอยน้ำครั้งนี้ไม่ใช่แค่โรงไฟฟ้าใหม่ แต่เป็นฐานของกลยุทธ์ระยะยาวด้านพลังงานสะอาดไทย

GPSC เก็บล็อตโซลาร์ 105 MW ขยายพอร์ตไฟสะอาดเกินครึ่ง

บนสนามแข่งขันพลังงานหมุนเวียน GPSC กำลังเร่งเครื่องอย่างจริงจัง บริษัทได้รับคัดเลือกให้ดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน 6 โครงการ รวมกำลังการผลิตตามสัญญาและตามสัดส่วนการถือหุ้น 105 เมกะวัตต์ พร้อมลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคภายใต้รูปแบบ FiT ปี 2565–2573 โครงการ 4 แห่งจะเริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ในปี 2571 และอีก 2 แห่งในปี 2573 ซึ่งหมายความว่าภายในช่วงเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า พอร์ตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของ GPSC จะขยายจนมีสัดส่วนมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2593 ตามแผนของบริษัท ในเชิงยุทธศาสตร์ การเดินเกมโซลาร์ล็อตใหญ่ครั้งนี้สะท้อนว่า บริษัทไฟฟ้าขนาดใหญ่ไม่สามารถยึดติดกับไฟฟ้าจากฟอสซิลอีกต่อไป ใครครองสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดระยะยาวได้มากกว่า คนนั้นมีแต้มต่อทั้งด้านรายได้ที่มั่นคงและภาพลักษณ์ ESG ที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่

BEM และรถไฟฟ้า MRT เมื่อระบบขนส่งกลายเป็นผู้เล่นพลังงานสะอาด

อีกด้านหนึ่งของสนามพลังงานคือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานขนส่ง BEM เปิดโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ทั้ง Solar Farm Solar Rooftop และ Solar Carpark เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้กับระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และจ่ายไฟให้อาคารบริหารพระราม 9 บนพื้นที่รวมกว่า 23 ไร่ สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 6,000 ตันต่อปี โครงการนี้เป็นการตอบรับนโยบายผลักดันสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ที่ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 และทำให้ระบบขนส่งมวลชนไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกของคนเมือง แต่ยังเป็นผู้เล่นรายสำคัญในสมการพลังงานสะอาดไทยด้วย จุดที่น่าสนใจคือ การที่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเริ่มผลิตไฟใช้เอง ทำให้ลดความผันผวนด้านต้นทุนพลังงานในระยะยาว และส่งสัญญาณว่าธุรกิจขนส่งกำลังเปลี่ยนจากผู้ใช้ไฟรายใหญ่ เป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตพลังงานสะอาดไปพร้อมกัน

จากบ่อตะกอนสู่โซลาร์ฟาร์ม โมเดลรีดีเวลลอปพื้นที่อุตสาหกรรมเพื่อ Net Zero

ภาพที่ชัดที่สุดของการรีดีเวลลอปพื้นที่อุตสาหกรรมคือความร่วมมือระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย GULF1 และ GPSC ในการตั้งบริษัท รีเนอร์จี จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่เก็บกักตะกอนดินเลนหรือ Silt Pond ขนาด 92 ไร่ ในโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โครงการนี้มีกำลังการผลิตติดตั้ง 17.5 เมกะวัตต์ เพื่อส่งจ่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้ภาคอุตสาหกรรม และถูกออกแบบให้เป็นโมเดลต้นแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่เคยใช้รองรับตะกอน ให้กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าแทน ตามคำอธิบายของผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065 และแสดงให้เห็นว่าการบรรลุ Net Zero เป้าหมาย ไม่ได้ขึ้นกับเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการออกแบบการใช้ที่ดินและการร่วมทุนที่กล้าพลิกพื้นที่ทิ้งร้างให้เป็นสินทรัพย์พลังงานสะอาดด้วย เมื่อมองภาพรวม ทั้งโครงการลอยน้ำของ AMATA–BGRIM แผนโซลาร์ล็อตใหญ่ของ GPSC โครงการโซลาร์ฟาร์มของ BEM และโมเดลรีเนอร์จีในมาบตาพุด สะท้อนบทเรียนเดียวกันว่า ใครรีบลงมือก่อนย่อมจับโอกาสพลังงานสะอาดไทยได้มากกว่า ทั้งในเชิงต้นทุน การแข่งขัน และความน่าเชื่อถือบนเวทีโลก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!