ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ธุรกิจไทยกำลังปลดล็อกศักยภาพ AI จากเครือข่ายสู่เมืองอัจฉริยะ

ธุรกิจไทยกำลังปลดล็อกศักยภาพ AI จากเครือข่ายสู่เมืองอัจฉริยะ
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AI adoption Thailand ไม่ใช่กระแส แต่คือการวางระบบใหม่ทั้งประเทศ

การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในธุรกิจหรือ AI adoption Thailand คือกระบวนการที่องค์กรและเมืองพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบข้อมูล และทักษะแรงงาน เพื่อใช้ AI สร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ประกอบการ AI ready ที่ปรับกระบวนการภายใน ไปจนถึงนวัตกรรม AI ไทยที่ฝังตัวอยู่ในโครงข่ายสื่อสาร ระบบพลังงาน และบริการสาธารณะ โดยเป้าหมายไม่ใช่แค่ทดลองใช้เครื่องมือใหม่ แต่คือการสร้างธุรกิจ AI transformation ให้ AI กลายเป็นขีดความสามารถหลักขององค์กรในทุกภูมิภาค ในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เคย AI กำลังเข้ามาเป็นความสามารถสำคัญของภาคธุรกิจ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ไปจนถึงสร้างโอกาสใหม่ โจทย์จึงขยับจากการถามว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ไปสู่คำถามว่าองค์กรพร้อมแค่ไหนที่จะเปลี่ยน AI ให้เป็นผลลัพธ์จริง

จาก Roadshow สู่โครงข่าย 5G: AIS ผลักดันผู้ประกอบการ AI ready

หากมองภาพธุรกิจ AI transformation ระดับภูมิภาค กิจกรรม AIS Business Roadshow 2026 เป็นสัญญาณชัดว่าการผลักดัน AI ไม่ได้จำกัดอยู่ในเมืองใหญ่ AIS ลงพื้นที่จังหวัดเศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์จริง และโซลูชันดิจิทัล พร้อมรับฟังโจทย์จากภาคธุรกิจแต่ละภูมิภาค มีผู้เข้าร่วมสัมมนารวมกว่า 600 คนจาก 400 องค์กร แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการ AI ready กำลังเกิดขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ไม่ใช่เฉพาะรายใหญ่ในเมืองศูนย์กลาง ผู้บริหาร AIS ย้ำชัดว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การเลือกเทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด แต่คือการเข้าใจว่าเทคโนโลยีใดเหมาะกับบริบทและเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ นี่คือคำเตือนต่อธุรกิจที่หลงกับกระแส AI ว่าถ้าไม่มี Digital Core ที่แข็งแรง เชื่อมต่อได้ ปลอดภัย และรองรับการเติบโต การลงทุนใน AI จะไม่เคยออกจากเวทีทดลอง และจะกลายเป็นต้นทุนจมที่ยากอธิบายกับผู้ถือหุ้น

น่าสังเกตว่าบทเรียนที่ AIS ถ่ายทอดให้องค์กรอื่น ไม่ได้มาจากทฤษฎี แต่จากการที่ตนเองใช้ AI ขับเคลื่อนบริการสำคัญ เช่น การบริหารโครงข่าย 5G ที่มีสถานีฐานกว่า 40,000 แห่ง รองรับผู้ใช้งานมากกว่า 47 ล้านราย ผ่านระบบ Autonomous Network รวมถึง AI Contact Center ที่รองรับสายบริการกว่า 7 ล้านสายในแต่ละเดือน ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำว่า AI ในบริบทโครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่งานทดลอง แต่เป็นระบบปฏิบัติการที่รองรับผู้ใช้จำนวนมหาศาล คำถามจึงตกอยู่ที่ผู้ประกอบการรายเล็กและกลาง ว่าจะยอมเป็นเพียงผู้ใช้บริการบนโครงสร้างนี้ หรือจะก้าวไปใช้ AI เป็นหัวใจของกระบวนการภายในตนเอง การที่ Roadshow ลงพื้นที่เพื่อช่วยองค์กรตอบ 4 คำถามเรื่อง Impact Trust Economics และ Scale คือการดันให้ภาคธุรกิจคิดเชิงกลยุทธ์กับ AI แทนการซื้อเครื่องมือแบบไร้แผน

นวัตกรรม AI ไทยในพลังงานและเมืองอัจฉริยะ: จาก GeoAI ถึง Smart City Solutions

ด้านพลังงาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแสดงให้เห็นว่าธุรกิจสาธารณูปโภคก็สามารถเป็นตัวแบบของธุรกิจ AI transformation ได้เช่นกัน การได้รับรางวัล Power & Energy Awards 2026 ในงาน Enlit Asia สะท้อนศักยภาพขององค์กรนี้ในการประยุกต์ใช้ Data เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation พร้อมสนับสนุนการพัฒนา EV Ecosystem และ Smart Grid รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน โครงการ PEA VOLTA ที่ใช้เทคโนโลยี GeoAI วิเคราะห์ทำเลเกี่ยวกับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คือภาพตัวอย่างของนวัตกรรม AI ไทยที่เชื่อมข้อมูลภูมิสารสนเทศกับพฤติกรรมการใช้พลังงาน ผลกระทบไม่ได้อยู่แค่ในระดับองค์กร แต่กระทบผู้ใช้รถ EV ที่จะเข้าถึงสถานีชาร์จในตำแหน่งที่เหมาะสมขึ้น ลดความกังวลเรื่องระยะทางและความไม่แน่นอนของโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ

