ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

สงครามโลว์คอสต์ระอุ สายการบินเร่งเพิ่มฝูงบินรับฤดูท่องเที่ยวปลายปี

สงครามโลว์คอสต์ระอุ สายการบินเร่งเพิ่มฝูงบินรับฤดูท่องเที่ยวปลายปี
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โลว์คอสต์เร่งเครื่อง ทำไมช่วงปลายปีนี้ดุเดือดกว่าปกติ

การขยายฝูงบินและเพิ่มความถี่เที่ยวบินของสายการบินโลว์คอสต์ คือกลยุทธ์ที่สายการบินต้นทุนต่ำใช้รองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มสูงในช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี โดยเน้นเพิ่มจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศและภูมิภาค ปรับตารางบินให้ถี่ขึ้น และลงทุนในเครื่องบินรุ่นใหม่อย่างเครื่องบินโบอิ้ง 737 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้นโดยยังคงจุดขายด้านราคาประหยัดเอาไว้

สัญญาณชัดว่าศึกสายการบินโลว์คอสต์รอบใหม่เริ่มต้นแล้ว เมื่อสองผู้เล่นหลักเลือกบุกพร้อมกันในช่วงไตรมาสท้ายของปี ฝั่งหนึ่งเพิ่มจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศแบบก้าวกระโดด ขณะที่อีกฝั่งเร่งรับมอบเครื่องใหม่ล็อตใหญ่เพื่อเสริมฝูงบิน การแข่งกันเพิ่มความถี่เที่ยวบินไม่ใช่แค่การเติมที่นั่ง แต่คือการแย่งความภักดีของผู้โดยสารในจังหวะที่ความต้องการเดินทางหลังวิกฤตกลับมาร้อนแรง การตัดสินใจของผู้โดยสารจึงไม่ได้ดูแค่ราคา แต่ดูว่าบินบ่อยไหม เลือกเวลาได้ยืดหยุ่นแค่ไหน และสนามบินปลายทางตอบโจทย์การเดินทางจริงหรือไม่

ไทยแอร์เอเชียกลับมาเต็มกำลัง เพิ่มบินวันละ 135 เที่ยว จับตลาดสองสนามบิน

ไทยแอร์เอเชียเลือกตอบโจทย์ฤดูท่องเที่ยวปลายปีด้วยการดันเที่ยวบินภายในประเทศกลับสู่ระดับสูงสุดที่ 135 เที่ยวบินต่อวันตั้งแต่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 จากค่าเฉลี่ยไตรมาสสามที่ 88 เที่ยวบินต่อวัน นี่เป็นการกลับลำจากช่วงไตรมาสสองที่สายการบินต้องหั่นตารางบินลงราว 30% เพราะต้นทุนน้ำมันสูงและดีมานด์กลางปีอ่อนแรง การเพิ่มเที่ยวบินรอบนี้จึงสะท้อนความมั่นใจว่าตลาดเที่ยวบินภายในประเทศกำลังฟื้นเต็มตัว และใครเติมที่นั่งก่อนย่อมช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดได้มากกว่า

กลยุทธ์สำคัญคือการกลับมาใช้สองสนามบินในกรุงเทพ ดอนเมืองเป็นฐานหลัก เชื่อมตรงสู่ 22 เส้นทาง พร้อมอัดความถี่เส้นทางยอดนิยมอย่างดอนเมือง–เชียงใหม่สูงสุด 17 เที่ยวต่อวัน และดอนเมือง–ภูเก็ตสูงสุด 15 เที่ยวต่อวัน ขณะเดียวกันยังคงปักธงที่สุวรรณภูมิด้วย 3 เส้นทางไปภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่ โดยเส้นทางสุวรรณภูมิ–เชียงใหม่ให้บริการสูงสุด 6 เที่ยวต่อวัน การกระจายเที่ยวบินเช่นนี้ทำให้สายการบินตรึงภาพผู้นำตลาดเที่ยวบินภายในประเทศได้แน่นขึ้น

สงครามโลว์คอสต์ระอุ สายการบินเร่งเพิ่มฝูงบินรับฤดูท่องเที่ยวปลายปี

เวียตเจ็ทไทยแลนด์เร่งรับโบอิ้ง 737-8 เสริมฝูงบิน เจาะทั้งในและต่างประเทศ

ในอีกฟากหนึ่ง เวียตเจ็ทไทยแลนด์เลือกเดินเกมผ่านการขยายฝูงบินอย่างจริงจังด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ล็อตใหญ่ 6 ลำในเดือนสิงหาคม ทำให้จำนวนเครื่องรวมแตะ 29 ลำ และในนั้นเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ถึง 17 ลำ นี่คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมขีดความสามารถในการเพิ่มความถี่เที่ยวบินและขยายเครือข่ายเส้นทางทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและต่างประเทศ รับกับภาพรวมการเดินทางที่ ททท คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33 ล้านคน และการท่องเที่ยวภายในประเทศ 200 ล้านคนครั้งในปีเดียว

เครื่องบินโบอิ้ง 737-8 กลายเป็นหัวใจของการเติบโตระยะกลางของสายการบิน โดยผู้บริหารประกาศชัดว่าจะทยอยรับเพิ่มให้ครบ 25 ลำภายในปี 2569 และมุ่งขยายฝูงบินรวมเป็น 50 ลำภายในปี 2571 ฝูงบินใหม่เหล่านี้ช่วยให้สายการบินเพิ่มความถี่เส้นทางสำคัญจากสุวรรณภูมิ เช่น กรุงเทพ–เชียงใหม่ และกรุงเทพ–ภูเก็ต สูงสุด 11 เที่ยวต่อวัน เส้นทางกรุงเทพ–กระบี่สูงสุด 5 เที่ยวต่อวัน รวมถึงเส้นทางไปเชียงราย หาดใหญ่ และหัวเมืองอีสานอย่างอุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี สูงสุด 4 เที่ยวต่อวัน

สงครามโลว์คอสต์ระอุ สายการบินเร่งเพิ่มฝูงบินรับฤดูท่องเที่ยวปลายปี

ความถี่เที่ยวบินและเส้นทางข้ามภาค กลายเป็นสนามรบใหม่ของโลว์คอสต์

เมื่อราคาตั๋วของสายการบินโลว์คอสต์ใกล้เคียงกันมากขึ้น ปัจจัยชี้ขาดจึงขยับไปที่ความถี่เที่ยวบินและรูปแบบเครือข่ายเส้นทางใครจัดตารางบินถี่และกระจายเส้นทางได้ฉลาดกว่า คนนั้นชนะใจผู้โดยสารช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี ตัวอย่างชัดคือการที่ไทยแอร์เอเชียเพิ่มเส้นทางบินข้ามภาคจากภูเก็ตสู่ขอนแก่นสูงสุด 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ และสู่จังหวัดอุดรธานีสูงสุด 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ เริ่มบินตั้งแต่ 25 ตุลาคม เป็นต้นไป เส้นทางเหล่านี้ลดการต้องต่อเครื่องผ่านกรุงเทพ เปิดทางให้การเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคสะดวกขึ้น

ด้านเวียตเจ็ทไทยแลนด์ก็ใช้แนวคิดคล้ายกันในการเพิ่มทางเลือกเที่ยวบินภายในประเทศ ทั้งการให้บริการเส้นทางสุวรรณภูมิ–นครศรีธรรมราชวันละ 2 เที่ยว และการกลับมาเปิดเส้นทางภูเก็ต–เชียงรายอีกครั้ง เมื่อเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างประเทศที่เครื่องบินโบอิ้ง 737-8 รองรับได้ เส้นทางภายในประเทศจึงไม่ได้มีความหมายแค่ตลาดท่องเที่ยว แต่ยังเป็นฟีดเดอร์สำคัญส่งผู้โดยสารต่อเชื่อมสู่เส้นทางต่างประเทศ ผลคือสนามบินหลักกลายเป็นฮับที่ทุกสายการบินโลว์คอสต์ต้องแย่งบทบาทกันอย่างเข้มข้น

สงครามโลว์คอสต์ระอุ สายการบินเร่งเพิ่มฝูงบินรับฤดูท่องเที่ยวปลายปี

บทสรุปฤดูกาลนี้ ใครพร้อมกว่า คนนั้นได้เปรียบยาว

เมื่อมองภาพรวม การเพิ่มความถี่เที่ยวบินภายในประเทศวันละ 135 เที่ยวของไทยแอร์เอเชียควบคู่การใช้สองสนามบินหลัก และการเร่งขยายฝูงบินเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ของเวียตเจ็ทไทยแลนด์สู่เป้าหมาย 25 ลำในปี 2569 สะท้อนมุมมองเดียวกันว่า ฤดูท่องเที่ยวปลายปีนี้เป็นจังหวะทองที่พลาดไม่ได้ ใครกล้าเติมความจุและขยายเครือข่ายก่อน ย่อมล็อกส่วนแบ่งตลาดและความคุ้นเคยในใจผู้โดยสารได้ก่อน

ในระยะสั้น ผู้โดยสารได้ประโยชน์จากทางเลือกเที่ยวบินที่หลากหลายและตารางบินที่ยืดหยุ่นขึ้น แต่ในระยะยาวสมรภูมิสายการบินโลว์คอสต์จะยิ่งแข่งขันดุเดือด การตัดสินใจลงทุนกับฝูงบินและความถี่เที่ยวบินวันนี้ จะกำหนดว่าผู้เล่นคนใดจะขึ้นเป็นศูนย์กลางการเดินทางในภูมิภาคในวันข้างหน้า ฤดูกาลปลายปีรอบนี้จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันเติมเที่ยวบิน แต่คือการวางหมากชิงอนาคตของตลาดการบินทั้งระบบ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!