ขณะที่ระดับเมือง กิจกรรม Smart City Solutions Awards 2026 – Final Pitching Day คืออีกเวทีที่ทำให้เห็นว่า AI adoption Thailand ไม่ได้หยุดอยู่ในธุรกิจ แต่ขยายสู่การออกแบบเมืองให้น่าอยู่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลจัดกิจกรรมนี้เพื่อค้นหาสุดยอดบริการดิจิทัลใน 5 หมวดเมืองอัจฉริยะ โดยเน้นโซลูชันที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อพัฒนาเมืองและยกระดับการให้บริการประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา งานนี้มุ่งค้นหาโซลูชันที่เกิดจากการร่วมพัฒนาระหว่างเมืองและผู้ให้บริการดิจิทัล ซึ่งผลงานต้องตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่และให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ข้อกำหนดนี้สำคัญมาก เพราะมันกันไม่ให้โครงการ AI เป็นแค่เดโม่บนสไลด์ แต่บังคับให้ทุกผลงานพิสูจน์ตัวเองในสนามจริงก่อนขึ้นเวทีรับรางวัล

ธุรกิจไทยกำลังปลดล็อกศักยภาพ AI จากเครือข่ายสู่เมืองอัจฉริยะ

Smart City และเวทีประกวด: โรงงานทดลองนวัตกรรม AI ไทยที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

สิ่งที่น่าสนใจใน Smart City Solutions Awards คือมุมมองของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะคือการทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ชีวิตได้สะดวกที่สุด เมืองอัจฉริยะไม่ใช่เมืองที่มีงบประมาณมากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเมืองที่จะหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการดูแลประชาชน และทุกผลงานที่ผ่านเข้ารอบล้วนเป็นผลงานที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้จริง จากโครงการที่เข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 51 โครงการ มี 18 ผลงานผ่านเข้าสู่รอบ Final Pitching ตัวเลขนี้สะท้อนว่ามีการกรองไอเดียอย่างเข้มข้น และทำให้เวทีประกวดซึ่งมีลักษณะคล้าย hackathon กลายเป็นแหล่งเพาะโซลูชันที่พร้อมต่อยอดไปสู่การใช้งานในเมืองอื่น

ด้านโครงสร้างเมือง ประเทศมีเมืองที่ได้รับตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทยแล้ว 37 เมืองใน 25 จังหวัด และมีเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ 212 แห่งใน 63 จังหวัด ซึ่งเกิดจากการวางรากฐานที่เข้มแข็งของท้องถิ่น ผนวกกับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของกระทรวงดิจิทัล ปัจจุบันมีผู้ประกอบการดิจิทัลไทยขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลแล้วกว่า 290 ราย ครอบคลุมผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัล 1,666 รายการ ภายใต้ภาพนี้ การผลักดันตราสัญลักษณ์ dSURE และบัญชีบริการดิจิทัลคือกลไกที่ชวนให้เมืองจับมือกับเอกชนและสตาร์ทอัพ ทำให้ hackathon และเวทีประกวดไม่ใช่กิจกรรมฉาบฉวย แต่กลายเป็นช่องทางให้โซลูชันใหม่เข้าสู่ระบบราชการท้องถิ่นได้เร็วขึ้น ลดช่องว่างระหว่างห้องวิจัยกับถนนที่ประชาชนเดินอยู่ทุกวัน

ธุรกิจไทยกำลังปลดล็อกศักยภาพ AI จากเครือข่ายสู่เมืองอัจฉริยะ

ข้อคิดสำหรับองค์กรที่อยากก้าวสู่ธุรกิจ AI transformation

เมื่อมองภาพรวม สิ่งที่ธุรกิจควรเรียนรู้จากกรณี AIS การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเมืองอัจฉริยะไม่ใช่เพียงว่า AI ทำอะไรได้ แต่คือวิธีคิดก่อนจะลงมือใช้ AI AIS ชวนองค์กรตอบ 4 คำถามก่อนเลือกเครื่องมือ ได้แก่ Impact ว่า AI จะสร้างผลลัพธ์ด้านใดและวัดความสำเร็จอย่างไร Trust ว่าจะบริหารข้อมูล ความเสี่ยง และการตัดสินใจของ AI อย่างไร Economics ว่าจะเลือกโมเดลและแพลตฟอร์มให้เหมาะกับต้นทุน และ Scale ว่าจะติดตาม ปรับปรุง และขยายการใช้งานต่อเนื่องอย่างไร เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมี AI ใช้งาน แต่คือการเปลี่ยน AI ให้เป็นขีดความสามารถในการปฏิบัติการ ที่ช่วยให้ธุรกิจตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

บทสรุปคือ การสร้างคุณค่าจาก AI ต้องเริ่มจากการลงทุนใน Digital Core ที่แข็งแรง มีข้อมูลพร้อมใช้ โครงสร้างพื้นฐานทันสมัย ความมั่นคงปลอดภัยเหมาะสม และกติกา AI Governance ที่ชัดเจน ในระดับเมือง การออกแบบโครงการให้ตอบโจทย์ประชาชนและใช้งานจริงอย่างน้อย 6 เดือนก่อนรับรางวัลคือเกราะกันความหวังลม ๆ แล้ง ๆ จากโครงการเชิงประชาสัมพันธ์ ในระดับพลังงาน การวางระบบ GeoAI เพื่อสนับสนุน EV Ecosystem และ Smart Grid ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดต้องอาศัย AI เป็นสมองช่วยวิเคราะห์ความซับซ้อนของระบบ สำหรับองค์กรที่ยังลังเล คำถามไม่ใช่จะใช้ AI หรือไม่ แต่คือจะยอมปล่อยให้คู่แข่งเปลี่ยน AI เป็นขีดความสามารถหลักก่อนหรือจะเริ่มวางรากฐานของตนตั้งแต่วันนี้

ธุรกิจไทยกำลังปลดล็อกศักยภาพ AI จากเครือข่ายสู่เมืองอัจฉริยะ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!